บท
ตั้งค่า

บทที่4 : คืนฝนพรำและความสิ้นหวัง

เสียงอัสนีบาตฟาดเปรี้ยงลงมาดังสนั่นหวั่นไหว ราวกับท้องนภาเกรี้ยวกราดกำลังพิโรธใส่ชะตาชีวิตอันต่ำต้อยของมนุษย์ แสงแลบแปลบปลาบสว่างวาบไปทั่วผืนฟ้า เผยให้เห็นเงาตะคุ่มของต้นไม้ใหญ่ที่ไหวเอนตามแรงลมพายุราวกับภูตผีปีศาจที่กำลังเต้นเร่า

ฝนห่าใหญ่เทกระหน่ำลงมาอย่างบ้าคลั่ง ราวกับฟ้ารั่ว

ภายในโรงเก็บฟืนเก่าท้ายค่ายทหาร ซึ่งบัดนี้เปรียบเสมือนกรงขังแห่งความตาย 'หลินหว่าน' นั่งตัวสั่นงันงกอยู่ที่มุมห้องที่คิดว่าดีที่สุดแล้ว แต่มันก็แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย

หลังคาสังกะสีผุพังส่งเสียงดังระรัวเมื่อถูกเม็ดฝนกระแทกใส่ แต่นั่นยังไม่เลวร้ายเท่ากับสายน้ำเย็นเฉียบที่ไหลโจกผ่านรูรั่วนับสิบรูลงมาสู่พื้นห้องราวกับน้ำตก พื้นดินที่เคยแค่ชื้นแฉะ บัดนี้แปรสภาพเป็นบ่อโคลนตม น้ำฝนไหลเจิ่งนองท่วมตาตุ่ม ส่งกลิ่นเหม็นอับของราและมูลสัตว์คละคลุ้งไปทั่ว

"หนาว แม่จ๋า หนาวเหลือเกิน"

เสียงเพ้อละเมอของ 'อาเป่า' ดังขึ้นแผ่วเบา ร่างเล็กในอ้อมกอดของหลินหว่านสั่นเทิ้มราวกับลูกนกตกน้ำ ตัวของเขาร้อนจี๋ดั่งไฟสุม ขัดแย้งกับริมฝีปากที่ซีดเผือดจนเป็นสีม่วงคล้ำ

หลินหว่านหัวใจหล่นวูบ เธอรีบกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้น ถอดเสื้อนวมตัวนอกที่เปียกชื้นของตัวเองออก แล้วห่มคลุมร่างลูกชายด้วยเสื้อไหมพรมตัวในที่แห้งกว่า เธอยอมใช้ร่างกายผอมบางของตนเองปะทะกับลมหนาวและละอองฝนโดยตรง เพื่อปกป้องแก้วตาดวงใจเพียงดวงเดียว

"ไม่เป็นไรนะลูก แม่กอดเธอไว้แล้ว แม่กอดไว้แล้ว" หลินหว่านกระซิบเสียงสั่น น้ำตาอุ่นๆ ไหลรินลงมาผสมกับน้ำฝนบนใบหน้า

แต่น้ำฝนจากหลังคายังคงหยดลงมาไม่ขาดสาย เธอพยายามขยับหนีไปมุมอื่น แต่ไม่ว่าจะขยับไปตรงไหน ก็หนีไม่พ้นรอยรั่ว พื้นที่แห้งผากเพียงน้อยนิดในโรงเก็บฟืนแห่งนี้ไม่มีอยู่จริง

"พ่อจ๋า พ่ออยู่ไหน อาเป่าเจ็บ"

คำว่า 'พ่อ' ที่หลุดออกมาจากปากลูกชาย เปรียบเสมือนมีดกรีดลงกลางใจหลินหว่านซ้ำแล้วซ้ำเล่า เธอเงยหน้ามองฝ่าความมืดออกไปนอกประตูไม้ที่ปิดไม่สนิท มองไปยังทิศทางที่ตั้งของบ้านพักนายทหารและอาคารบัญชาการ

