10 พี่เหมกับน้องกานต์
มนตกานต์เดินขึ้นมาบนห้องอีกครั้ง เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอย่างลังเลว่าจะโทรไปหาคุณยายชมนาดดีไหม แต่เมื่อคิดว่าจะเป็นการเอาเรื่องปวดหัวให้ท่านเธอก็เก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋าสะพายอย่างเดิม
หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าปอดก่อนจะเคาะประตูห้องของเหมวัตเบา ๆ เธอยืนรออย่างกระวนกระวายและพยายามนึกว่าตนเองไปทำอะไรเขาถึงไม่พอใจจนไม่ให้เข้าห้อง
“สวัสดีค่ะอาเหม” มนตกานต์ยกมือไหว้อย่างอ่อนน้อมและส่งยิ้มหวาน
“เลิกงานแล้วเหรอ”
“มาเคาะห้องแบบนี้มีอะไรหรือเปล่าหรือว่าจะชวนไปกินข้าว”
“ไม่ใช่ค่ะ”
“แล้วมีอะไร” เหมวัตแกล้งถามทั้งที่รู้อยู่แล้วว่าเธอมาเคาะห้องของเขาทำไม
มนตกานต์พยายามทำสีหน้าให้ปกติที่สุดทั้งรู้สึกโมโหมากที่เข้าห้องไม่ได้ แต่หญิงสาวต้องพูดดีกับเขาอย่างน้อยก็จะได้เข้าไปเก็บของข้างในออกมาก่อนที่จะย้ายไปอยู่ที่อื่น หญิงสาวรู้ว่ามันเป็นสิทธิ์ของเขาที่จะให้เธออยู่ห้องนั้นหรือแต่ก็น่าจะบอกกันดี ๆ ไม่ใช่มาทำแบบนี้
“กานต์เข้าห้องไม่ได้ค่ะ พนักงานข้างล่างบอกว่าอาเหมเปลี่ยนรหัส อาเหมทำแบบนี้ทำไมคะ ถ้าไม่อยากให้กานต์อยู่ก็บอกกันดี ๆ ก็ได้ค่ะ เปิดห้องให้กานต์หน่อยได้ไหมคะ กานต์ขอเวลาเก็บของก่อน” หญิงสาวร้องขอเสียงเบาแต่แฝงความน้อยใจชัดเจน
“จะเก็บของไปไหน” เหมวัตเลิกคิ้ว
“ก็อาเหมไม่ให้กานต์อยู่แล้ว กานต์ก็ต้องเก็บของออกไป” หญิงสาวตอบพลางก้มหน้าแม้ว่าไม่รู้จะไปอยู่ที่ไหนเพราะหอพักที่ยกเลิกไปก็มีพนักงานคนอื่นเข้ามาอยู่แทนแล้วแต่ถ้าเจ้าของห้องไม่พอใจก็คงต้องย้ายออก
“ฉันพูดสักคำหรือยังว่าไม่ให้อยู่” เขาถามกลับอย่างใจเย็น
“แต่อาเหมก็เปลี่ยนรหัสเข้าห้อง อาทำไปทำไมคะอาแกล้งกานต์เหรอ กานต์ทำอะไรให้อาไม่พอใจหรือเปล่า” เธอจ้องหน้าเขาอย่างไม่เข้าใจ คนอะไรอายุก็สามสิบสามแล้ว ยังทำตัวเหมือนเด็กหาเรื่องแกล้งอยู่ได้
“ไม่ได้แกล้งนะแค่อยากได้อะไรสักอย่างแลกเปลี่ยน” เขายิ้มมุมปาก
“อาเหมอยากได้อะไรคะ ค่าเช่าใช่ไหม ถ้าเงินเดือนออกกานต์จะจ่ายให้เลยค่ะ หรืออาเหมอยากเก็บค่าเช่าล่วงหน้าคะ เท่าไหร่คะเดี๋ยวกานต์เอาเงินเก็บจ่ายให้ก่อนก็ได้”
“ไม่ใช่เรื่องนั้นหรอกนะ” เขาหัวเราะเบา ๆ กับท่าทางของหญิงสาวที่กระตือรือร้นจะจ่ายค่าเช่าห้อง
“แล้วอะไร อาเหมรีบบอกมาเถอะค่ะ”
“ไม่ยากเลยนะแค่เรียกฉันว่าพี่”
“อะไรนะ? กานต์ฟังผิดไปหรือเปล่า” หญิงสาวแปลกใจกับสิ่งที่เหมวัตขอ
“ไม่หรอก ฉันต้องการแค่นี้จริง ๆ”
คำพูดเรียบง่ายแต่กลับทำให้หัวใจของมนตกานต์กระตุก เธอรีบหลบสายตา
“ไม่เรียกค่ะ กานต์ไม่ได้สนิทกับคุณขนาดนั้น” เธอปฏิเสธเสียงแข็ง
“ตอนนี้ยังไม่สนิทแต่อีกหน่อยก็สนิทเอง” ชายหนุ่มยืนมองเธออย่างเอ็นดูมากกว่าขุ่นเคือง
“ทำไมคะ?”
“ก็แค่อยากสนิทด้วย เราเป็นหลานของยายชมเหมือนกันก็น่าจะสนิทกันไว้ แค่เรียกฉันว่าพี่มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยนะ” เขาพูดไปยิ้มไป
มนตกานต์ไม่เข้าใจการกระทำของเขาเลยสักนิด
“เอางั้นก็ได้ กานต์จะเรียกอาเหมว่าพี่แต่อาเหมก็ต้องแทนตัวเองว่าพี่เหมือนกัน”
“ทำไม”
“อีกคนเรียกพี่ อีกคนแทนตัวเองว่าฉัน ใครฟังก็คงตลกหรือว่าไม่กล้าแทนตัวเองว่าพี่เพราะรู้ว่าตัวเองแก่ล่ะคะ” หญิงสาวท้าทายกลับเพราะเธอจะไม่ยอมเป็นฝ่ายเปลี่ยนคำเรียกแค่คนเดียวอย่างเด็ดขาด
“ถ้าฉันไม่ทำล่ะ”
“ถ้าอาเหมไม่ทำก็ไม่เป็นไร กานต์ไม่อยู่ที่นี่แล้วก็ได้ แต่ถ้าเย็นยายชมโทรมาถามกานต์ก็จะบอกท่านเอง” มนตกานต์พอจะมองออกว่าผู้ชายคนนี้แคร์ความรู้สึกของคุณยายชมนาดมากแค่ไหม
“เธอคิดว่าฉันจะกลัวคำสั่งของคุณยายเหรอ” เขาหัวเราะเบา ๆ แต่ในใจก็แอบกลัวว่ามนตกานต์จะทำแบบนั้นจริง ๆ และเขาคงต้องโดนท่านบ่นจนหูชา
“อาเหมโตแล้วก็คงไม่กลัวคุณยายหรอกค่ะ”
“รู้แบบนี้ก็ดี งั้นก็เรียกพี่ได้แล้ว”
“เดี๋ยวค่ะ อาเหมยังฟังไม่จบ”
“ก็ว่ามาสิ”
“กานต์จะบอกว่าอาเหมคงไม่กลัวคำสั่งของคุณยาย แต่อาเหมก็คงไม่อยากทำให้คุณยายเสียใจที่ดูแลหลายสาวของเพื่อนรักไม่ได้อย่างที่รับปากไว้ อาเหมลองคิดดูนะคะ คนอายุมากอย่างคุยยายถ้ามีเรื่องไม่สบายใจขึ้นมามันจะกระทบกับสุขภาพได้นะคะ อาเหมไม่ค่อยได้กลับบ้านคงไม่รู้ว่าคุณยายจะนอนไม่ค่อยหลับถ้ามีอะไรมากวนใจ” เธอแอบขอโทษคุณยายชมนาดในใจที่เอาท่านมาอ้างแบบนี้
เหมวัตนิ่งไปพักใหญ่อันที่จริงถ้าจะให้เขาแทนตัวเองว่าพี่มันไม่ใช่เรื่องยากอะไรเลยแต่ที่เขาปฏิเสธเพราะอยากรู้ว่าผู้หญิงคนนี้จะทำยังไงต่อแต่ดูท่าแล้วมนตกานต์ก็เป็นคนไม่ยอมใครง่าย ๆเหมือนกันและผู้หญิงแบบนี้ทำให้เขาสนใจมากขึ้น
“เอางั้นก็ได้ ฉันจะแทนตัวเองว่าพี่”
“ก็ดีค่ะ บอกรหัสมาสิคะแล้วก็แจ้งนิติเรื่องคีย์การ์ดให้กานต์ด้วยนะคะพี่เหม” เธอย้ำคำว่าพี่อย่างชัดเจน
“ได้สิน้องกานต์พี่จะรีบจัดการให้เลย ดีมากครับเด็กดี” เขายกมือขึ้นแตะหัวเธออย่างเอาใจ
มนตกานต์สะบัดหน้าออกทันที
“อย่ามาแตะหัวกานต์นะ”
“เป็นพี่น้องกันแล้วแตะนิดแตะหน่อยจะเป็นไรไปล่ะ”
“ใครเขาเต็มใจกันล่ะ บอกรหัสได้แล้ว”
“4321”
“ทำไมมันง่ายจัง”
“อยากเปลี่ยนก็จัดการเองเลย ส่วนคีย์การ์ดพรุ่งนี้ก็ใช่ได้”
“ทำไมต้องพรุ่งนี้”
“เจ้าหน้าที่เขากลับบ้านแล้ว”
“ถ้าพรุ่งนี้ยังใช้ไม่ได้กานต์โทรไปฟ้องคุณยายแน่ค่ะ” หญิงสาวขู่
“พี่โตแล้วนะ พูดแล้วไม่มีทางกลับคำหรอกน่า วันนี้ทำงานมาเหนื่อย ๆ รีบเข้าไปพักเถอะ”
“ก็ใครล่ะคะที่ทำให้กานต์เสียเวลา” หญิงสาวพูดแล้วสะบัดหน้าก่อนจะเปิดประตูห้องเข้าไป
เขามองตามแล้วยิ้ม ยิ่งได้พูดคุยมากขึ้นเขาก็รู้สึกชอบเธอมากขึ้นไปด้วย จากนี้คงต้องหาโอกาสคุยกับเธอบ่อย ๆ
เหมวัตกลับเข้ามาในห้องอย่างอารมณ์ดี วันนี้เขาเหนื่อยและปวดหัวกับการคุยงานมากแต่พอได้คุยกับมนตกานต์กลับรู้สึกผ่อนคลายขึ้นอย่างประหลาด แม้เรื่องที่คุยจะไร้สาระแต่มันกลับทำให้เขายิ้มไม่หุบ