บท
ตั้งค่า

11 รำคาญหรือเปล่า

หลังจากเลิกงานในเย็นวันศุกร์ มนตกานต์ก็นัดเจอกับกัญญาพรที่ห้างสรรพสินค้าเพื่อทานข้าวได้พูดคุยเกี่ยวกับประสบการณ์การทำงานในสัปดาห์แรก

มนตกานต์มาถึงก่อนเวลาเล็กน้อยหญิงสาวเดินเตร็ดเตร่รออยู่บริเวณหน้าห้างเมื่อกัญญาพรมาถึงก็รีบกวักมือเรียกทันที

“ทางนี้หลิน”

กัญญาพรโบกมือกลับก่อนจะรีบวิ่งมายังจุดที่เพื่อนยืนรออยู่

“โทษทีนะมาช้าไปหน่อย”

“ไม่เป็นไร ฉันเพิ่งมาถึงไม่นาน แล้วเป็นไงบ้างหลินทำงานอาทิตย์แรก”

“ก็ดีนะพี่ที่แผนกกำลังสอนงานอยู่ยังไม่ต้องรับผิดชอบอะไรอย่างจริงจัง แล้วแกล่ะโอเคไหม”

“ก็โอเคนะ ลักษณะงานคล้ายกับที่ฉันไปฝึกงานมาเลยล่ะ”

“แล้วรุ่นพี่ที่บริษัทใจดีไหม”

“ใจดีสิ รุ่นพี่ฉันมีแต่ผู้หญิงทั้งนั้นเลยก็เลยสนิทกันเร็วนะ”

“แล้วของแกล่ะหลิน”

“แผนกฉันก็มีแต่ผู้หญิงเหมือนกัน แต่ยังโชคดีหน่อยที่อยู่ใกล้ ๆ แผนกไอทีก็เลยพอมีอาหารตาบ้าง แล้วบริษัทแกล่ะมีผู้ชายหล่อ ๆ บ้างไหม”

“ฉันยังไม่มีโอกาสได้เจอใครเลย พนักงานที่นี่ส่วนใหญ่จะเป็นผู้หญิงแต่รุ่นพี่ก็บอกว่าช่วงปลายเดือนทีมวิศวะมักจะเข้ามาประชุมงานกันถึงตอนนั้นก็คงจะมีอาหารตามาบ้างแหละ” มนตกานต์พูดแล้วหัวเราะคิกคักก่อนจะพากันเดินเข้าไปในห้าง

“เดินดูของก่อนหรือหาอะไรกินล่ะ แกหิวหรือยัง”

“หิวนิดหน่อยเมื่อตอนกลางวันพี่ที่แผนกพาไปเลี้ยงฉันก็เลยไม่กล้ากินเยอะ”

“กินอะไรกันดีล่ะ” กัญญาพรก็เริ่มหิวเพราะเธอเองก็ทานอาหารกลางวันไปแค่นิดเดียวเนื่องจากเอาแต่นั่งฟังรุ่นพี่คุยกัน

“ฉันอยากกินหลายอย่างเลย แต่เงินเดือนยังไม่ออก” แม้จะมีเงินเก็บแต่มนตกานต์ก็อยากเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น

“ถ้างั้นเราไปกินตรงฟู้ดคอร์ทกันดีไหม พอเงินเดือนออกค่อยหาอะไรแพง ๆ กิน”

“อือ เอาอย่างงั้นก็ได้” เธอเห็นด้วยกับกัญญาพร

เมื่อตกลงกันได้แล้วมนตกานต์กับกัญญาพรก็พากันไปยังบันไดเลื่อนเพื่อไปยังชั้นที่มีฟู้ดคอร์ท

“กานต์”

เสียงก็เรียกทำให้หญิงสาวทั้งสองคนหยุดเดินแล้วหันหลังกลับพร้อม ๆ กัน

“อ้าว....อาเหม เอ๊ย...ไม่ใชพี่เหม พี่มาทำอะไรคะ” มนตกานต์ยังไม่ชินกับการเรียกเขาว่าพี่

“มาหาข้าวกินแล้วกานต์ล่ะ”

“กานต์กับเพื่อนก็จะมาหาข้าวกินเหมือนกันค่ะ”

“ใครเหรอ” กัญญาพรกระซิบถาม

“หลานชายของยายชมที่ฉันเคยเล่าให้แก่ฟังไงล่ะ” เธอกระซิบกลับ

“ซุบซิบอะไรกันนินทาพี่อยู่หรือเปล่า” เหมวัตเห็นทั้งสองคนกระซิบแล้วมองมาทางตนเองก็ถามขึ้น

“เปล่าค่ะ” หญิงสาวรีบตอบปฏิเสธ

“แล้ว....” เขามองอย่างไม่เชื่อ

“กานต์ก็กำลังจะแนะนำให้พี่เหมรู้จักก็เพื่อนของกานต์ค่ะ นี่หลินค่ะ”

“สวัสดีค่ะ หลินเป็นเพื่อนสนิทของกานต์ค่ะ” กัญญาพรรีบแนะนำตัวเอง

“อ๋อ พี่ชื่อเหมนะ” เหมวัตพยักหน้าเข้าใจเพราะคุณยายของเขาเล่าให้ฟังแล้วว่ามนตกานต์มีเพื่อนสนิทอยู่คนหนึ่งและเธอก็เข้ามาทำงานที่กรุงเทพเหมือนกัน

“ยินดีที่ได้รู้จักค่ะพี่เหม”

“เมื่อกี้พี่ได้ยินว่าจะมากินข้าว”

“ค่ะ เราไปกินข้าวด้วยกันมั้ยคะ” กัญญาพรเอ่ยชวนเพราะเห็นว่าเขามาคนเดียว

“ได้สิ แล้วสองคนกำลังจะไปกินอะไรกันล่ะ”

“เราจะไปกินข้าวที่ฟู้ดคอร์ทค่ะ พี่เหมล่ะคิดไว้หรือยังว่าจะกินอะไร” กัญญาพรถามต่อ

“พี่ว่าจะมากินสเต๊กน่ะ ไปกินด้วยกันไหมเดี๋ยวพี่เป็นเจ้ามือเอง”

“ไม่เป็นไรค่ะ หลินเกรงใจ”

“จะเกรงใจอะไรกันล่ะ ถือว่าไปนั่งเป็นเพื่อนพี่ก็แล้วกันนะ พี่กินคนเดียวก็เขินเหมือนกัน”

“ถ้าไม่อยากนั่งกินคนเดียวก็น่าจะชวนเพื่อนมากินตั้งแต่แรกนะคะ ถ้าเกิดไม่เจอเราสองคนพี่เหมจะทำยังไง” มนตกานต์คิดว่าเหตุผลของเขาฟังไม่ขึ้นเท่าไหร่

“พี่ก็คงต้องไปนั่งกินคนเดียว แต่กินแบบไม่มีความสุขไง ไปเถอะนะพี่หิวมาก ๆ แล้ว”

“เอาไงดีกานต์” กัญญาพรหันมาถามความคิดเห็นของเพื่อนเพราะเธอเพิ่งเคยเจอกับเขาเป็นครั้งแรกจึงถามความเห็นคนที่สนิทมากกว่าอย่างมนตกานต์

“ได้กินของฟรีก็น่าสนใจดีนะ แกว่าไงล่ะหลิน”

“ฉันก็คิดแบบแกเลย แต่มันไม่น่าเกลียดใช่ไหมที่เพิ่งเจอกันเราก็ให้เขาเลี้ยงแล้ว” กัญญาพรยังเป็นกังวล

“เขาเสนอเองนี่เราไม่ได้บังคับซะหน่อย”

“งั้นฉันตอบตกลงเลยนะ”

“อือ”

“ตกลงเราจะไปกินสเต๊กกับพี่เหมก็ได้ค่ะ” มนตกานต์หันมาบอกกับเหมวัตที่รอคำตอบอยู่ห่าง ๆ

“งั้นไปกันเลยนะ” ชายหนุ่มเดินนำสองสาวไปยังร้านสเต๊กที่มีสาขาอยู่บนห้างทั่วประเทศ

หลังจากสั่งสเต๊กแล้วหญิงสาวทั้งสองคนก็เดินไปตักสลัดบาร์ก่อนจะมานั่งทานระหว่างรอสเต๊กมาเสิร์ฟ

“ทำงานอาทิตย์แรกเป็นยังไงกันบ้างล่ะ”

“ก็ดีค่ะรุ่นพี่ใจดี” กัญญาพรตอบ

“พี่ยังไม่รู้เลยทำงานที่บริษัทไหนกันบ้าง”

“หลินทำที่บริษัทรับเหมาก่อสร้างค่ะ เป็นบริษัทไม่ใหญ่มากอยู่แผนกบัญชีค่ะ”

“แล้วกานต์ล่ะ” เขาเคยเจอกับหญิงสาวอยู่หลายครั้งแต่ก็ไม่เคยถามเลยว่าเธอทำงานที่บริษัทไหน

“กานต์ทำแผนกธุรการอยู่ที่บริษัทอสังหาริมทรัพย์ค่ะ แล้วพี่เหมทำงานอะไรคะ”

“พี่ทำบริษัทให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการลงทุน การควบกิจการ”

“ยายชมบอกว่าพี่ทำงานที่อเมริกามาตั้งนานก็ทำงานแบบนี้เหมือนกันเหรอคะ”

“อือ บริษัทที่พี่ทำงานอยู่มีสาขาหลายที่ พี่เลยขอย้ายกลับมาทำที่เมืองไทย”

“แล้วทำไมพี่เหมถึงกลับมาทำงานที่เมืองไทยคะ หลินว่าทำงานที่นู่นเงินเดือนน่าจะได้เยอะกว่าที่นี่มาก”

“แต่มันก็ไม่เหมือนกับอยู่บ้านเราหรอกนะ อีกอย่างพี่ก็อยากกลับมาอยู่ใกล้คุณยายด้วย พูดถึงคุณยายแล้วพรุ่งนี้พี่ว่าจะกลับไปอัมพวาเราสองคนจะกลับพร้อมพี่ไหม”

“พรุ่งนี้หลินนัดแฟนไว้ค่ะ เราจะไปดูหนังด้วยกัน”

“แล้วกานต์ล่ะว่ายังไง”

“พี่เหมไปพรุ่งนี้แล้วกลับวันไหนคะ”

“ว่าจะกลับบ่ายวันอาทิตย์ สนใจจะติดรถไปด้วยกันหรือเปล่าแต่พี่ไม่ได้ออกเช้านะน่าจะออกประมาณสิบโมง กะให้ไปถึงที่นั่นก็กินข้าวกับคุณยายพอดี ถ้าอยากจะไปก็บอกพี่ได้”

“งั้นกานต์ขอคิดดูก่อนนะคะไม่แน่ใจว่าจะเอายังไงดี”

“ถ้าตัดสินใจได้แล้วก็ไปเคาะห้องบอกพี่หรือโทรบอกพี่ก็ได้”

“แต่กานต์ไม่มีเบอร์โทรพี่เหม”

“นี่อยู่ห้องตรงข้ามกันเป็นหลานยายชมเหมือนกันแต่ไม่มีเบอร์โทรศัพท์กันเหรอคะตลกดีนะ” กัญญาพรที่นั่งฝังทั้งสองคุยกันอยู่หัวเราะขึ้น

“ถ้างั้นก็แลกเบอร์แลกไลน์กันไว้นะ ของหลินด้วยเผื่อมีอะไรจะได้ติดต่อกัน”

“ได้ค่ะ”

ทั้งสามคนหยิบโทรศัพท์ขึ้นแลกช่องทางการติดต่อ จากนั้นก็นั่งทานจนอิ่มก่อนที่เหมวัตอาสาไปกัญญาพรที่หอพักก่อนที่เขากับมนตกานต์จะกลับมาคอนโดกันตามลำพัง

“ขอบคุณพี่เหมมากนะคะที่วันนี้เลี้ยงข้าวกานต์กับเพื่อน”

“ไม่เป็นไรพี่โตกว่าเลี้ยงน้องแค่นี้ไม่มีปัญหาอะไรหรอก แล้วถ้ากานต์ขาดเหลืออะไรก็บอกพี่ได้นะ”

“ค่ะพี่เหม พี่เบื่อไหม”

“เบื่ออะไรคะ”

“ก็ปกติพี่อยู่คนเดียวไม่มีใครต้องมาวุ่นวายแต่พอกานต์มาอยู่กรุงเทพพี่ก็ต้องมาคอยดูแลกานต์ด้วย อันที่จริงพี่ไม่ต้องทำแบบนี้ก็ได้นะกานต์ไม่ฟ้องยายชมหรอกค่ะ”

“สิ่งที่พี่ทำมันไม่ใช่เรื่องหนักหนาอะไรเลยนะ แล้วพี่ก็ไม่ได้อึดอัดอะไรด้วย”

“พี่ทำเพื่อให้ยายสบายใจใช่ไหม”

“ก็ประมาณนั้นอีกอย่างกานต์ก็ไม่ได้ทำให้พี่รู้สึกรำคาญหรืออึดอัดอะไรนี่”

“แต่ถ้าวันไหนพี่รู้สึกว่ากานต์ทำให้พี่อึดอัดรำคาญพี่บอกได้เลยนะ”

“ถึงเวลานั้นแล้วพี่จะบอกเองเราก็ไม่ต้องคิดมากนะ”

“ค่ะ”
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel