บท
ตั้งค่า

บทที่6 : ความจริงที่น่ารังเกียจ

ภายในห้องนอนรับรองชั้นล่างของบ้านพักนายพล บรรยากาศอบอวลไปด้วยกลิ่นยาสมุนไพรและกลิ่นแอลกอฮอล์จางๆ แสงไฟสีนวลจากโคมไฟหัวเตียงส่องกระทบใบหน้าเล็กที่ยังคงแดงระเรื่อด้วยพิษไข้ของ 'อาเป่า'

เด็กน้อยนอนหลับใหลอยู่บนเตียงนุ่มหนาที่ปูด้วยผ้าปูที่นอนสีขาวสะอาด ร่างกายเล็กจ้อยถูกเช็ดตัวจนสะอาดสะอ้าน สวมใส่เสื้อยืดตัวใหญ่ของจ้าวหยางที่พับแขนขึ้นหลายทบ สายน้ำเกลือระโยงระยางอยู่ที่ข้อมือเล็กๆ

'หมอจาง' แพทย์ทหารวัยกลางคนถอนเข็มฉีดยาออกพลางถอนหายใจยาว เขาดึงผ้าห่มนวมขึ้นคลุมถึงหน้าอกเด็กชาย แล้วหันมาพูดกับจ้าวหยางที่ยืนกอดอกพิงกำแพงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด

"พ้นขีดอันตรายแล้วครับท่านผู้บัญชาการ" หมอจางรายงาน "โชคดีที่เด็กมีความอดทนสูง บวกกับได้รับยาปฏิชีวนะทันเวลา ไข้เริ่มลดลงแล้ว แต่ปอดของแกยังไม่ดีนัก ต้องพักฟื้นในที่อบอุ่นและได้รับสารอาหารเต็มที่อีกสักระยะ"

เสียงของหมอเปรียบเสมือนเสียงสวรรค์ 'หลินหว่าน' ที่นั่งเฝ้าอยู่ข้างเตียงไม่ห่างทรุดตัวลงซบหน้ากับฝ่ามือ ร้องไห้ออกมาด้วยความโล่งใจ ร่างกายของเธอที่เพิ่งได้อาบน้ำอุ่นและเปลี่ยนมาใส่ชุดลำลองหลวมๆ ของแม่บ้าน ยังคงสั่นเทาจากความหวาดกลัวที่ตกค้าง

"ขอบคุณหมอจาง ขอบคุณจริงๆ จ้ะ" เธอพร่ำพูดซ้ำๆ

จ้าวหยางพยักหน้าให้หมอจางเป็นเชิงขอบคุณ "ลำบากคุณแล้วหมอจาง กลับไปพักผ่อนเถอะ เดี๋ยวผมให้เสี่ยวหลิวไปส่ง"

เมื่อหมอจางและพยาบาลผู้ช่วยกลับออกไป ในห้องจึงเหลือเพียงจ้าวหยาง หลินหว่าน และเด็กน้อยที่หลับใหล ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ ได้ยินเพียงเสียงลมหายใจสม่ำเสมอของอาเป่า

จ้าวหยางเดินเข้ามาใกล้เตียง สายตาคมกริบมองดูเด็กชายครู่หนึ่ง ก่อนจะเลื่อนไปมองหญิงสาวที่นั่งก้มหน้าอยู่ เขาลาเก้าอี้อีกตัวมานั่งลงตรงข้ามเธอ รักษาระยะห่างอย่างให้เกียรติ แต่รัศมีกดดันบางอย่างทำให้หลินหว่านต้องเงยหน้าขึ้นมอง

"เราต้องคุยกันให้รู้เรื่อง" จ้าวหยางเอ่ยเสียงทุ้มต่ำ แต่หนักแน่น "สหายหลินหว่าน ผมต้องการความจริงทั้งหมด ไม่ใช่เพื่อจับผิดคุณ แต่เพื่อคืนความยุติธรรมให้คุณ"

หลินหว่านเม้มปากแน่น ดวงตาแดงช้ำสั่นไหว "ท่านนายพล ฉัน..."

"เริ่มจากสามีของคุณ" จ้าวหยางขัดขึ้น "คุณบอกว่าคุณคือภรรยาของร้อยเอกเฉินหมิง หัวหน้าหมวดกองพันที่ 3 ใช่ไหม?"

"ใช่จ้ะ เราแต่งงานกันที่อำเภอเมื่อ 5 ปีก่อน มีใบทะเบียนสมรสถูกต้อง" หลินหว่านตอบเสียงเครือ "แต่ตอนที่ฉันมาถึงหน้าค่าย ทหารยามบอกว่าประวัติของเขาคือโสด"

คิ้วเข้มของจ้าวหยางขมวดเข้าหากันจนเป็นปม การปลอมแปลงเอกสารราชการและปกปิดสถานะทางครอบครัวถือเป็นความผิดวินัยร้ายแรงในกองทัพ โดยเฉพาะในยุคสมัยที่ความซื่อสัตย์ต่อองค์กรถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

"แล้วทำไมคุณถึงไม่ยืนยันให้ตรวจสอบตอนนั้น? ทำไมถึงไปอยู่ที่โรงเก็บฟืนท้ายค่าย?" จ้าวหยางถามต่อ เจาะลึกถึงประเด็นที่เขาสงสัยที่สุด

หลินหว่านก้มหน้าลง มือบิดชายเสื้อด้วยความกังวลใจ "มี... มีสหายพยาบาลหญิงคนหนึ่งมาช่วยพูดจ้ะ เธอบอกว่าเฉินหมิงกำลังติดภารกิจลับสุดยอด ห้ามใครรบกวน ไม่อย่างนั้นเขาจะถูกไล่ออก เธอหวังดีพาฉันไปหลบที่นั่น บอกให้รอเงียบๆ อย่าทำให้สามีหมดอนาคต"

"ภารกิจลับ?" จ้าวหยางทวนคำ น้ำเสียงเย็นเยียบลงทันที "พยาบาลคนนั้นชื่ออะไร?"

"ฉันได้ยินทหารยามเรียกเธอว่า 'พยาบาลซู' จ้ะ เธอสวยมาก แต่งตัวดี"

ปัง!

จ้าวหยางตบที่วางแขนเก้าอี้ไม้เสียงดังสนั่นจนหลินหว่านสะดุ้งเฮือก ใบหน้าของนายพลหนุ่มบัดนี้มืดครึ้มราวกับเมฆพายุ เขาเข้าใจสถานการณ์ทั้งหมดได้ในทันที

'ภารกิจลับ' บ้าบออะไรกัน! ในฐานะผู้บัญชาการกองพล เขาเป็นคนเดียวที่รู้ทุกภารกิจของลูกน้อง ช่วงนี้กองพันที่ 3 มีแค่การฝึกซ้อมประจำปีธรรมดา ไม่มีภารกิจลับใดๆ ทั้งสิ้น

และชื่อ 'พยาบาลซู' หรือ 'ซูเจิน' ลูกสาวของเสนาธิการซู ก็เป็นที่รู้กันทั่วว่ากำลังตามติดพันเฉินหมิงอย่างออกนอกหน้า

ภาพจิ๊กซอว์ต่อกันจนครบ เฉินหมิงโกหกว่าโสดเพื่อจับผู้หญิงที่มีฐานะ ซูเจินรู้ความจริงแต่แทนที่จะเปิดโปง กลับร่วมมือกันปิดปากเมียหลวงโดยหลอกให้ไปทนทุกข์ทรมานในที่ที่คนปกติยังอยู่ไม่ได้

นี่มันไม่ใช่แค่เรื่องชู้สาวธรรมดา แต่มันคือการพยายามฆาตกรรมทางอ้อม!

"สารเลว" จ้าวหยางคำรามออกมาจากลำคอ ดวงตาลุกโชนด้วยไฟโทสะ "ไอ้พวกเดรัจฉานในเครื่องแบบ!"

หลินหว่านตกใจกับท่าทีโกรธเกรี้ยวของเขา "ทะ ท่านนายพลจ๊ะ เฉินหมิงเขาไม่ได้ทำภารกิจลับหรือจ๊ะ? แล้ว แล้วเขาจะถูกไล่ออกไหม?"

จ้าวหยางสูดลมหายใจลึก พยายามระงับอารมณ์เมื่อเห็นความหวาดกลัวในแววตาของหญิงสาว เขาเปลี่ยนน้ำเสียงให้อ่อนโยนลง แต่แฝงด้วยความเด็ดขาด

"สหายหลิน ฟังผมนะ" จ้าวหยางจ้องตาเธอ "เฉินหมิงไม่ได้มีภารกิจลับอะไรทั้งนั้น เขากินอิ่มนอนอุ่นอยู่ที่โรงนอนนายทหาร และที่พยาบาลคนนั้นหลอกให้คุณไปอยู่ที่นั่น ก็เพราะต้องการกันคุณออกไปให้พ้นทาง ไม่ได้หวังดีอะไรเลย"

"มะ ไม่จริง" หลินหว่านหน้าซีดเผือด น้ำตาไหลพรากออกมาอีกครั้ง "ทำไม ทำไมพวกเขาถึงทำกับฉันแบบนี้"

"เพราะความเห็นแก่ตัวไงล่ะ" จ้าวหยางยื่นมือไปหยิบผ้าเช็ดหน้าสะอาดบนโต๊ะส่งให้เธอ "แต่คุณไม่ต้องกลัว นับตั้งแต่วินาทีนี้เป็นต้นไป เรื่องของคุณอยู่ในความดูแลของผม ผมจะไม่ยอมให้ใครมารังแกคุณกับลูกได้อีก แม้แต่ปลายเล็บ"

เขาฉุดร่างตัวเองลุกขึ้นยืนเต็มความสูง แผ่กลิ่นอายอำนาจปกคลุมทั่วห้อง

"เสี่ยวหลิว!" เขาเรียกเสียงดัง

เสี่ยวหลิวที่ยืนรออยู่หน้าประตูรีบเปิดเข้ามา "ครับท่าน!"

"ไปที่ฝ่ายบุคคล รื้อแฟ้มประวัติของร้อยเอกเฉินหมิงออกมาให้หมด เอามาให้ฉันเดี๋ยวนี้! แล้วส่งโทรเลขด่วนไปยังอำเภอบ้านเกิดของเขา ตรวจสอบทะเบียนสมรสและพยานบุคคล ฉันต้องการหลักฐานที่มัดตัวจนดิ้นไม่หลุดภายในพรุ่งนี้เช้า!"

"รับทราบครับ!" เสี่ยวหลิวรับคำสั่งอย่างแข็งขัน สัมผัสได้ถึงพายุลูกใหญ่ที่กำลังจะถล่มค่าย

"เดี๋ยว" จ้าวหยางเรียกไว้ก่อนที่ลูกน้องจะออกไป "แล้วไปตามแม่บ้านหวังมา จัดเตรียม 'เรือนรับรองหลังเล็ก' ในสวนหลังบ้านให้เรียบร้อย ให้สหายหลินกับลูกย้ายไปพักที่นั่น"

เสี่ยวหลิวชะงัก "เรือนหลังเล็ก? ที่ท่านหวงแหน"

"ไปทำตามสั่ง!"

"ครับ!"

หลินหว่านมองตามหลังนายทหารหนุ่มด้วยความซาบซึ้งใจจนพูดไม่ออก เธอไม่เคยคิดฝันว่าในวันที่มืดมนที่สุด จะมีมือที่แข็งแกร่งขนาดนี้ยื่นเข้ามาฉุดดึงเธอไว้

"ท่านนายพลจ๊ะ ฉัน.. ฉันไม่มีอะไรจะตอบแทน"

"คุณตอบแทนผมได้" จ้าวหยางหันกลับมามองเธอ แววตาอ่อนแสงลงเล็กน้อย "ด้วยการดูแลตัวเองกับลูกให้แข็งแรง เลิกก้มหัวให้คนชั่ว และยืนหยัดเพื่อศักดิ์ศรีของตัวเอง ทำได้ไหม?"

หลินหว่านสูดน้ำมูก ปาดน้ำตาทิ้ง แล้วพยักหน้าอย่างมุ่งมั่น "ทำได้จ้ะ ฉันจะทำเพื่ออาเป่า"

"ดี" จ้าวหยางพยักหน้าพอใจ "คืนนี้คุณนอนที่ห้องนี้ไปก่อน พรุ่งนี้เช้าค่อยย้ายไปเรือนหลังเล็ก ที่นั่นมีความเป็นส่วนตัว คุณทำอาหารทานเองได้ ไม่ต้องไปปะปนกับใคร"

พูดจบ เขาก็ทำท่าจะเดินออกไป แต่เหมือนนึกอะไรขึ้นได้ เขาหยุดแล้วหันมาถาม

"คุณทานอะไรหรือยัง?"

หลินหว่านส่ายหน้าเบาๆ ท้องไส้ของเธอว่างเปล่ามาสองวันแล้ว แต่ความกังวลทำให้เธอลืมความหิวไปสิ้น

จ้าวหยางไม่พูดอะไร เขาเดินหายออกไปจากห้อง ครู่ต่อมาเขากลับมาพร้อมกับถาดอาหาร ในนั้นมีชามบะหมี่ร้อนๆ ใส่ไข่ดาวสองฟอง และแก้วนมร้อน

เขาวางถาดลงบนโต๊ะข้างหัวเตียง "กินซะ กองทัพต้องเดินด้วยท้อง ถ้าแม่ล้มไปอีกคน ลูกใครจะดู"

ประโยคสั้นๆ ห้วนๆ แต่กลับเปี่ยมไปด้วยความห่วงใยที่จับใจ หลินหว่านมองชามบะหมี่ตรงหน้า ควันร้อนฉุยลอยขึ้นมากระทบหน้า น้ำตาของเธอหยดลงในชาม แต่คราวนี้มันไม่ใช่น้ำตาแห่งความเศร้า แต่มันคือน้ำตาแห่งความตื้นตัน

เช้าวันรุ่งขึ้น แสงแดดอ่อนๆ สาดส่องผ่านม่านหมอกลงมายังลานฝึกทหาร เสียงนกหวีดและเสียงตะโกนฝึกซ้อมดังแว่วมาตามลม

ในขณะที่เฉินหมิงยังคงตื่นขึ้นมาแต่งตัวอย่างสบายอารมณ์ พรมน้ำหอมราคาแพง และฮัมเพลงอย่างมีความสุข โดยไม่รู้เลยว่าชะตากรรมของเขากำลังนับถอยหลัง

ที่บ้านพักนายพล จ้าวหยางนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานในห้องหนังสือ เบื้องหน้าของเขามีแฟ้มเอกสารปึกหนาวางอยู่ พร้อมกับโทรเลขฉบับหนึ่งที่เพิ่งได้รับเมื่อเช้าตรู่

'ยืนยันข้อมูล: เฉินหมิงสมรสกับหลินหว่าน เมื่อปี 1970 มีบุตรชาย 1 คน ส่งเงินกลับบ้านไม่สม่ำเสมอ มารดาเฉินหมิงมีพฤติกรรมข่มเหงสะใภ้'

จ้าวหยางอ่านข้อความในโทรเลขด้วยสีหน้าเรียบเฉย แววตาลึกล้ำดุจมหาสมุทรที่กำลังปั่นป่วน เขาหยิบแฟ้มประวัติส่วนตัวของเฉินหมิงที่ระบุสถานะ 'โสด' ขึ้นมาเทียบกัน

"กล้ามากนะ" จ้าวหยางเคาะนิ้วลงบนโต๊ะเป็นจังหวะช้าๆ "หลอกลวงเบื้องสูง ข่มเหงเบื้องต่ำ ทอดทิ้งภรรยา คบชู้สู่ชาย ครบสูตรความเลว"

ก๊อกๆ

ประตูห้องเปิดออก แม่บ้านหวังเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้ม "ท่านนายพลคะ สหายหลินย้ายไปที่เรือนเล็กเรียบร้อยแล้วค่ะ เธอฝากบะหมี่ไก่ฉีกชามนี้มาให้ท่านบอกว่าเป็นมื้อเช้าค่ะ"

จ้าวหยางมองชามบะหมี่ที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น เส้นบะหมี่ทำมือที่ดูเหนียวนุ่ม น้ำซุปใสแจ๋วแต่หอมกลิ่นเครื่องเทศ และเนื้อไก่ฉีกที่วางเรียงอย่างประณีต หน้าตาดูน่ารับประทานกว่าอาหารโรงเลี้ยงหรือแม้แต่ภัตตาคารหรู

เขารับชามมา คีบเส้นเข้าปากคำแรก รสชาติกลมกล่อม เค็มหวานกำลังดี เส้นเหนียวนุ่มละมุนลิ้น ความอบอุ่นแผ่ซ่านไปทั่วร่างกาย ทำให้ความตึงเครียดเมื่อครู่ผ่อนคลายลง

"ฝีมือไม่เลว" เขาพึมพำ มุมปากยกยิ้มจางๆ ที่หาดูได้ยาก

"เธอตื่นมานวดแป้งแต่เช้ามืดเลยค่ะ บอกว่าอยากตอบแทนท่าน" แม่บ้านหวังเสริม "เด็กน้อยอาเป่าก็อาการดีขึ้นมาก ตื่นมาเรียกหาข้าวแล้วค่ะ"

