บท
ตั้งค่า

บทที่3 นางฟ้าคราบนางมาร

ท่ามกลางสายตาของเหล่าทหารยามและผู้คนที่เริ่มหันมามองด้วยความสนใจ หญิงสาวในชุดเครื่องแบบทหารหญิงเนื้อดีที่ดูสะอาดสะอ้าน ยืนเด่นเป็นสง่าอยู่ตรงหน้าหลินหว่าน รอยยิ้มบนใบหน้าของ ‘ซูเจิน’ ช่างดูอ่อนหวานและเปี่ยมไปด้วยเมตตา ราวกับดอกบัวขาวที่เบ่งบานท่ามกลางโคลนตม

ทว่า ไม่มีใครล่วงรู้เลยว่า ภายใต้กลีบดอกไม้ที่งดงามนั้น ซ่อนอสรพิษร้ายที่พร้อมจะฉกกัดเหยื่อให้ตายตกไป

“เอาล่ะๆ สหายทหาร อย่าเพิ่งวู่วาม” ซูเจินหันไปพูดกับทหารยามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่แฝงอำนาจ “ดูสภาพแม่ลูกคู่นี้สิ น่าเวทนาออกปานนี้ คงไม่ใช่คนสติไม่ดีที่ตั้งใจมาก่อกวนหรอก ฉันว่าต้องมีการเข้าใจผิดกันแน่ๆ”

ทหารยามรีบลดปืนลงด้วยความเกรงใจ เพราะรู้ดีว่าซูเจินเป็นถึงลูกสาวของนายทหารชั้นผู้ใหญ่ในกองทัพ และยังเป็นพยาบาลคนโปรดของหน่วยแพทย์ “แต่ว่าสหายพยาบาลซู ระเบียบก็คือระเบียบ”

“ฉันเข้าใจ ฉันจะรับผิดชอบเอง” ซูเจินตัดบท ก่อนจะหันกลับมาหาหลินหว่าน เธอย่อตัวลงเล็กน้อย ไม่รังเกียจที่จะยื่นมือขาวผ่องไปจับมือที่หยาบกร้านและสกปรกของหญิงบ้านนอก

“พี่สาว ใจเย็นๆ ก่อนนะ” ซูเจินเอ่ยเสียงหวาน “เมื่อครู่พี่บอกว่าพี่เป็นภรรยาของสหายเฉินหมิงใช่ไหม?”

หลินหว่านที่กำลังตื่นตระหนกและสิ้นหวัง เมื่อได้รับไมตรีจิตจากคนแปลกหน้า เธอก็พยักหน้ารับทั้งน้ำตา “ใช่จ้ะ ฮึก ฉันชื่อหลินหว่าน เป็นเมียที่ถูกต้องตามกฎหมายของเฉินหมิง นี่ก็ลูกชายของเขา คุณพยาบาล คุณต้องเชื่อฉันนะ”

ซูเจินลอบมองเด็กชายตัวผอมโซที่กอดขาแม่แน่น แววตาของเธอฉายแววรังเกียจวูบหนึ่งเมื่อเห็นน้ำมูกที่เปรอะเปื้อนใบหน้าเด็ก แต่เพียงพริบตาเดียวก็เปลี่ยนกลับมาเป็นแววตาเห็นอกเห็นใจ

“ฉันเชื่อจ้ะ ฉันดูออกว่าพี่ไม่ได้โกหก” ซูเจินบีบมือหลินหว่านเบาๆ “แต่พี่สาว พี่คงไม่รู้กฎระเบียบของที่นี่ การที่พี่มาตะโกนปาวๆ หน้าค่ายแบบนี้ มันอันตรายต่อสามีของพี่มากนะ”

หลินหว่านชะงัก “อะ อันตราย? ยังไงหรือจ๊ะ?”

ซูเจินแสร้งทำสีหน้าลำบากใจ เธอดึงหลินหว่านและอาเป่าให้ขยับออกมาห่างจากป้อมยามเล็กน้อย แล้วกระซิบด้วยน้ำเสียงจริงจังราวกับกุมความลับระดับชาติ

“พี่สาว พี่ฟังฉันให้ดีนะ ตอนนี้สหายเฉินหมิงกำลังปฏิบัติ ‘ภารกิจลับสุดยอด’ ให้กับกองทัพ เขาถูกส่งไปฝึกพิเศษในหน่วยลับ การฝึกนี้สำคัญมากต่ออนาคตการเลื่อนยศของเขา กฎเหล็กของหน่วยลับคือห้ามติดต่อทางบ้าน และห้ามมีเรื่องชู้สาวหรือเรื่องส่วนตัวมารบกวนเด็ดขาด”

คำโกหกคำโตถูกปั้นแต่งขึ้นอย่างลื่นไหล หลินหว่านผู้ซื่อบริสุทธิ์และไม่เคยรู้เรื่องราวในกองทัพมาก่อน เมื่อได้ยินคำว่า ‘ภารกิจลับ’ และ ‘เลื่อนยศ’ หัวใจของเธอก็เริ่มไหวเอน

“แล้ว แล้วเรื่องที่เขาแจ้งว่าโสดล่ะจ๊ะ?” หลินหว่านถามเสียงสั่น

“โธ่ พี่สาวซื่อจริงๆ” ซูเจินถอนหายใจ “นั่นก็เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างประวัติปลอมเพื่อภารกิจไงล่ะ! ทหารหน่วยลับต้องไม่มีพันธะ เพื่อความปลอดภัยของครอบครัว แต่ถ้าพี่มาโวยวายจนความแตกแบบนี้ หัวหน้าหน่วยรู้เข้า สหายเฉินหมิงจะถูกสอบสวน เขาจะถูกไล่ออกทันที! พี่อยากให้สามีหมดอนาคต กลายเป็นคนตกงานที่มีประวัติด่างพร้อยงั้นหรือ?”

ประโยคสุดท้ายเปรียบเสมือนค้อนปอนด์ทุบลงกลางใจหลินหว่าน

ถูกไล่ออก หมดอนาคต

สำหรับคนชนบทอย่างเธอ การได้เป็นทหารถือเป็นเกียรติยศสูงสุดของวงศ์ตระกูล และเป็นความหวังเดียวของครอบครัว ถ้าเธอเป็นต้นเหตุให้เฉินหมิงต้องพังพินาศ เธอจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหน?

“ไม่ ฉันไม่อยากให้เขาถูกไล่ออก” หลินหว่านหน้าซีดเผือด “ฉัน.. ฉันแค่จะพาลูกมาหาเขา เพราะเราไม่มีที่ไปแล้ว”

ซูเจินลอบยิ้มมุมปากเมื่อเห็นเหยื่อติดเบ็ด “ฉันเข้าใจๆ เอาอย่างนี้ไหม พี่กับลูกไปหลบพักในที่ที่ฉันจัดหาให้ก่อน ห้ามให้ใครเห็นเด็ดขาด รอจนกว่าสหายเฉินหมิงจะเสร็จภารกิจช่วงนี้ เดี๋ยวฉันจะแอบส่งข่าวไปบอกเขาให้ว่าพี่มาหา ตกลงไหม?”

หลินหว่านมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความซาบซึ้งใจ เธอรู้สึกเหมือนได้เจอพระโพธิสัตว์เดินดิน “ขอบคุณจ้ะ ขอบคุณคุณพยาบาลจริงๆ บุญคุณครั้งนี้ฉันจะไม่ลืมเลย”

“ไม่ต้องเกรงใจจ้ะ คนกันเองทั้งนั้น ตามฉันมาเงียบๆ นะ”

ซูเจินเดินนำหน้า พาสองแม่ลูกเดินเลี่ยงจากประตูใหญ่ ลัดเลาะไปตามทางเดินแคบๆ ด้านข้างกำแพงค่าย เพื่อหลบสายตาผู้คน ยิ่งเดินลึกเข้าไป สภาพแวดล้อมที่เคยสะอาดสะอ้านและเป็นระเบียบก็เริ่มเปลี่ยนไป

อาคารปูนแข็งแรงเริ่มถูกแทนที่ด้วยเพิงไม้เก่าๆ หญ้ารกทึบขึ้นสูงท่วมหัวเข่า ลมหนาวพัดกรรโชกแรงขึ้นในโซนที่ไร้สิ่งปลูกสร้างบังลม

หลินหว่านอุ้มอาเป่าที่หลับไปแล้วเพราะความเพลีย เดินตามหลังซูเจินต้อยๆ รองเท้าผ้าใบขาดๆ ของเธอย่ำลงบนพื้นโคลนแฉะๆ จนเท้าเย็นเฉียบ แต่เธอไม่กล้าบ่น

ในที่สุด ซูเจินก็หยุดยืนอยู่หน้าสิ่งปลูกสร้างซอมซ่อหลังหนึ่งที่ตั้งอยู่โดดเดี่ยวท้ายค่าย ติดกับป่ารกทึบ

มันคือ ‘โรงเก็บฟืนเก่า’ ที่ถูกทิ้งร้างมานานหลายปี ผนังทำจากไม้กระดานผุๆ ที่มีรูโหว่เป็นระยะ หลังคามุงด้วยสังกะสีสนิมเขรอะที่เปิดอ้าออกจนเห็นท้องฟ้า ประตูไม้ห้อยรุ่งริ่งเหมือนจะหลุดมิลุดแหล่

“ถึงแล้วจ้ะ” ซูเจินผายมือ “ที่นี่แหละปลอดภัยที่สุด ไม่มีทหารคนไหนเดินมาตรวจแถวนี้ พี่กับลูกพักที่นี่ไปก่อนนะ”

หลินหว่านมองสภาพตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน นี่มันแย่กว่าคอกวัวที่บ้านตระกูลเฉินเสียอีก “เอ่อ คุณพยาบาลจ๊ะ ที่นี่ มันจะอยู่ได้จริงๆ หรือจ๊ะ? หลังคามันรั่ว แล้วคืนนี้เหมือนฝนจะตก”

ซูเจินหันขวับมา แววตาแข็งกร้าวขึ้นวูบหนึ่ง “พี่สาว เลือกไม่ได้หรอกนะ ถ้าพี่ไปพักที่บ้านพักรับรองหรือโรงนอน ทหารยามต้องขอดูบัตรประชาชนและใบทะเบียนสมรส พอพวกเขารู้ว่าพี่เป็นเมียเฉินหมิง ความลับก็จะแตก สามีพี่ก็จะซวย พี่จะเลือกความสบายของตัวเอง หรือจะเลือกอนาคตของสามีล่ะ?”

คำขู่นั้นได้ผลชะงัด หลินหว่านก้มหน้างุด “ฉัน.. ฉันเลือกอนาคตของเขาจ้ะ ฉันอยู่ได้”

“ดีมาก” ซูเจินยิ้มเหยียด “พี่เข้าไปข้างใน ห้ามส่งเสียงดัง ห้ามจุดไฟสว่างเกินไป และที่สำคัญ ห้ามออกมาเพ่นพ่านเด็ดขาด จนกว่าฉันจะมารับ เข้าใจไหม?”

“จะ จ้ะ เข้าใจแล้ว”

หลินหว่านกอดลูกชายแน่น ก้าวเท้าเข้าไปในโรงเก็บฟืน กลิ่นอับชื้นและกลิ่นราลอยมาเตะจมูกทันที พื้นดินข้างในเปียกชื้น มีเพียงกองฟางเก่าๆ เหม็นสาบอยู่ที่มุมห้อง ฝุ่นหนาเตอะจับเกรอะกรังไปทั่ว

ซูเจินยืนกอดอกมองอยู่ที่หน้าประตู เธอหยิบเงินออกมาจากกระเป๋า 2 หยวน แล้วโยนลงบนพื้นแทบเท้าหลินหว่านราวกับให้ทานขอทาน

“เอาไว้เผื่อจำเป็น แต่ทางที่ดีอย่าออกไปซื้อของเอง เดี๋ยวคนจะสงสัย ฉันไปล่ะ อย่าลืมที่สั่งไว้นะ”

พูดจบ เธอมารในคราบคนดีก็หันหลังเดินจากไปอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองสองแม่ลูกที่ยืนตัวสั่นงันงกอยู่ในความมืดสลัว

ทันทีที่เดินพ้นระยะสายตา ซูเจินก็หยิบผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดมือไม้ของตัวเองด้วยความรังเกียจ ราวกับเพิ่งไปสัมผัสของสกปรกโสโครกมา

“เชอะ! นังบ้านนอกโง่เง่า” ซูเจินสบถกับตัวเอง “คิดเหรอว่าฉันจะยอมให้แกมาทำลายแผนจับผู้ชายของฉัน รอให้แกหนาวตาย หรือไม่ก็ทนไม่ไหวจนซมซานกลับบ้านนอกไปเองเถอะ เฉินหมิงต้องเป็นของฉันคนเดียว”

เธอโยนผ้าเช็ดหน้าทิ้งลงในถังขยะข้างทาง แล้วเดินเชิดหน้ากลับไปยังโซนที่พักอันอบอุ่น ทิ้งให้หลินหว่านและลูกน้อยเผชิญชะตากรรมตามลำพัง

ภายในโรงเก็บฟืนที่เงียบสงัด

หลินหว่านวางอาเป่าลงบนกองฟางที่เธอพยายามเกลี่ยให้เรียบที่สุด เธอถอดเสื้อนวมตัวนอกของตัวเองออกมาห่มให้ลูก เพิ่มความอบอุ่นทับไปอีกชั้น

“แม่จ๋า ที่นี่ที่ไหน? ทำไมเหม็นจัง” อาเป่าปรือตาขึ้นถามเสียงเบาหวิว

“บ้านพักชั่วคราวของพ่อไงลูก” หลินหว่านกลั้นสะอื้น ลูบศีรษะลูกชาย “พ่อเขาทำงานสำคัญอยู่ เราต้องอดทนรอพ่อที่นี่นะลูกนะ”

“พ่อจะมาหาเราไหมจ๊ะ?”

“มาสิ พ่อต้องมาแน่” หลินหว่านตอบ ทั้งที่ในใจเริ่มเต็มไปด้วยความหวาดหวั่น

เธอมองขึ้นไปที่รอยรั่วบนหลังคา ท้องฟ้าภายนอกมืดสนิท เมฆดำก้อนใหญ่กำลังเคลื่อนตัวเข้ามาบดบังดวงดาว ลมหนาวพัดกรูเข้ามาทางรอยแตกของผนังไม้ ทำให้ตะเกียงน้ำมันก๊าดดวงเล็กที่เธอจุดขึ้นมาสั่นไหววูบวาบ ราวกับชีวิตของเธอในตอนนี้ที่แขวนอยู่บนเส้นด้าย

เปาะ แปะ

หยดน้ำเย็นเฉียบหยดแรกร่วงลงมาจากหลังคา กระทบลงบนแขนของหลินหว่าน ตามมาด้วยหยดที่สอง ที่สาม

ฝนเริ่มตกแล้ว และความหนาวเหน็บที่แท้จริงกำลังจะเริ่มต้นขึ้น

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel