บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 6 : หน่วยกล้าตาย 6/1

ตอนที่

[6]

หน่วยกล้าตาย

หลังจากได้รับการอวยยศ (?) จากเหล่าทหารรุ่นพี่ จี้หลิงก็กลายเป็นความหวังของหมู่บ้าน หรือเรียกให้ถูกคือ ‘หน่วยกล้าตาย’ ประจำค่ายชางหลงไปแล้ว

“กินเยอะ ๆ นะน้องชาย วันข้างหน้าจะได้มีแรง”

“เอานี่ไป น่องไก่ของข้า ข้ายกให้เจ้า”

“นี่ขนมเปี๊ยะ ข้าเก็บไว้นานแล้ว เอ๊ย เก็บไว้ให้เจ้าโดยเฉพาะ กินสิ ๆ”

จี้หลิงนั่งมองกองอาหารตรงหน้าด้วยความรู้สึกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะว่ายามนี้เหล่าทหารต่างพากันประเคนของกินที่ดีที่สุดเท่าที่จะหาได้มาให้นาง ราวกับกำลังเลี้ยงดูนักโทษประหารมื้อสุดท้ายก่อนถูกนำตัวไปลานประหารอย่างไรอย่างนั้น

“ขอบคุณพี่ชายทุกคนขอรับ” ได้แต่ยิ้มแห้ง ๆ พลางยัดน่องไก่เข้าปาก

แท้จริงแล้วสำหรับคนอื่น นี่อาจเป็นทางไปสู่ความตาย แต่สำหรับนาง นี่คือตั๋วชั้นพิเศษที่จะพานางไปพบกับหยางซงรุ่ยต่างหาก!

เมื่อถึงเวลาอันสมควรแล้ว จี้หลิงก็ถูกพาตัวไปยังเรือนพักส่วนตัวของแม่ทัพใหญ่ ทว่าทันทีที่ก้าวเท้าเข้าไปในเขตเรือน บรรยากาศรอบข้างก็เปลี่ยนไปทันที ความเงียบสงบที่แฝงไปด้วยความกดดันทำให้ขนแขนของนางลุกซู่โดยทันที

นี่มันเหมือนเข้าสู่ลานประหารจริง ๆ นะ

จี้หลิงสอดส่องสายตาไปโดยรอบด้วยความระแวดระวังก็พบว่าหน้าประตูเรือนมีทหารองครักษ์สองคนยืนเฝ้าอยู่

คนทางซ้าย รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าหล่อเหลาดูใจดีมีเมตตา รอยยิ้มจาง ๆ ที่มุมปากทำให้ดูเข้าถึงง่าย หากจำไม่ผิด เขาน่าจะเป็นหลิวซื่อเฟิง รองแม่ทัพคนสนิทฝ่ายขวาของหยางซงรุ่ย

ส่วนคนทางขวา รูปร่างกำยำล่ำสัน ใบหน้าคมเข้มดุดัน แววตาคมกริบราวกับเหยี่ยวที่พร้อมจะขย้ำเหยื่อ ก็คงเป็นเฉินจงกุ้ย รองแม่ทัพฝ่ายซ้ายผู้เคร่งขรึมที่เป็นคนสนิทของหยางซงรุ่ยเช่นกัน

“เจ้านี่น่ะหรือที่พวกนั้นส่งมา” เฉินจงกุ้ยกวาดสายตามองจี้หลิงตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยแววตาไม่ไว้ใจ “ตัวเล็ก ผอมแห้ง จะมีแรงยกกาน้ำชาไหวรึ?”

“เอาน่าจงกุ้ย” หลิวซื่อเฟิงปรามเบา ๆ ก่อนจะหันมาส่งยิ้มให้จี้หลิง

“เจ้าชื่ออะไร?” แม้จะรู้อยู่แล้วแต่ก็เอ่ยถามเพื่อทำให้บทสนทนาดำเนินต่อ

“ข้าน้อยเสี่ยวหลิงขอรับ”

“อืม ได้ยินว่าเจ้าเป็นเด็กกำพร้า หลงทางมาที่นี่สินะ” หลิวซื่อเฟิงพยักหน้าช้า ๆ สายตายังคงพิจารณา ก่อนหน้านี้พวกเขาให้คนไปสืบประวัติของเสี่ยวหลิงมาแล้ว ทั้งจากทหารที่ซักประวัติก่อนหน้าแจ้งว่าเป็นเด็กกำพร้า ทั้งให้คนไปตามสืบด้านนอก ก็ไม่มีประวัติว่าเขาได้พูดคุยกับผู้ใดนักก่อนมาที่นี่นอกจากแม่ค้าขายผักที่เขาไปถามทาง กระนั้นพวกเขาก็ยังไม่ไว้ใจ เพราะตามประสบการณ์ยิ่งดูเหมือนไม่มีอะไรก็ยิ่งมีมิใช่หรือ แต่ตอนนี้คนดูแลนายน้อยก็สำคัญ ระหว่างนี้ก็ต้องสอดส่องพฤติกรรมดูไปก่อนแล้วกัน

“จากที่ได้ยินประวัติขาวสะอาด ไม่มีพิษภัย แต่เพื่อความแน่ใจ เราต้องตรวจค้นเจ้าอีกรอบ”

“หา? ตรวจอีกแล้วหรือขอรับ” จี้หลิงหน้าเหวอ

“กฎก็คือกฎ ความปลอดภัยของท่านแม่ทัพสำคัญที่สุด” เฉินจงกุ้ยกล่าวเสียงเข้ม

จี้หลิงได้แต่กลืนน้ำลายลงคอ ยอมจำนนให้สองหนุ่มลูบคลำ เอ๊ย ตรวจค้นร่างกายอีกครั้งอย่างละเอียดทุกซอกทุกมุม แม้จะกินยาเปลี่ยนเพศมาแล้ว แต่การถูกบุรุษสองคนรุมค้นตัวแบบนี้ มันก็อดรู้สึกเหมือนถูกลวนลามไม่ได้อยู่ดี ได้แต่คร่ำครวญในใจ

‘ข้าถูกล่วงเกินอีกแล้ว ไอ้บ้าสองคนนี่มือปลาหมึกชะมัด!’

เมื่อมั่นใจว่าไม่มีอาวุธซุกซ่อน หลิวซื่อเฟิงจึงพยักหน้าอนุญาต

“เอาละเสี่ยวหลิง ตอนนี้ท่านแม่ทัพไม่อยู่ เพราะออกไปตรวจตราความเรียบร้อยหน้าค่าย ระหว่างนี้เจ้าเข้าไปทำความสะอาดห้องให้เรียบร้อยเสีย จำไว้ว่าท่านแม่ทัพเกลียดความสกปรก และเกลียดของที่วางผิดที่ผิดทางที่สุด”

“เข้าใจแล้วขอรับ!”

จี้หลิงรับคำอย่างแข็งขัน แล้วก้าวเท้าเข้าไปในห้องนอนและเป็นห้องทำงานของ ‘เมน’ สุดที่รักของนางด้วยความตื่นเต้น

ภายในห้องกว้างขวางแต่ตกแต่งอย่างเรียบง่าย ทว่าข้าวของกลับวางระเกะระกะเต็มไปหมด ม้วนแผนที่กองพะเนินบนโต๊ะ เสื้อเกราะถอดทิ้งไว้มุมห้อง ดาบวางพิงผนังอย่างหมิ่นเหม่

ไหนว่าเกลียดความสกปรก และเกลียดของที่วางผิดที่ผิดทางที่สุดอย่างไรเล่า สภาพนี้มันเรียกว่าเรียบร้อยได้หรือ จี้หลิงได้แต่ส่ายหน้ายิ้ม ๆ

ไม่เป็นไรเดี๋ยวนางจัดการเอง!

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel