4 ขออยู่เป็นโสดไปสักพัก
เหมวัตวาณิชธนากรหนุ่มวัย 33 ปีกำลังยืนจิบวิสกี้อยู่บนชั้น ชั้นสองของผับแห่งหนึ่งภายในโรงแรมหรู ตาคมมองผู้คนที่ออกมาท่องเที่ยวแม้จะไม่ใช่คืนวันหยุดแต่ภายในก็เต็มไปด้วยผู้คนที่อยากออกมาผ่อนคลายหลังจากทำงานหนักมาตลอดทั้งวัน
“มองอะไรวะเหม” นิธิกรหรือกรเพื่อนสนิทซึ่งเป็นเจ้าของผับและโรงแรมแห่งนี้ถามขึ้นเมื่อเห็นว่าชายหนุ่มยืนมองลงไปข้างล่างอยู่นาน
“ฉันก็มองไปเรื่อย” เขาตอบก่อนจะหมุนตัวแล้วกลับมานั่งบนโซฟาอย่างเดิม
“ทำไมคืนนี้มาคนเดียวแล้วน้องมาเบลไปไหนแล้วล่ะ” เขาหมายถึงมาเบลนางแบบและอินฟลูเอนเซอร์สาวคู่ควงคนล่าสุดของเหมวัต
“อย่าพูดถึงเธอเลย” เขาตอบเสียงเรียบ
“นี่อย่าบอกนะว่าคบกันไม่ถึงสามเดือนก็เลิกกันแล้วทำไมวะ ฉันว่าเธอสวยเซ็กซี่แบบที่นายชอบเลย” แทนคุณเพื่อนสนิทอีกคนถามขึ้น
“เรื่องนั้นไม่เถียงนะ ว่าสวยเซ็กซี่แต่ใครจะคิดล่ะว่าเธอคือตัวปัญหา”
“ยังไงล่ะ”
“นายก็รู้นี่ฉันคบกับพวกเธอก็แค่ก็ไม่ได้คิดจะจริงจังอะไร ตอนแรกก็ตกลงกันแล้วว่าคบกันเพื่อความสนุกไม่จริงจังอะไร แต่เธอ ผิดสัญญานะ”
“ยังไงวะ” นิธิกรถามเพิ่ม
“ก็หลายวันก่อนฉันไปกินข้าวกับเธอ แล้วเธอก็ไลฟ์สดติดหน้าฉันไปด้วยแถมยังบอกในไลฟ์ว่าฉันเป็นคนพิเศษถึงแม้ว่าหลังจากไลฟ์จบฉันจะบอกให้เธอลบแต่มันก็ช้าไปแล้ว” เขาถอนหายใจอย่างเบื่อหน่ายกับเรื่องที่เกิดขึ้น
“หมายความว่ายังไงหรือผู้หญิงที่นายแอบคุยอยู่อีกคนเห็นขึ้นมาล่ะ”
“ไม่ใช่แบบนั้นหรอกแทน ถึงฉันจะเจ้าชู้นะแต่เวลาคบใครก็คบทีละคนไม่ได้คบซ้อนหรอกน่า”
“แล้วปัญหามันอยู่ตรงไหนล่ะ เธอก็ลบไลฟ์ไปแล้วนี่” แทนคุณยังคงมองไม่ออกว่าจะมีปัญหาอะไร
“ปัญหามันอยู่ที่ยายฉันเห็นน่ะสิ”
“เฮ้ย....ยายนายเล่นโซเชียลด้วยเหรอ” แทนคุณแปลกใจเพราะไม่คิดว่าคนอายุมากอย่างคุณยายของเพื่อนสนิทจะรู้เรื่องนี้จากโซเซียลด้วย
“ยายไม่ได้เล่นหรอกแต่เด็กรับใช้ที่บ้านเล่นแล้วบังเอิญเห็นก็แคปหน้าจอนั้นไปให้ยาย ท่านก็เลยโทรให้ฉันกลับไปหาที่บ้านน่ะ”
“แล้วยายว่ายังไงบ้างล่ะ”
“ฉันยังไม่ได้ไปเลยวะกร คิดว่าพรุ่งนี้ค่อยเข้าไปหา”
“ฉันว่ายายต้องเรียกแกไปคุยเรื่องนี้แล้วเผลอ ๆ จะบังคับให้แกแต่งงานแน่ ๆ การแต่งงานครั้งแรกแกเป็นคนตัดสินใจเองแล้วมันจบไม่สวย ฉันว่าครั้งนี้ยายของแกต้องเข้ามาจัดการเรื่องแต่งงานแน่นอน”
“แกคิดมากไปหรือเปล่ากร”
“ไม่นะแทน ฉันว่ายายคงอยากให้ไอ้เหมมันแต่งงาน”
“ไม่มีทาง” เหมวัตปฏิเสธเพราะเขาเข็ดกับการแต่งงานและไม่คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนไหน
“ถ้าแกไม่อยากให้ยายมายุ่งแกก็หาแฟนสิ ยายแกจะได้เลิกยุ่งวุ่นวายหาผู้หญิงให้แบบนี้”
“แกก็รู้ฉันเคยแต่งงานมาแล้วและฉันไม่อยากให้ครอบครัวต้องพังลงแบบนั้นอีกชาตินี้คงไม่คิดจะแต่งงานแล้วแหละ”
“แต่นี่แกก็หย่ามาห้าปีแล้วนะ มองหาคนใหม่ได้แล้ว อายุก็เยอะมากขึ้นทุกวันควรจะมีครอบครัวได้แล้วนะ” นิธิกรพูดด้วยความเป็นห่วงเพราะไม่อยากเห็นเพื่อนเป็นโสดและเหงาอยู่แบบนี้
“ตั้งแต่แกคบกับคุณแพรวความคิดแกเปลี่ยนไปนะกร”
“ฉันยอมรับว่าฉันเปลี่ยนไป การมีใครสักคนอยู่ข้าง ๆ มันมีความสุขมากนะ”
“ทำเป็นพูดดีแล้วแกคิดจะจริงจังกับคุณแพรวถึงขั้นแต่งงานหรือเปล่า”
“จริงจังสิ นี่ก็คิดอยู่ว่าจะวางแผนขอเธอแต่งงานเร็วๆ นี้แหละ”
“ห๊ะ!....ฉันไม่อยากจะเชื่อเลย แล้วคุณแพรวเขาจะโอเคเหรอเขาเป็นผู้หญิงเรียบร้อยแบบนั้น ส่วนแกเป็นเจ้าของผับวัน ๆ เจอผู้หญิงเยอะแยะเขาไม่ระแวงแกเหรอ” แทนคุณเคยเจอแฟนของนิธิกรมาหลายครั้งและก็ถามขึ้น
“คุณแพรวเธอเข้าใจดี ฉันหาผู้หญิงแบบนี้มานานแล้ว ถ้าฉันแต่งงานกับคุณแพรวไปอีกคนทีนี้ก็เหลือแค่แกแล้วนะเหมที่เป็นโสด” เจ้าของผับพูดขึ้น
“นั่นสิรีบ ๆ แต่งงานเถอะลูกเราจะได้เป็นเพื่อนกัน”
“แกนี่พูดเหมือนการมีลูกมันเป็นเรื่องง่าย ๆ นะแทน”
“แล้วมันยากตรงไหนล่ะ ฉันยังมีตั้งสองคนเลย”
“เมียแกจะคลอดลูกคนที่สองตอนไหนเหรอแทน”
“อีกสองเดือนหน้า ต่อไปนี้ฉันคงมาดื่มกับพวกแกได้ไม่บ่อย ๆ แล้วคงต้องช่วยเลี้ยงลูก”
“เห็นไหมมีลูกมันคือภาระเพราะฉะนั้นฉันไม่มีลูกเด็ดขาด ฉันจะอยู่เป็นโสดแบบนี้ไปตลอด” เหมวัตส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วย
“นายอาจจะเรียกว่าภาระ แต่ฉันว่ามันเป็นความสุขคนไม่มีลูกอย่างแกไม่เข้าใจหรอก” แทนคุณพูดด้วยรอยยิ้มที่มีแต่ความสุขเวลาพูดถึงครอบครัว
“เออ....เรื่องนี้ฉันไม่เข้าใจแต่ใครจะโชคดีมีลูกน่ารักมีเมียที่ดีเหมือนแกล่ะ”
“เอาน่าสักวันแกก็ต้องเจอคนที่แกอยากสร้างครอบครัวด้วยเอง”
“มันเป็นเรื่องของอนาคต แต่ตอนนี้ฉันยังไม่อยากคิดอะไร”
“แล้วทีนี้จะเอายังไงต่อเรื่องนายกับคุณมาเบลจะคบต่อไหม”
“ไม่ล่ะ”
“อ๋อ....ไอ้ที่ยืนจ้องลงไปข้างล่างนั้นกำลังจะคนใหม่ใช่ไหมล่ะ” นิธิกรพูดอย่างรู้ทัน
“ก็ประมาณนั้น”
“สนใจคนไหนล่ะ คืนนี้ผู้หญิงสวย ๆ หน้าใหม่ ๆ มาเที่ยวที่นี่เยอะเลยนะ”
“ยังไม่มีใครถูกใจเลย สวยเซ็กซี่เจอมาเยอะแล้วอยากเปลี่ยนแนวมั่งว่ะกร”
“เฮ้ย....แล้วอยากได้แนวไหนล่ะ”
“ไม่รู้สิถ้าเจอแล้วก็คงรู้เองแหละ ช่วงนี้ขออยู่เป็นโสดไปสักพักก่อน”
“เดี๋ยวน้องชายมันก็ประท้วงหลับใหลจนไม่อยากตื่นขึ้นมาทำงานนายจะทำยังไง” นิธิกรพูดแล้วหัวเราะเพราะรู้ดีว่าเพื่อนไม่เคยขาดคู่นอนได้นาน
“โมเดลลิ่งก็มี”
“แต่ผู้หญิงของโมเดลลิ่งก็ใช่ว่าจะสะอาดทุกคนนะ นายระวังเชื้อโรคบ้างนะ ฉันรู้ว่านายป้องกันเป็นอย่างดี แต่สักวันระวังพลาดทำผู้หญิงท้องหรือไม่ก็ได้โรคติดต่อแถมมา” แทนคุณเตือนด้วยความเป็นห่วงเขาอยากให้เพื่อนได้เจอใครสักคนที่คิดอยากจริงจังด้วย
“นี่ทำไมต้องขู่กันด้วยนะ”
“ฉันไม่ได้ขู่แค่เตือนเพราะหวังดีน่ะ”
“อือ ขอบใจแกสองคนมากนะ ฉันรู้ว่าแกสองคนหวังดีกับฉัน”
เหมวัตนั่งดื่มและพูดคุยกับเพื่อนอยู่จนกระทั่งดึกก็ขอตัวกลับเพราะพรุ่งนี้เขาจะต้องขับรถไปหาคุณยายที่บ้านเพื่อเคลียร์ เรื่องที่เขาไปโผล่ในไลฟ์ของอินฟลูเอนเซอร์สาวที่ชื่อมาเบล