9 แล้วจะเสียใจทีหลัง
หลังจากตัดสินใจแล้วว่าจะเดินหน้าจีบมนตกานต์ เหมวัตก็เริ่มวางแผนแต่สิ่งที่เขาต้องทำเป็นสิ่งแรกก็คือการให้เธอเรียกเขาว่าพี่ก่อนเพื่อลดช่องว่างระหว่างวัยให้น้อยลง
เหมวัตกลับมาจากบริษัทและขับรถผ่านร้านอาหารที่อยู่หน้าคอนโดสายตาก็สะดุดเข้ากับหญิงสาวที่เขากำลังคิดถึงอยู่ชายหนุ่มรีบเอารถไปจอดก่อนจะเดินย้อนกลับมาอีกครั้ง
มนตกานต์นั่งอยู่คนเดียวกำลังเปิดเมนูอย่างตั้งใจ ใบหน้าสวยกำลังใช้ความคิดจนไม่ได้สนใจว่ามีใครกำลังมองอยู่
เหมวัตยกยิ้มมุมปากก่อนจะเดินเข้าไปหาอย่างไม่รีบร้อน เขาหยุดที่หน้าเธอและรอจนกระทั่งเธอเงยหน้า
“อาเหม… มาได้ยังไงคะ?” คำทักทายที่มากับรอยยิ้มแต่คำว่าอาก็ทำให้เขารู้สึกขัดใจ
“หิวน่ะ ก็เลยว่าจะมาหาอะไรกินสักหน่อย ขอนั่งด้วยคนนะ”เขาดึงเก้าอี้ฝั่งตรงข้ามไปนั่งโดยไม่รอคำเชิญ
“ค่ะ อาเหมหิวมากสั่งก่อนเลยก็ได้นะคะ” หญิงสาวส่งเมนูให้เขาเพราะตนเองยังคิดไม่ออกว่าอยากทานอะไร
“สั่งเป็นกับข้าวนะ”
“รับอะไรดีคะ” พนักงานเสิร์ฟเดินตรงเข้ามาเมื่อเห็นเหมวัตกวักมือเรียก
“ขอเป็นต้มจืดเต้าหู้หมูสับ ทะเลผัดพริกเผา ไก่ผัดเม็ดมะม่วงหิมพานต์ แกงส้มชะอมกุ้งแล้วก็ข้าวเปล่าสองจานครับ กานต์เอาอะไรเพิ่มอีกไหม” เขาบอกพนักงานแล้วก็หันมาถามมนตกานต์ที่กำลังงงอยู่
“อาเหมสั่งเยอะมาก กินหมดเหรอคะ”
“ก็กินสองคนไง กานต์อยากอะไรเพิ่มอีกไหม”
“ไม่ดีกว่าค่ะ” หญิงสาวพูดอย่างเกรงใจ
“รอสักครู่นะคะ” พนักงานบอกก่อนจะเดินเข้าไปในครัว
“ไม่ต้องทำหน้างงหรอก ยายฝากให้ฉันมาดูแล ที่ห้องของใช้ครบแล้วใช่ไหม อยากไปซื้ออะไรเพิ่มบอกนะเดี๋ยวจะพาไป”
“ของครบแล้วค่ะ อันที่จริงหาอาไม่ต้องดูแลกานต์ก็ได้นะคะ กานต์โตแล้วค่ะ ดูแลตัวเองได้”
“แต่ยายสั่งมาแบบนี้ คนเป็นหลานก็ต้องทำตาม” เหมวัตตอบเสียงเรียบ
“คุณอาไม่ต้องลำบากก็ได้ค่ะ”
“ไม่ได้ลำบากอะไร นี่ก็หาเพื่อนกินข้าว”
“ค่ะ” มนตกานต์ได้แต่ตอบสั้น ๆ เพราะไม่รู้จะคุยอะไร ปกติแล้วเธอเป็นคนคุยเก่งแต่อยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้แล้วรู้สึกเกร็ง ๆ อย่างบอกไม่ถูก
“ยายบอกว่าเธอคุยเก่ง แต่ฉันว่าไม่น่าจะใช่นะ” เขาหัวเราะเบา ๆ เพราะอยากให้บรรยากาศบนโต๊ะผ่อนคลาย
“อาหารมาแล้วค่ะ อาบอกว่าหิวรีบกินเถอะนะคะ”
มนตกานต์ก้มหน้าทานอาหารอย่างเงียบ ๆ ขณะที่เหมวัตก็กำลังคิดหาวิธีทำให้เธอเรียกเขาว่าพี่
“อร่อยไหม”
“ค่ะ”
“งั้นก็ต้องกินเยอะ ๆ นะ”
หญิงสาวก้มหน้าทานต่อ ขณะที่เขาก็ทานอาหารสลับกับมองหน้าหญิงสาวไปด้วย ทำให้คนถูกจ้องรู้สึกประหม่าแต่ก็นั่งทานจนอิ่ม
เมื่อถึงเวลาจ่ายค่าอาหารมนตกานต์ขอจ่ายครึ่งหนึ่งแต่เหมวัตกลับไม่ยอมด้วยเหตุผลที่ว่าเขาโตกว่าและเขาดูแลเธอตามคำสั่งของคุณยายชมนาด
“ขอบคุณนะคะที่เลี้ยงข้าวกานต์” มนตกานต์พูดขณะเดินกลับจากร้านอาหาร
“แค่นี้เอง ฉันเลี้ยงได้สบายมาก ไว้เรามากินข้าวด้วยกันอีกนะ”
“ไม่ดีกว่าค่ะ”
“ทำไมล่ะ”
“กานต์เกรงใจ ให้อาเลี้ยงตลอดคงไม่ดีเท่าไหร่ กานต์ทำงานแล้วมีเงินเดือนแล้ว”
“แต่เธอเพิ่งเริ่มทำงานเงินเดือนยังไม่ออกนะ”
“แต่กานต์มีเงินเก็บค่ะ”
“ฉันรู้ว่าเธอเกรงใจ เอาอย่างนี้ไหมล่ะ”
“ยังไงคะ” เธอหันมาถามขณะเดินเข้าลิฟต์ที่มีแค่เธอกับเขาแค่สองคน
“ถ้าไม่อยากติดหนี้บุญคุณที่ฉันเลี้ยงข้าวก็ให้เรียกฉันว่าพี่เหม ห้ามเรียกอาเหมอีกเด็ดขาด”
“ไม่เรียกค่ะ” เธอปฏิเสธโดยไม่ต้องใช้เวลาคิด
คำตอบนั้นทำให้เหมวัตเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ก่อนส่งรอยยิ้มเจ้าเล่ห์
“ทำไม”
“ก็คุณอาอายุมากกว่ากานต์เยอะ เรียกอาก็ถูกต้องแล้ว”
“ฉันไม่ได้แก่ขนาดนั้น เธอคิดว่าฉันอายุเท่าไหร่กัน”
“ไม่รู้ค่ะ รู้แต่คงห่างกับกานต์มาก ๆ”
“ฉันอายุ 33 ส่วนเธอไม่ 22 ก็ 23 มันก็ไม่ถึงกับต้องเรียกอาหรือเปล่า”
“แต่กานต์จะเรียกอาเหมคะ” ยิ่งเห็นเขาไม่พอใจที่เธอเรียกอามนตกานต์ก็ยิ่งเน้นคำว่าอาอย่างชัดเจน
“งั้นก็ได้….แต่เธอจะเสียใจที่ไม่เรียกฉันว่าพี่” เหมวัติเริ่มจะโมโหที่เธอดื้อและเขาก็ชอบปราบพยศเด็กดื้อเสียด้วย
“หมายความว่าอะไรคะ?” มนตกานต์เงยหน้าขึ้นทันที
“เดี๋ยวก็รู้ครับ” เหมวัตยกยิ้มมุมปากแบบท้าทาย สายตาเขาเจือความสนุกชัดเจน
“ขอบคุณอีกครั้งนะคะอาเหม” หญิงสาวยกมือไหว้ก่อนจะเปิดนประตูห้องเข้าไป หัวใจของมนตกานต์เต้นแรงเมื่อเห็นรอยยิ้มเจ้าเล่ห์ของเขา
....
หลังเลิกงานวันต่อมามนตกานต์เลิกงานแล้วก็รีบตรงกลับคอนโด หญิงสาวแวะซื้อข้าวที่ร้านอาหารตามสั่งก่อนจะขึ้นมาบนห้องของตนเอง เธอแตะคีย์การ์ดเพื่อเปิดประตูอย่างเคยแต่ประตูห้องก็ไม่ยอมเปิด เธอยืนจ้องคีย์การ์ดในมือพลางขมวดคิ้ว
“ทำไมคีย์การ์ดถึงใช้ไม่ได้ล่ะ” เธอบ่นเบา ๆ ก่อนจะลองแตะใหม่อีกรอบแต่ทุกอย่างก็เงียบ
หญิงสาวเก็บคีย์การ์ดลงกระเป๋าก่อนจะใช้วิธีกดรหัสแต่ประตูก็ไม่ยอมเปิด มนตกานต์รีบไปติดต่อพนักงานที่ชั้นล่างทันที
“พอดีว่าเจ้าของห้องเป็นคนเปลี่ยนรหัสและให้ยกเลิกการใช้คีย์การ์ดค่ะ”
“เจ้าของห้องเหรอคะ”
“ใช่ค่ะ ถ้าคุณอยากรู้รหัสเข้าห้องหรืออยากให้คีย์การ์ดใช่ได้ก็ให้ติดต่อที่เจ้าของห้องเองค่ะ”
“แจ้งที่นิติไม่ได้เหรอคะ คุณก็รู้นี่คะว่าห้องนี้คุณยายเป็นคนบอกให้ฉันมาอยู่เองนะคะ”
“แต่ชื่อเจ้าของห้องเป็นของหลานชายค่ะ คุณลองไปคุยกับเขาดูนะคะ เขาน่าจะอยู่ในห้อง”
“เขาไม่ไปทำงานเหรอคะ”
“เขากลับมาตั้งแต่ตอนบ่ายแล้วล่ะคะ”
“ขอบคุณค่ะ” มนตกานต์กล่าวขอบคุณก่อนจะเดินเขาไปในลิฟต์อีกครั้ง