"อืม ดูแลพวกเธอให้ดี ขาดเหลืออะไรให้เบิกที่ผม"

"ค่ะท่าน"

เมื่อแม่บ้านออกไป จ้าวหยางวางตะเกียบลง เขาหยิบปากกาหมึกซึมขึ้นมา จรดปลายปากกาลงบนกระดาษคำสั่งเรียกตัว

'เรียกพบ: ร้อยเอกเฉินหมิง กองพันที่ 3' 'สถานที่: ห้องสอบสวน 1' 'เวลา: ทันที'

เขาลงชื่อตวัดหางอย่างดุดัน ก่อนจะกดกริ่งเรียกเสี่ยวหลิว

"ส่งคำสั่งนี้ไป แล้วไปตามตัว 'พยาบาลซูเจิน' มาด้วย บอกว่าผมมีเรื่อง 'ภารกิจลับ' อยากจะปรึกษา"

รอยยิ้มเย็นยะเยือกปรากฏขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลา

"ได้เวลาเช็คบิลแล้ว"

ทางด้านเรือนพักรับรองหลังเล็ก

เรือนไม้ชั้นเดียวขนาดกะทัดรัด ตั้งอยู่ท่ามกลางสวนไผ่ร่มรื่นด้านหลังบ้านพักใหญ่ ภายในตกแต่งเรียบง่ายแต่ครบครันด้วยเครื่องเรือน ทั้งเตียงนอนใหม่เอี่ยม ตู้เสื้อผ้า โต๊ะกินข้าว และห้องครัวเล็กๆ ที่มีเตาถ่านและอุปกรณ์ทำครัวพร้อมสรรพ

หลินหว่านกำลังป้อนโจ๊กให้ลูกชายอยู่ที่ระเบียงหน้าบ้าน แสงแดดอุ่นๆ ส่องกระทบสองแม่ลูก อาเป่าที่ได้กินยาและนอนหลับเต็มตื่นเริ่มมีสีเลือดฝาดบนแก้ม แม้จะยังผอมโซ แต่ดวงตาเริ่มกลับมาสดใสเหมือนเดิม

"แม่จ๋า โจ๊กอร่อยจังเลย" อาเป่าเคี้ยวตุ้ยๆ "ลุงยักษ์ใจดีคนนั้นให้เราอยู่บ้านสวยๆ แบบนี้จริงๆ เหรอจ๊ะ?"

"ใช่จ้ะลูก" หลินหว่านยิ้มทั้งน้ำตา ลูบหัวลูกชายด้วยความรัก "ลุงจ้าวเขาเป็นคนดี เขาช่วยชีวิตเราไว้"

"แล้วพ่อล่ะจ๊ะ? พ่อจะมาหาเราไหม?" คำถามไร้เดียงสาทำให้หลินหว่านชะงัก

เธอวางชามโจ๊กลง จับมือเล็กๆ ของลูกมาเกุมไว้ มองเข้าไปในตาของลูกด้วยความแน่วแน่

"อาเป่า พ่ออาจจะไม่ได้มาหาเราในแบบที่ลูกคิด แต่แม่สัญญา ไม่ว่าจะมีพ่อหรือไม่ แม่กับลุงจ้าวจะไม่ยอมให้ใครมารังแกหนูอีก ต่อไปนี้หนูจะได้กินอิ่ม นอนอุ่น และได้ไปโรงเรียน แม่สัญญา"

อาเป่าเอียงคอ แม้จะไม่เข้าใจทั้งหมด แต่เขาก็พยักหน้า "จ้ะแม่ อาเป่าเชื่อแม่"

สายลมพัดผ่านกอไผ่เกิดเสียงซู่ซ่า ราวกับเสียงกระซิบแห่งการเปลี่ยนแปลง หลินหว่านมองออกไปทางตัวบ้านใหญ่ เธอรู้ดีว่าพายุกำลังก่อตัวขึ้นที่นั่น พายุที่จะพัดพาสิ่งสกปรกโสมมออกไปจากชีวิตของเธอ

และเธอก็พร้อมแล้วที่จะเผชิญหน้ากับความจริง ความจริงที่น่ารังเกียจ แต่เป็นจุดเริ่มต้นของอิสรภาพ

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel