ตอนที่ 5 : ทหารใหม่หน่วยซักล้าง
ตอนที่
[5]
ทหารใหม่หน่วยซักล้าง
“ขะ... ข้าหลงทางขอรับ!”
กล่าวแล้วรีบทรุดตัวลงคุกเข่ากับพื้น ยกมือไหว้ปลก ๆ ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกนกตกน้ำก่อนจะรีบแนะนำตัว “ข้าชื่อ เสี่ยวหลิง เป็นเด็กกำพร้ารอนแรมไปเรื่อย ๆ ได้ยินว่าเมืองหวายหนานนั้นคึกคักจึงตั้งใจจะมาหางานทำในเมือง ตะ... แต่ดันจำทางผิดจึงเดินหลงเข้ามาในป่านี้ หาทางออกไม่เจอ เดินไปเดินมาก็มาโผล่ที่นี่แหละขอรับ!”
อุตส่าห์ซ้อมมาตั้งหลายรอบ พอเอาเข้าจริงดันลิ้นพันกันเสียอย่างนั้น
ทหารยามร่างยักษ์สองคนมองหน้ากัน แล้วก้มลงมองไอ้หนุ่มน้อยผิวคล้ำหน้าหวานตัวผอมแห้งผิดวบุรุษทั่วไปที่กำลังน้ำหูน้ำตาไหลพรากอยู่แทบเท้าเชิงปรึกษากัน
“เด็กกำพร้าหลงทาง?” ทหารคนหนึ่งเลิกคิ้ว
“แต่ข้าว่าสภาพเจ้านี่ดูมอมแมมเหมือนขอทานมากกว่าอีก ที่นี่ไม่ใช่โรงทานนะเว้ย!”
“ข้าไม่ได้จะมาขอทานนะขอรับ!” จี้หลิงรีบแก้ต่าง
“ที่จริงแล้วข้ามีความสามารถนะขอรับ ข้าทำงานได้ แบกหามได้ ผ่าฟืนได้ ซักผ้าก็ได้ ขอแค่มีข้าวให้กิน มีที่ให้ซุกหัวนอน ข้าทำได้ทุกอย่างเลยขอรับ!”
คำว่า ‘ซักผ้า’ สะดุดหูทหารยามเข้าอย่างจัง เพราะช่วงนี้ค่ายชางหลงกำลังประสบปัญหาขาดแคลนแรงงานระดับล่างอย่างหนัก เพราะใคร ๆ ก็อยากเป็นทหารรบจับดาบ ไม่มีใครอยากก้มหน้าซักอาภรณ์ให้ผู้อื่น
“อืม ช่วงนี้หน่วยซักล้างกับหน่วยคอกม้าคนขาดอยู่พอดี” ทหารอีกคนกระซิบปรึกษาเพื่อน
“เอามันไว้ดีหรือไม่ ดูท่าทางแล้วไม่มีพิษมีภัย แรงก็น้อยคงสู้ใครไม่ได้หรอก”
“งั้นก็ลากตัวไปตรวจสอบก่อน ถ้าไม่ใช่สายลับก็โยนไปหน่วยซักล้างซะ”
จากนั้นจี้หลิงก็ถูกหิ้วปีกเข้าไปในค่ายอย่างทุลักทุเล นางถูกจับถอดเสื้อผ้าตรวจร่างกายอย่างละเอียด ด้วยความที่กินยาเปลี่ยนเพศสภาพมาแล้ว จึงทำให้ทหารตรวจสอบผ่านฉลุย เพราะร่างกายของนางบัดนี้มี ‘ความเป็นชาย’ ครบถ้วน แม้จะผอมแห้งไปหน่อยและหน้าหวานราวสตรีก็ตาม
แหงละ ก็ยามันเปลี่ยนแค่ขนาดหน้าอก สีผิวกับร่างกายช่วงล่างไม่ได้เปลี่ยนหน้าตาเสียหน่อย
ส่วนห่อผ้าและกล่องยาล้ำค่าของนางที่นำมาก็ถูกรื้อค้นกระจุยกระจายดังคาด
“นี่อะไร?” ทหารคนหนึ่งชูกล่องยาขึ้นมา
“หมอบอกว่าข้าธาตุอ่อน ต้องกินยาบำรุงพวกนี้ไว้กันไข้จับสั่นขอรับ” จี้หลิงตอบเสียงอ่อย พลางภาวนาในใจว่าขอให้รอด
หมอประจำค่ายถูกเรียกตัวมาตรวจสอบยา เขาบดยาเม็ดหนึ่งแล้วดมพิสูจน์ ก่อนจะพยักหน้า “แค่ยาสมุนไพรพื้นบ้านธรรมดา ไม่มีพิษมีภัยอะไรหรอก”
นั่นทำให้จี้หลิงลอบถอนหายใจยาวเหยียด รอดไปที ขอบคุณสวรรค์
เมื่อผ่านด่านตรวจสอบทุกอย่าง จี้หลิงหรือในนามใหม่ ‘เสี่ยวหลิง’ ก็ได้รับชุดทหารเก่าที่ขาด ๆ เกิน ๆมาหนึ่งชุด หนำซ้ำยังถูกเตะโด่งไปยังหน่วยที่ต่ำต้อยที่สุดในค่ายทหาร
หน่วยซักล้างและทำความสะอาดคอกม้า
“งานของเจ้าคือซักกองภูเขาผ้านั่น แล้วก็ไปตักมูลม้าที่คอกท้ายค่ายให้สะอาด อย่าให้มีกลิ่นเหม็นรบกวนม้าศึก!” หัวหน้าหน่วยซักล้างโยนกะละมังไม้ใบใหญ่ใส่หน้านายทหารใหม่
“วันนี้ซักผ้ากองนี้ให้หมดก่อนตะวันตกดิน ถ้าไม่เสร็จ อดข้าวเย็น!”
จี้หลิงมองกองภูเขาเสื้อผ้าที่ส่งกลิ่นอับและกลิ่นเหงื่อโชยมาแตะจมูกจนแทบอ้วก นางได้แต่กลั้นหายใจ แล้วพยักหน้ารับคำอย่างจำยอม
“ขอรับ ข้าจะทำให้ดีที่สุดขอรับ”
วันแรกของการเป็นทหารชั้นล่างผ่านไปอย่างทุลักทุเล จี้หลิงต้องนั่งหลังขดหลังแข็งซักผ้ากองมหึมา จนมือเริ่มเปื่อยลอก พักเที่ยงก็ต้องวิ่งไปโกยขี้ม้าที่เหม็นบรรลัยในคอกม้าท้ายค่ายอีก
“อดทนไว้จี้หลิง อดทนไว้ เพื่อหยางซงรุ่ย เพื่อจะได้กลับบ้าน ฮึบ!” นางกัดฟันบอกตัวเองขณะใช้พลั่วตักขี้ม้า
หลังจากที่ทำงานเสร็จขณะที่กำลังนั่งพักเหนื่อยจิบน้ำล้างคอ ทันใดนั้นนางก็ได้ยินเสียงทหารกลุ่มหนึ่งจับกลุ่มคุยกันหน้าเครียดอยู่ข้างบ่อน้ำ
“ได้ยินข่าวหรือยัง เมื่อเช้าท่านแม่ทัพอาละวาดอีกแล้ว”
“เรื่องอะไรอีกล่ะ?”
“ก็เรื่องทหารรับใช้คนใหม่น่ะสิ! เห็นว่าทำน้ำชาหกใส่โต๊ะทำงานนิดเดียว แถมยังเดินเสียงดังตอนท่านแม่ทัพกำลังงีบหลับ เลยโดนสั่งโบยยับเลยตอนนี้ถูกหามส่งหมอไปแล้ว ไม่รู้จะรอดหรือเปล่า”
“โหดฉิบ นี่คนที่เท่าไรแล้ววะเดือนนี้ ห้า? หรือหก?”
“ใครจะไปกล้านับ! รู้แค่ว่าตอนนี้ไม่มีใครกล้าเสนอหน้าไปรับใช้ท่านแม่ทัพแล้ว หัวหน้ากองเลยกำลังปวดหัวอยู่ว่าจะหาใครไปแทนดี ไม่มีใครอยากไปเสี่ยงตายตอนนี้หรอก”
จี้หลิงที่แอบฟังอยู่หูผึ่งทันที โอกาสทองมาถึงแล้ว!
นางแสร้งทำเป็นเดินถือถังน้ำผ่านไปใกล้ ๆ แล้วทำหน้าซื่อตาใสถามแทรกขึ้นมา “เอ่อ พี่ชายทั้งหลายขอรับ ข้าเสี่ยวหลิง เพิ่งมาใหม่ หากมีงานอะไรให้ข้าช่วยทำเพิ่มอีกก็บอกได้เลยนะขอรับ”
ทหารทั้งกลุ่มชะงัก หันขวับมามองจี้หลิงเป็นตาเดียว
สายตาของพวกเขาไล่มองผู้มาใหม่ตั้งแต่หัวจรดเท้า...
เด็กหนุ่มตัวเล็ก ผอมบาง หน้าตาดูไม่มีพิษสงใด ท่าทางเจียมเนื้อเจียมตัว และที่สำคัญ... ดูเป็นพวกหัวอ่อนสั่งง่าย
ดวงตาของเหล่าทหารพลันเป็นประกายวิบวับ ราวกับเห็นแสงสว่าง!
“นี่ เสี่ยวหลิง” ทหารคนหนึ่งรีบเดินเข้ามาตบไหล่นางอย่างแรง แรงนั้นทำนางแทบทรุดลงกับพื้น
“งานซักผ้ามันหนักไปสำหรับเจ้าหรือเปล่า สนใจงานที่สบายกว่านี้ไหม?”
“งาน... งานอะไรหรือขอรับ” จี้หลิงแกล้งทำท่ากล้า ๆ กลัว ๆ
“ก็งานรับใช้ท่านแม่ทัพอย่างไรเล่า แค่คอยชงชา เก็บกวาดห้อง นิด ๆ หน่อย ๆ รับรองว่าสบายกว่าโกยขี้ม้าอย่างแน่นอน” อีกคนรีบเสริมขึ้นทันที
“ใช่ ๆ เจ้าตัวเล็กดูทำงานละเอียดดี มือไม้ก็ดูเบา คงไม่ทำเสียงดังรบกวนท่านแม่ทัพหรอก”
จากนั้นพวกทหารต่างพยักหน้าเห็นพ้องต้องกัน ระหว่างที่รอนายท่านใหญ่ส่งบ่าวรับใช้ฝีมือดีคนใหม่มา ซึ่งก็ไม่รู้จะมาชาติไหน การส่งเจ้าเด็กหน้าใหม่อ่อนต่อโลกคนนี้ไปก่อน น่าจะเป็นทางออกที่ดีที่สุด
อีกอย่างได้ข่าวว่าเจ้าเด็กนี่เป็นเด็กกำพร้าไร้หัวนอนปลายเท้า ถ้าเกิดซุ่มซ่ามจนโดนท่านแม่ทัพฆ่าตายขึ้นมา... ก็คงไม่มีปัญหาอะไร
“เสี่ยวหลิง งานที่คอกม้ามันไม่เหมาะกับคนมีความสามารถอย่างเจ้าหรอก” ทหารคนแรกเอ่ยขึ้นอีกครั้ง
“ขะ...ข้าจะทำได้หรือขอรับ ท่านแม่ทัพเป็นผู้ยิ่งใหญ่ขนาดนั้น...” นางแสร้งทำเสียงสั่นเครือเพื่อความสมจริง จะให้ผู้ใดรู้ไม่ได้ว่านางต้องการหน้าที่นี้มากขนาดไหน
“ทำได้สิ! เจ้าดูเป็นคนละเอียดรอบคอบ ไม่มีพิษมีภัย เหมาะสมที่สุดแล้ว!” พวกทหารรีบช่วยกันพูดกล่อม ประหนึ่งกลัวนางจะเปลี่ยนใจ
“เอาน่า ถือว่าเป็นโอกาสดีที่เจ้าจะได้ใกล้ชิดวีรบุรุษเชียวนะ!”
วีรบุรุษที่พร้อมจะสั่งตัดหัวคนได้ทุกเมื่อน่ะสิ จี้หลิงค่อนขอดในใจ ก่อนจะเผยรอยยิ้มโง่งม และรับคำอย่างแข็งขัน
“ตกลงขอรับ! ข้าจะพยายามทำให้ดีที่สุด!”
สำเร็จ!
เหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นต่างก็ถอนหายใจเฮือกใหญ่อย่างพร้อมเพรียง ราวกับยกภูเขาออกจากอก ก่อนจะมองส่งทหารใหม่ด้วยสายตาแปลก ๆสายตาที่เหมือนกำลังมองลูกแกะตัวน้อยที่กำลังเดินเข้าปากเสือด้วยความสมัครใจ
“โชคดีนะเจ้าหนู...”
