ทำให้ตัวร้ายกลับใจนั้นยากยิ่งนัก

60.0K · จบแล้ว
คุณหนูหยางเอิน
35
บท
87
ยอดวิว
7.0
การให้คะแนน

บทย่อ

แม้ว่าเมนของเธอจะเป็นตัวร้ายในนิยายที่คนหวาดกลัว แต่หากมีโอกาสที่จะเปลี่ยนแปลงทำให้เขาไม่ต้องตายตอนจบได้เธอก็ยินดีที่จะทำ แต่ว่านะ การทำให้ตัวร้ายที่แสนโหดเหี้ยมเป็นคนดีนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายสักนิด!

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณแม่ทัพตลกนางเอกเก่งข้ามมิติเกิดใหม่จีนโบราณนิยายย้อนยุคเกิดใหม่ในนิยาย

ตอนที่ 1 : ทำไมต้องตายด้วย

ตอนที่

[1]

ทำไมต้องตายด้วย

ฉึก!

เสียงโลหะแหลมคมเสียดแทงทะลุเนื้อดังขึ้นอย่างน่าสยดสยอง กลางอกแกร่งของบุรุษผู้หนึ่งปรากฏปลายหอกสีเงินยวงที่อาบย้อมไปด้วยโลหิตสีแดงฉาน

หยางซงรุ่ย ก้มลงมองบาดแผลกลางอกตนเองด้วยสายตาที่เริ่มพร่ามัว ความเจ็บปวดแล่นพล่านไปทั่วสรรพางค์กาย แต่เทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดที่กัดกินหัวใจ ยามเมื่อเขาเงยหน้าขึ้นมองผู้ที่ถือด้ามหอกนั้น...

องค์รัชทายาท อนุชาต่างมารดาผู้เป็นดั่งศัตรูคู่อาฆาต

เสียงโห่ร้องยินดีของกองทัพฝ่ายวังหลวงดังสนั่นหวั่นไหว ตัดกับความเงียบงันในใจของแม่ทัพของกองกำลังค่ายชางหลงผู้พ่ายแพ้

เขารู้ความจริงแล้ว...

รู้แล้วว่าตลอดชีวิตที่ผ่านมา เขาเป็นเพียงหมากตัวหนึ่งบนกระดานอำนาจ เป็นเพียงมีดดาบให้ผู้อื่นกวัดแกว่ง แต่ถึงกระนั้นแล้วเขาก็ยังดันทุรังทำเรื่องโง่เขลานี้ต่อไป ไม่รู้ว่าเป็นเพราะความโง่งม หรือเพราะความจริงอันโหดร้ายนั้นมันกระแทกความรู้สึกจนด้านชา จนไม่รู้ว่าจะก้าวเดินต่อไปทางไหน

แต่ท้ายที่สุดหยางซงรุ่ยก็ไม่มีโอกาสได้ไขว่คว้าหาความยุติธรรมให้ตนเองอีกแล้ว

ลมหายใจของเขาค่อย ๆ แผ่วเบาลง ร่างสูงสง่าที่เคยน่าเกรงขามทรุดฮวบลงกับพื้นดินฝุ่นคลุ้ง เปลือกตาหนักอึ้งค่อย ๆ ปิดลงพร้อมกับโลกที่มืดมิด

ความสงบสุขของแคว้นกลับคืนมาอีกครั้ง แลกกับลมหายใจสุดท้ายของทรราชผู้เดียวดาย

ปัง!

“บัดซบ!”

เสียงปิดหนังสือเล่มหนาดังลั่นในห้องนอนขนาดเล็ก จี้หลิง โยนหนังสือนิยายปกสวยงามเรื่อง ‘เล่ห์รักสตรีคู่บัลลังก์’ ลงบนเตียงอย่างไม่ไยดี ใบหน้าจิ้มลิ้มบัดนี้งองุ้มเต็มไปด้วยความหงุดหงิด

‘ทำไมหยางซงรุ่ยต้องตายด้วย! เขาก็แค่เข้าใจผิด ถูกหลอกมาทั้งชีวิต! คนเขียนใจร้ายเกินไปแล้ว ไม่คิดจะให้โอกาสเขาได้กลับตัว หรือรับรู้ความรักดี ๆ บ้างเลยหรือไง นี่มันยุติธรรมแล้วเหรอ!!” เธอโวยวายกับอากาศธาตุ ความอัดอั้นนั้นอยู่ในอกยากที่จะระบายได้ทันในตอนนี้ รอบนี้เป็นรอบที่สองแล้วของการอ่านนิยายเรื่องนี้แล้ว แต่ทว่าเมื่ออ่านมาถึงตอนที่ ‘เมนสุดที่รัก’ ของเธอตายทีไรใจของเธอก็ยากที่จะยอมรับได้จึงต้องโวยวายออกมาอีกครั้ง

จี้หลิงนั้นเป็นเพียงพนักงานเงินเดือนธรรมดา ๆ ที่เพิ่งผ่านพ้นชีวิตเด็กจบใหม่มาได้หนึ่งปี ด้วยความที่เพิ่งทำงานก็ต้องเจอกับเรื่องเครียดหลายอย่างจนแทบปรับตัวไม่ทัน การอ่านนิยายจึงเป็นทางออกเดียวที่จะเยียวยาจิตใจอันบอบช้ำของเธอได้ แต่ใครจะไปคิดว่านิยายขายดีที่ใคร ๆ ก็ว่าสนุก จะทำร้ายจิตใจเธอได้ขนาดนี้

“เนื้อเรื่องดีหมด พระเอกนางเอกฉลาด แต่ทำไมบทตัวร้ายมันรันทดขนาดนี้!” เธอยังคงบ่นไม่หยุด พลางนึกถึงใบหน้าหล่อเหลาตามคำบรรยายของหยางซงรุ่ย ยิ่งคิดก็ยิ่งสงสาร

“ถ้ามีใครสักคน... แค่ใครสักคนบอกความจริงกับเขา ทำให้เขากลับใจได้ทันเวลา เขาก็คงไม่ต้องตายอนาถแบบนี้ใช่ไหม โธ่เอ๊ย เมนฉันน่าสงสารที่สุด”

หญิงสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ ทิ้งตัวลงนอนแผ่หลากับเตียงนุ่ม ความเหนื่อยล้าจากการทำงานสะสมมาทั้งวันทำให้หนังตาเริ่มหย่อนยาน ในหัวยังคงวนเวียนอยู่กับภาพจินตนาการของตัวร้ายผู้น่าสงสาร ก่อนที่สติสัมปชัญญะจะค่อย ๆ เลือนหายเข้าสู่ห้วงนิทรา

โดยที่เธอไม่รู้เลยว่าการตื่นครั้งต่อไปของเธอจะไม่เหมือนเดิม…

จี้หลิงรู้สึกตัวตื่นขึ้นมาท่ามกลางห้วงภวังค์กึ่งหลับกึ่งตื่น ทว่าไม่ใช่บนเตียงนอนนุ่ม ๆ ในคอนโดมิเนียม แต่กลับเป็นพื้นที่ว่างเปล่าอันไกลโพ้น มันมืดมิด ลึกลับ ราวกับอยู่ในมิติพิศวงที่ไม่มีจุดสิ้นสุด

วูบ...

ก่อนที่แสงสว่างปริศนาจะปรากฏขึ้นเบื้องหน้า พร้อมกับเสียงทุ้มกังวานที่ดังก้องมาจากทุกทิศทาง

‘เจ้าสงสารเขาหรือ?’

จี้หลิงสะดุ้งโหยง มองซ้ายมองขวาด้วยความตื่นตระหนก “คะ? ใครน่ะ!?” พูดถึงเรื่องอะไรกัน

‘ก็หยางซงรุ่ยอย่างไรเล่า’ เสียงปริศนานั้นไม่ตอบคำถาม แต่กลับย้อนถามถึงสิ่งที่ถามก่อนหน้า

พอได้ยินชื่อนี้ความกลัวของจี้หลิงก็ลดลงกึ่งหนึ่ง เปลี่ยนเป็นความรู้สึกเห็นอกเห็นใจที่พุ่งขึ้นมาแทน “ใช่ ๆ เขาน่าสงสารมาก ทำไมคนเขียนต้องใจร้ายให้เขาตายด้วย ฉันรับไม่ได้!”

‘เจ้าอยากช่วยเขาหรือไม่’

“ช่วยเหรอ จะช่วยยังไง เขาอยู่ในนิยาย” จี้หลิงทวนคำ คิ้วเรียวขมวดเข้าหากัน พลางคิดในใจ

จะช่วยยังไง ถามอะไรแปลก ๆ คนเราจะเข้าไปในนิยายได้ยังไง บ้าไปแล้ว

‘ได้สิหากเจ้าตอบตกลง’

เสียงนั้นตอบกลับมาทันทีด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่ทรงพลัง จี้หลิงที่เพิ่งตื่นนอนและสติยังไม่เข้าที่เท่าใดนักกอปรกับความอินที่ยังค้างคาใจ จึงตอบกลับไปโดยไม่ทันยั้งคิด

“ถ้าเข้าไปช่วยได้ ฉันช่วยแน่นอน! โธ่ หยางซงรุ่ยเมนที่น่าสงสารของฉัน”

สิ้นเสียงตอบรับ เสียงปริศนานั้นก็หัวเราะในลำคอ เสียงหัวเราะนั้นฟังดูเจ้าเล่ห์พิกล

‘หึ ๆ เช่นนั้นก็จงไปช่วย ช่วยไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมา’

“…..”

สิ้นเสียงหัวเราะในลำคอที่ชวนขนลุก แสงสว่างนั้นก็วาบขึ้นอย่างรุนแรง

“เฮ้ยเดี๋ยว!”

จี้หลิงตายังไม่ทันสว่างดีร่างทั้งร่างก็เหมือนถูกเครื่องดูดขนาดยักษ์ดูดวูบ ร่างกายเบาหวิว ความมืดมิดเข้าครอบงำการรับรู้ทั้งหมด จากนั้นก็…

ตุบ!

ก้นกบกระแทกพื้นดินแข็ง ๆ อย่างแรงจนความเจ็บแล่นปราด

“…..”

เมื่อหญิงสาวลืมตาขึ้นมาอีกครั้งก็พบว่าตัวเองกำลังนั่งจุ้มปุ๊กอยู่ท่ามกลางทุ่งหญ้ารกร้างว่างเปล่า ท้องฟ้าเหนือศีรษะมืดสนิทไร้แสงดาว ลมหนาวพัดแรงจนขนลุกซู่

‘ขอให้โชคดี’ เสียงปริศนาดังแว่วมาเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนจะจางหายไปกับสายลม

“เดี๋ยวก่อน! เดี๋ยว!!” จี้หลิงตะโกนลั่น ลุกขึ้นยืนหมุนตัวไปรอบ ๆ รู้สึกตื่นตระหนกเป็นอย่างมาก

“จะไปแบบนี้เหรอ! อะไรคือเอามาทิ้งในที่มืด ๆ แบบนี้ ไม่มีตัวช่วย หรือระบบนำทาง หรือมิติช่องเก็บของอะไรหน่อยเหรอ เฮ้ย!”

“…..”

ไม่มีเสียงตอบรับ มีเพียงเสียงจิ้งหรีดที่ร้องระงม

‘เรื่องนั้นต้องขอดูความพยายามของเจ้าก่อน’ เสียงนั้นแว่วมาจาง ๆ ราวกับเยาะเย้ย แล้วก็เงียบหายไปอย่างสมบูรณ์

“ไอ้...!!” จี้หลิงอ้าปากค้าง อยากจะก่นด่าบรรพบุรุษของเสียงปริศนานั้นให้สาสม แต่ความมืดและความเงียบสงัดรอบข้างทำให้เธอเริ่มรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาจริง ๆ

หญิงสาวยกมือขึ้นทาบอก พยายามตั้งสติ แต่พอนึกถึงคำพูดสุดท้ายของเสียงปริศนานั้น...

‘ช่วยไม่ได้ก็ไม่ต้องกลับมา’

ความฉิบหายมาเยือนแล้ว!

นี่ทำไมเธอรับปากอะไรลงไปโดยไม่ไตร่ตรองให้ดี ถ้าทำภารกิจไม่สำเร็จ เธอก็จะไม่ได้กลับบ้าน ไม่ได้กลับไปนอนเตียงนุ่ม ๆ นิยายที่กองเป็นภูเขาที่งานสัปดาห์หนังสือยังอ่านไม่หมด ซีรีส์เกาหลีที่ดองไว้เป็นสิบเรื่อง

“ชาเขียวครีมชีสเจ้าโปรดหน้าปากซอย...” จี้หลิงเริ่มคร่ำครวญ น้ำตาซึม ชีวิตจะขาดอะไรก็ได้แต่ขาดชาเขียวไม่ได้นะ

“ไหนจะพี่สุดหล่อแผนกคอนเทนต์ที่อุตส่าห์รวบรวมความกล้าทักไปนัดเดตครั้งแรกอาทิตย์หน้าอีก ม่ายยยยย!”

ฮือ สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ๆ ช่วยด้วย

ไม่ได้! จะมาตายหรือติดอยู่ที่นี่ตลอดไปไม่ได้เด็ดขาด!

จี้หลิงสูดหายใจเข้าลึก ๆ ปาดน้ำตาป้อย ๆ แววตามุ่งมั่นขึ้นมาท่ามกลางความมืด

“ต้องทำให้สำเร็จสิ หยางซงรุ่ย นายต้องรอด! นายต้องไม่ตาย! และที่สำคัญที่สุด... ฉันจะต้องได้กลับบ้าน!!”

หญิงสาวประกาศก้องท่ามกลางทุ่งร้าง โดยไม่รู้เลยว่า ภารกิจ ‘ดัดนิสัยตัวร้าย’ ที่เธอเพิ่งคิดขึ้นมานั้น มันช่างยากเย็นแสนเข็ญยิ่งกว่าการตื่นไปทำงานเช้าวันจันทร์เสียอีก!