ที่นั่น คงจะมีแสงไฟสว่างไสว มีฮีตเตอร์ทำความร้อน มีผ้าห่มนวมหนานุ่ม และมีอาหารร้อนๆ วางอยู่บนโต๊ะ

'เฉินหมิง' สามีของเธอ คงกำลังนั่งจิบชาพูดคุยหัวเราะอย่างมีความสุข หรืออาจจะกำลังนอนหลับฝันดี โดยไม่รับรู้เลยว่าเมียและลูกของเขากำลังจะตายอย่างช้าๆ ในนรกเยือกแข็งแห่งนี้

และ 'พยาบาลซูเจิน' คนนั้น นางมารในคราบนักบุญที่หลอกให้เธอมาติดกับดัก

"ทำไม ทำไมคนเราถึงใจดำกันได้ขนาดนี้" หลินหว่านตัดพ้อกับความมืดมิด ความโง่เขลาของตัวเองในอดีตย้อนกลับมาทิ่มแทงหัวใจ ถ้าเธอฉลาดกว่านี้สักนิด ถ้าเธอไม่เชื่อคนง่าย ถ้าเธอกล้าที่จะอาละวาดหน้าค่ายทหารไปเสียตั้งแต่ตอนนั้น ลูกของเธอคงไม่ต้องมาทนทุกข์ทรมานเช่นนี้

"อึก แค่กๆ!" อาเป่าเริ่มไอโขลก อาการหอบหายใจแรงขึ้น หน้าอกบุ๋มลึกทุกครั้งที่สูดหายใจเข้า ลมหายใจร้อนผ่าวเป่ารดต้นคอแม่

"อาเป่า! อาเป่าลูกแม่!" หลินหว่านเขย่าตัวลูกเบาๆ ด้วยความตกใจ "ลืมตาสิลูก! อย่าหลับนะ! คุยกับแม่ก่อน!"

เด็กน้อยปรือตาขึ้นมองแม่ด้วยดวงตาที่ลอยคว้าง ไร้แววสดใส "แม่จ๋า นางฟ้า อาเป่าเห็นนางฟ้ามารับ"

"ไม่! ไม่มีนางฟ้าที่ไหนทั้งนั้น!" หลินหว่านกรีดร้องเสียงหลง ความหวาดกลัวสุดขีดแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอรู้ดีว่าอาการแบบนี้คือสัญญาณเตือนของมัจจุราช

ลูกของเธอกำลังจะช็อกเพราะไข้สูง!

สติของหลินหว่านขาดผึง เธอไม่สนคำสั่งบ้าบอของซูเจินอีกต่อไป ไม่สนว่าเฉินหมิงจะถูกไล่ออกหรือไม่ สิ่งเดียวที่เธอต้องการตอนนี้คือ หมอ!

หลินหว่านวางอาเป่าลงบนกองฟางที่เปียกชื้นอย่างเบามือที่สุด ถอดเสื้อตัวในของเธอห่อตัวลูกไว้ แล้วลุกพรวดพราดวิ่งไปที่ประตู

เธอกระชากประตูไม้เก่าคร่ำคร่าเปิดออก ลมพายุพัดกระแทกหน้าจนเธอเซถลาเกือบล้ม แต่หลินหว่านกัดฟันวิ่งฝ่าสายฝนออกไปยืนอยู่หน้าโรงเก็บฟืน

ความมืดมิดรอบด้านช่างน่ากลัว เสียงลมหวีดหวิวกลบสรรพเสียงทั้งปวง แสงไฟจากค่ายทหารอยู่ไกลลิบตา ราวกับอยู่คนละโลก

"ช่วยด้วย! ใครก็ได้ช่วยด้วย!"

หลินหว่านตะโกนสุดเสียง แข่งกับเสียงฟ้าผ่าและเสียงฝน

"ลูกฉันไม่สบาย! ใครก็ได้ยินไหม! ช่วยด้วย!"

