ตอนที่ 4 : ทดลองยา 4/2
ตอนที่
[4]
ทดลองยา
“อึก เจ็บ...”
ความเจ็บปวดแล่นริ้วขึ้นมาวูบหนึ่ง ก่อนจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกตึงแน่นและ... แปลกประหลาด
ผ่านไปราวครึ่งเค่ออาการปวดมวนท้องก็หายไป จี้หลิงจึงค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน เมื่อรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพที่ชัดเจนจนหน้าแดงซ่าน เธอค่อย ๆ เอื้อมมือสั่น ๆ ลงไปสัมผัสสำรวจร่างกายตนเองใต้ร่มผ้า
“เฮ้ย!!”
คนที่เพิ่งค้นพบสิ่งแปลกใหม่เบิกตาโพลง อ้าปากค้างหากมีแมลงวันบินผ่านมาก็คงสามารถเข้าปากได้
“มันงอกออกมาจริง ๆ ด้วย!”
ใบหน้าร้อนผ่าวยิ่งกว่าเดิมเมื่อมองมันให้เต็ม ๆ ตา
ชีวิตนี้ไม่คิดไม่ฝันว่าตื่นมาจะมี ‘น้องชาย’ ห้อยต่องแต่งอยู่หว่างขาแบบนี้ ความรู้สึกมันแปลก ๆ อย่างไรชอบกล
“สาบานเลย ถ้าไม่จำเป็นจริง ๆ ฉันจะไม่กินยานี้อีกเด็ดขาด มันแปลกพิลึก!” จี้หลิงโวยวายเสียงทุ้ม เดินกางขาไปมาเช่นนั้น
กว่าจะทำใจและชินกับความรู้สึก ‘ตุง ๆ’ ได้ก็ปาไปเกือบครึ่งชั่วยาม หนำซ้ำนอกจากจะมีเจ้านั่นโผล่มาแล้ว สิ่งที่เปลี่ยนไปคือหน้าอกที่เคยมีก็เล็กลงจนเหมือนหน้าอกของบุรุษ อืม แบนมาก
เธอหยิบชุดบุรุษเนื้อหยาบที่เตรียมไว้มาสวมใส่ รัดผมเกล้าขึ้นสูงแบบบุรุษ เก็บข้าวของที่จำเป็น ยาที่เหลือ และเงินสองตำลึงใส่ห่อผ้า สะพายขึ้นหลัง ไม่วายยังเอาฝุ่นถ่านมาทาหน้าทาตัวเพิ่มความมอมแมม
“ลาก่อนเจ้ากระท่อม ไว้มีโอกาสข้าจะกลับมาใหม่นะ”
ในตอนนี้เธอต้องประบเปลี่ยนความคิดใหม่ว่าเธอไม่ใช่จี้หลิงสาวออฟฟิศอีกต่อไป แต่คือ ‘เสี่ยวหลิง’ เด็กหนุ่มผู้ยากไร้และหลงทางที่อยากมีชีวิตรอด!
จากนั้นจี้หลิงในคราบหนุ่มน้อยผิวเข้มหน้าตามอมแมมนามเสี่ยวหลิง ก็ออกเดินทางจากกลางป่าโดยอาศัยการดูทิศทางดวงอาทิตย์แบบงู ๆ ปลา ๆ เดินลัดเลาะไปตามทางเกวียนเก่า ๆ อย่างไร้จุดหมาย
เดินเท้าอยู่นานจนขาแทบจะหลุดออกจากร่าง ในที่สุดจี้หลิงก็เริ่มเห็นบ้านเรือนผู้คน และเสียงอื้ออึงของฝูงชน
“ตลาด!”
นางเร่งฝีเท้าเข้าไปในเขตชุมชน ปรากฏว่าเป็นตลาดขนาดใหญ่ที่คึกคักไปด้วยผู้คน ร้านรวงเรียงรายสองข้างทาง มีทั้งร้านขายผ้า ร้านขายเครื่องประดับ ร้านขายอุปกรณ์ทำการเกษตร และร้านอาหารที่ส่งกลิ่นหอมฉุย
จี้หลิงเดินเข้าไปเลียบ ๆ เคียง ๆ เข้าไปถามแม่ค้าขายผักวัยกลางคน
“ท่านป้าขอรับ... ที่นี่คือที่ใดหรือขอรับ?”
แม่ค้ามองเด็กหนุ่มมอมแมมด้วยสายตาเอ็นดูปนเวทนา “โธ่พ่อหนุ่ม หลงทางมาหรืออย่างไร ที่นี่ก็คือตลาดเมือง ‘หวายหนาน’ อย่างไรเล่า”
“หวายหนาน!” จี้หลิงทวนคำก่อนที่ดวงตาจะเป็นประกาย
ไม่ผิดแน่! เมืองหวายหนานคือเมืองหน้าด่านสำคัญ และเป็นที่ตั้งของฐานที่มั่นลับของหยางซงรุ่ย นางมาถูกทางแล้ว!
จี้หลิงจำรายละเอียดในนิยายได้แม่นยำ ค่ายลับ ‘ชางหลง’ นั้นซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาทางทิศเหนือ โดยมีจุดสังเกตคือต้องผ่าน ‘วัดร้าง’ เก่าแก่แห่งหนึ่งไปทางด้านหลัง ซึ่งค่ายแห่งนี้มีเอาไปไว้เพื่อซ่องสุมกำลัง ทำอาวุธ รวมถึงพยายามขยายอำนาจโจมตีและทำศึกเพื่อแย่งชิงอาวุธและพื้นที่กับพวกชนเผ่าที่อยู่ใกล้เคียงแถบนี้
“เอ่อ... ท่านป้าพอจะทราบไหมขอรับว่าทางไปวัดร้างไปทางไหน?”
แม่ค้าผักชะงักไปเล็กน้อย “วัดร้างท้ายเมืองน่ะรึ เจ้าจะไปทำไมกัน ที่นั่นมันเปลี่ยวแถมยังมีข่าวลือเรื่องผีสาง...”
“ข้า... ข้าจะไปรอญาติที่นั่นขอรับ” จี้หลิงพยายามหาข้ออ้าง
“อ้อ ถ้าเช่นนั้นก็เดินตรงไปทางทิศเหนือสุดถนน แล้วเลี้ยวซ้ายเข้าป่าไผ่ เดินไปอีกสักพักก็จะเจอ”
“ขอบคุณขอรับ!”
ร่างเล็กรีบโค้งของคุณก่อนจะเดินไปตามคำบอกของแม่ค้า ระหว่างทางนางสังเกตเห็นธงสีเหลืองสดใสประดับประดาอยู่ทั่วเมือง ร้านบะหมี่ทุกร้านเนืองแน่นไปด้วยผู้คน มีการตั้งซุ้มขายเส้นบะหมี่ตากแห้งหลากหลายรูปแบบ
“เทศกาลบะหมี่?” หญิงสาวพึมพำ ก่อนที่ความทรงจำบางอย่างจะผุดวาบขึ้นมา
ใช่แล้ว!
ในนิยายเคยบรรยายไว้ว่า ช่วงที่เมืองหวายหนานจัดเทศกาลบะหมี่ เป็นช่วงเดียวกับที่จินเสียนหมิงน้าชายตัวแสบของตัวร้าย วางแผนจะส่ง ‘บะหมี่อายุวัฒนะ’ ซึ่งเป็นของดีเมืองนี้ไปถวายฮ่องเต้ในวังเพื่อแสดงความจงรักภักดีบังหน้า
และหลังจากนั้นไม่กี่เดือน ก็จะเป็นจุดเริ่มต้นของโศกนาฏกรรม การกบฏ อันเป็นจุดจบนำพาหยางซงรุ่ยไปสู่ความตายเกิดขึ้น!
“แย่แล้ว...” จี้หลิงหน้าซีดเผือด
“เวลามีน้อยกว่าที่คิด อีกไม่กี่เดือนเรื่องร้าย ๆ ก็จะเกิดขึ้น ข้าต้องรีบแล้ว!”
ด้วยความร้อนใจจี้หลิงจึงกึ่งเดินกึ่งวิ่งไปทางทิศเหนือ ผ่านป่าไผ่ที่เงียบสงัด จนกระทั่งเจอวัดร้างสภาพทรุดโทรมตามที่แม่ค้าบอก นางไม่รอช้า รีบเดินลัดเลาะไปตามเส้นทางลับหลังวัดที่พยายามคาดเดาจากการอ่านนิยาย
ทว่ายิ่งเดินลึกเข้าไป บรรยากาศรอบกายก็ยิ่งเปลี่ยนไป จากป่าโปร่งที่มีเสียงนกร้อง กลายเป็นป่าทึบที่เงียบสงัดจนน่าขนลุก อากาศเย็นยะเยือกพัดมากระทบผิว ราวกับมีสายตาหลายคู่จับจ้องอยู่ทุกฝีก้าว
กลิ่นอายแห่งความตายและการฆ่าฟันลอยอบอวลอยู่ในอากาศ นี่คือเขตแดนของทหารเดนตายของหยางซงรุ่ยไม่ผิดแน่!
จี้หลิงกลืนน้ำลายลงคอที่แห้งผาก ขาสั่นอย่างควบคุมไม่ได้ แต่ก็กัดฟันให้ก้าวต่อไป จนกระทั่งเห็นแนวรั้วไม้สูงตระหง่านและค่ายทหารที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขา
แต่ยังไม่ทันจะได้ก้าวเข้าไปใกล้กว่านี้...
ฉับ!
คมหอกเย็นเฉียบสองเล่มเสียบลงดินขวางหน้า จี้หลิงสะดุ้งสุดตัว เงยหน้าขึ้นมองทหารยามร่างยักษ์สองคนที่จ้องมองนางด้วยแววตาอำมหิต
“เฮ้ย! เจ้านั่นน่ะมาทำอะไรที่นี่!!”
เสียงตะคอกดังลั่นทำเอาจี้หลิงเข่าอ่อนยวบ นางรู้ดีว่าคำตอบที่นางจะตอบออกไปนับจากนี้ จะเป็นตัวตัดสินว่านางจะมีชีวิตรอดเข้าไปเจอหยางซงรุ่ยได้หรือไม่ หรือจะกลายเป็นผีเฝ้าหน้าค่ายแห่งนี้แทน!