เสียงของเธอแหบแห้งและสั่นเครือ มันถูกกลืนหายไปในความบ้าคลั่งของพายุในทันที ไม่มีสัญญาณตอบรับ ไม่มีใครเดินผ่านมา แถวนี้คือท้ายค่ายที่รกร้างและห่างไกลผู้คนที่สุด

หลินหว่านพยายามวิ่งออกไปตามทางเดินโคลนตม แต่ขาที่อ่อนแรงและพื้นลื่นๆ ทำให้เธอล้มคะมำลงไปกองกับพื้นโคลนเย็นเฉียบ น้ำโคลนสกปรกกระเด็นเข้าปากเข้าจมูก

เธอตะเกียกตะกายลุกขึ้นมา สภาพเปียกปอนตั้งแต่หัวจรดเท้า ผมเผ้าหลุดลุ่ย ใบหน้าเปื้อนโคลนผสมน้ำตา เธอวิ่งไปได้อีกไม่กี่ก้าวก็ล้มลงอีก ครั้งแล้วครั้งเล่า

"ฮือ ได้โปรด สวรรค์ อย่าทำกับเราแบบนี้"

หลินหว่านนอนฟุบอยู่กับพื้นโคลน ร้องไห้ออกมาอย่างไม่อายฟ้าดิน ความเจ็บปวดทางกายเทียบไม่ได้เลยกับความสิ้นหวังทางใจ เธอมองเห็นแสงไฟวูบวาบจากหอคอยยามที่อยู่ไกลออกไป แต่มันไกลเกินกว่าเสียงของเธอจะส่งไปถึง

เธอรู้ตัวแล้วว่า เธอออกมาไกลเกินกว่าจะกลับไปหาลูกได้ทันเวลาหากมัวแต่วิ่งไปขอความช่วยเหลือที่ไม่มีทางมาถึง

ความกลัวว่าอาเป่าจะตายลำพังในความมืดกระชากสติของเธอกลับมา

"อาเป่า แม่จะกลับไปหาเธอ"

หลินหว่านกัดฟันลุกขึ้นอีกครั้ง แล้วหันหลังวิ่งกลับไปที่โรงเก็บฟืน เธอโซซัดโซเซกลับเข้ามาในห้องที่มืดสลัวและเปียกแฉะ รีบถลาเข้าไปกอดร่างเล็กที่นอนนิ่งอยู่บนกองฟาง

"แม่มาแล้วลูก แม่ขอโทษ แม่มันไร้ค่า"

หลินหว่านกอดลูกชายแนบอก พยายามถ่ายทอดไออุ่นสุดท้ายจากร่างกายที่หนาวเหน็บของตัวเองไปให้ลูก เธอนั่งพิงผนังไม้ที่เปียกชื้น น้ำฝนหยดลงมาใส่ศีรษะเธอหยดแล้วหยดเล่า แต่เธอไม่ขยับหนีอีกแล้ว

ในวินาทีที่ความตายคืบคลานเข้ามาใกล้ หลินหว่านเงยหน้าขึ้นมองฝ่าความมืดไปยังเบื้องบน ดวงตาแดงก่ำฉายแววอาฆาตแค้นที่รุนแรงยิ่งกว่าพายุ

"เฉินหมิง ซูเจิน" เธอเอ่ยชื่อศัตรูออกมาทีละคำด้วยน้ำเสียงที่เย็นยะเยือก "ถ้าลูกฉันเป็นอะไรไป ต่อให้ฉันต้องกลายเป็นผี ฉันก็จะตามจองล้างจองผลาญพวกเธอทุกชาติไป ฉันจะสาปแช่งให้พวกเธอไม่มีความสุขไปตลอดชีวิต!"

แรงอธิษฐานท่ามกลางความตายดังก้องไปถึงสวรรค์เบื้องบน หรืออาจจะเป็นนรกเบื้องล่าง

"ฮือ... ฮือ..." เสียงสะอื้นไห้ของหลินหว่านขาดห้วงและแหบพร่า น้ำตาที่ไหลพรากไม่สามารถชะล้างความเจ็บปวดที่บาดลึกในหัวใจได้

หลินหว่านมองร่างลูกชายที่นอนนิ่ง ลมหายใจแผ่วเบาของอาเป่าเปรียบเสมือนเปลวเทียนริบหรี่ที่พร้อมจะดับลงทุกเมื่อ เธอสัมผัสได้ถึงความเย็นยะเยือกของผิวกายลูกชายที่เคยอบอุ่น มันเย็น.. เย็นจนน่ากลัว ความหนาวเหน็บไม่ได้แค่กัดกินร่างกาย แต่มันกำลังกัดกินวิญญาณของเธอไปทีละน้อย

ภาพความทรงจำอันเลือนรางฉายวนเวียนเข้ามาในหัว ภาพวันแรกที่เธออุ้มอาเป่าแนบอก วันที่ลูกหัดเรียกคำว่า "แม่" เป็นครั้งแรก รอยยิ้มใสซื่อและเสียงหัวเราะของลูกที่เคยเติมเต็มชีวิตที่แห้งแล้งของเธอ ทั้งหมดนี้กำลังจะถูกพรากไป

ถูกพรากไปเพราะความเห็นแก่ตัวของ "พ่อ" ที่ทอดทิ้งลูกในไส้ ถูกพรากไปเพราะความอำมหิตของ "หญิงร้าย" ที่หวังเพียงกำจัดเสี้ยนหนาม

ทำไม... ทำไมโลกนี้ถึงโหดร้ายกับเด็กตัวเล็กๆ ที่ไร้เดียงสาขนาดนี้? อาเป่าทำอะไรผิด? เขาผิดที่เกิดมาเป็นลูกของเฉินหมิงอย่างนั้นหรือ?

"พ่อจ๋า... พ่อ..." เสียงละเมอแผ่วเบาของอาเป่าดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้แผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน

คำว่า "พ่อ" นั้นเสียดแทงหัวใจหลินหว่านจนแหลกสลาย ลูกชายของเธอยังคงเรียกหาพ่อ... พ่อที่ไม่เคยแยแส พ่อที่ปล่อยให้พวกเขาเผชิญชะตากรรมเยี่ยงสัตว์เดรัจฉานในคอกสกปรกนี้ ในขณะที่ตัวเองเสวยสุขอยู่บนกองเงินกองทอง

ความโกรธแค้นปะทุขึ้นในอกหลินหว่านราวกับภูเขาไฟที่พร้อมระเบิด มันไม่ใช่แค่ความโกรธ แต่มันคือความชิงชังที่ฝังลึกถึงกระดูกดำ เธอเกลียดชังเฉินหมิง เกลียดชังซูเจิน เกลียดชังโชคชะตา เกลียดชังทุกอย่างที่ทำให้ชีวิตลูกต้องมาจบลงแบบนี้

"จำไว้นะลูก..." หลินหว่านก้มลงกระซิบข้างหูอาเป่าด้วยน้ำเสียงสั่นเครือแต่หนักแน่น "ถ้าชาติหน้ามีจริง... อย่าเกิดมาเป็นลูกพ่อคนนี้อีกเลย... อย่าต้องมาเจอคนใจดำอำมหิตแบบนี้อีกเลย..."

เธอกอดร่างเล็กแน่นขึ้นราวกับจะหลอมรวมวิญญาณของตนเข้าไปเพื่อยื้อชีวิตลูก

"แต่ถ้าแม่รอดไปได้..." แววตาของหลินหว่านเปลี่ยนไป มันวาวโรจน์และน่ากลัว "แม่สาบาน... แม่จะทำให้พวกมันชดใช้อย่างสาสม! แม่จะเหยียบย่ำความสุขจอมปลอมของพวกมันให้จมดิน! แม่จะทวงคืนทุกหยาดน้ำตาและทุกหยดเลือดของเรากลับคืนมาเป็นร้อยเท่าพันเท่า!"

เสียงฟ้าผ่าเปรี้ยงปร้างอีกครั้ง ราวกับรับรู้ถึงคำสาบานอันแรงกล้าของผู้เป็นแม่... คำสาบานที่แลกมาด้วยชีวิตและความเจ็บปวดที่ไม่มีวันลืมเลือน.

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel