บท
ตั้งค่า

5

“บัดซบ เจ้ากล้าใช้คำนี้จริงๆ หรือ ฮ่าๆ ๆ เหลวไหลสิ้นดีไฉนคนอย่างมันจะเป็นหลานชายเราได้ ในเมื่อเสี่ยวเหมียน เกิดจากองค์หญิงต่างสกุล ถูกแต่งตั้งขึ้นเพราะมารดานางคือแม่ทัพหญิงที่อดีตฮ่องเต้โปรดปราณ จึงมอบตำแหน่งหวงกุ้ยเฟย... แต่นางมีนิสัยโหดเหี้ยม เห็นชีวิตผู้อื่นเป็นผักปลา และที่น่าขัน นางเป็นหม้ายและมีลูกติด ฮ่าๆ ๆ สตรีเช่นนี้ อดีตฮ่องเต้ยังหน้ามืดตามัวหลงใหลจนเสียการปกครอง ในครั้งนั้นบ้านเมืองเกือบต้องล่มสลาย”

เรื่องดังกล่าว สรุปง่ายๆ คือ อดีตฮ่องเต้คลั่งไคล้สตรีที่มากความสามารถ และแม่ทัพหญิง คือคนปกป้องเขาจากกองทัพสิบสองเผ่าเร่ร่อน อนิจจาเหตุการณ์ครั้งนั้นสามีนางที่เป็นสหายรักอดีตฮ่องเต้ได้สละชีพ เพื่อให้เขารอดชีวิต และเป็นแม่ทัพหญิงที่พาเขาตีฝ่าวงล้อมจากศัตรูจนสำเร็จ

ภายหลังเขาผูกใจรักนาง จึงมอบตำแหน่งองค์หญิงต่างสกุลให้ ก่อนที่เขาจะรวบหัวรวบหางนาง และให้มาอยู่ในวังหลังพร้อมลูกสาวคนหนึ่ง ซึ่งก็คือฟ่านเหมียน* ผู้เป็นมารดาของเฉิงป๋อหยางในเวลาต่อมา(เสียชีวิต) หากสุดท้ายแม่ทัพหญิงป่วยใจทั้งคลุ้มคลั่งอยู่เสมอนั่นเป็นเพราะมีข่าวว่า อดีตฮ่องเต้วางยานาง หวังจะข่มเหง แต่แม่ทัพหญิงไม่ยอม กระทั่งถูกคำสั่งควบคุมตัวไว้ในตำหนักเย็น อีกทั้งนางได้ทำให้มารดาของจ้าวฉีเหรินตรอมใจหนัก จนหวิดผูกคอตาย นับว่าโชคดีที่เขาช่วยชีวิตได้ทัน มิเช่นนั้นเขาคงไม่อาจได้ก้าวขึ้นเป็นจักรพรรดิผู้ยิ่งใหญ่อย่างเช่นในวันนี้

“เสี่ยวเหมียน มิใช่น้องสาวเรา... การถูกส่งไปเป็นโสเภณีแคว้นชิงก็นับว่าเหมาะสม กับโทษที่คนในตระกูลเดิมของนางก่อขึ้น การไม่จงรักภักดีต่อเราย่อมต้องแลกด้วยเลือด และความตาย หากจำไม่ผิด ข่าวสุดท้ายที่จดจำได้ น้องสาวแพศยาคนนั้น ตกเป็นเมียชิงอ๋อง ในท้องพระโรง มีผู้อื่นได้เห็นการอุ่นเตียงแสนบัดซบนับร้อย ฮ่าๆ ๆ การสมสู่เยี่ยงสัตว์เดรัจฉาน ช่างเหมาะสมกับที่พวกมันเป็นคนแคว้นชิง ที่ไร้สมอง ขาดความรู้เรื่องการทำศึกสงคราม จึงพ่ายแพ้ต่อเราเรื่อยมา”

เรื่องราวบัดซบที่จักรพรรดิจ้าวกล่าว มิแน่ชัดว่ามีมูลความจริงมากน้อยแค่ไหน แต่เฉิงป๋อหยางที่นอนอยู่ แม้ไม่อาจลืมตาได้ ทั้งบอบช้ำทั่วร่าง แต่ใจเขาเจ็บปวดยิ่ง อย่างไรเสียชีวิตที่สองเมื่อได้มา เขาย่อมต้องคิดบัญชีทุกคนที่เกี่ยวข้องอย่างสาสม โดยเฉพาะจ้าวฉีเหรินผู้นี้

“สาดน้ำให้มันฟื้น และส่งกลับเรือนป่าสน ให้คนคอยจับตาดูมันตลอด มีสิ่งใดผิดปกติจงรายงานเราโดยเร็ว”

จ้าวฉีเหรินกล่าว โดยไม่คิดจะแยแสร่างที่มิต่างจากผีดิบของเฉิงป๋อหยาง หากเป็นยามนั้นที่เหวินอู๋คังกล่าวขึ้น “ฝ่าบาทอย่างไรก็ตาม หากต้องการเก็บป๋อหยางไว้ใช้งาน เมื่อหมุดเล่มสุดท้ายตอกเข้าร่างเขาแล้ว คนผู้นี้จะอันตรายยิ่งกว่าศัสตราวุธใดๆ ที่ท่านเคยมี กองกำลังทหารนับพันคนก็ไม่อาจล้มเขาได้ และกระหม่อมขอเตือนไว้ว่า มีสิ่งร้ายแรงรออยู่ เขาอาจสูญสิ้นสติการรับรู้ แยกแยะผิดถูกมิได้ ด้วยมันคือการควบคุมเจ็ดอารมณ์ หกปรารถนาของมนุษย์ อีกทั้งอายุขัยเขาอาจยาวนานเป็นร้อยปี”

จักรพรรดิจ้าวยิ้ม และตอบกลับ

“ขอให้สิ่งที่หมอหลวงเหวินกล่าวไม่เป็นเท็จ เช่นนี้...ป๋อหยางก็เหมาะสมที่เราจะใช้งาน และทำให้กองทัพตระกูลกังเกรงกลัวสิ่งที่อยู่ในมือเรามิน้อย ภายหน้าหากมีผีดิบเช่นเขาสักสิบคน เราจะไม่ต้องเปลืองเรื่องงบทหารอย่างที่เป็นอยู่ ส่วนหมุดเล่มสุดท้ายนั้น เราจะสรรคหาผู้เหมาะสมที่สุด เป็นคนลงมือฝังมันใส่ร่างองค์ชายตัวประกันผู้นี้ในภายหน้าเอง ฮ่าๆ ๆ”

จ้าวฉีเหรินกล่าว พลางคิดถึงอำนาจที่เขากำลังจะสร้างขึ้น

“อย่างไรก็ตามกว่าจะเปลี่ยนแปลงร่างกายของคนผู้หนึ่งได้ มิใช่เรื่องง่าย ฝ่าบาทย่อมทราบดีว่าต้องใช้เหล่าองค์ชายต่างแคว้นจำนวนไม่น้อย”

ผู้ที่ได้ฟังพยักหน้าเข้าใจ และตอบว่า

“โง่เขลา เรามีลูกสาวหลายคน ส่งพวกนางออกไปให้มากหน่อยย่อมไม่เป็นปัญหา” จ้าวฉีเหรินเอ่ยราวกับชีวิตผู้อื่น มีเขาเป็นผู้กำหนด

ฝ่ายเหวินอู๋คังสูดลมหายใจลึก คิดใคร่ครวญอยู่เกือบหนึ่งอึดใจ ก่อนเปล่งเสียงออกมา “สำหรับองค์หญิงหก กระหม่อมเห็นว่า นางมีคนที่คู่ควรแล้ว อย่างไรฝ่าบาทคงไม่ส่งไปเชื่อมไมตรีกับแคว้นอื่น”

สิ่งที่หมอหลวงเหวินกล่าวย่อมต้องการปกป้ององค์หญิงหก อย่างไรนางก็เป็นสตรีที่จิตใจดี และได้เรียนรู้เรื่องการฝังเข็ม และสมุนไพรกับเขา นั่นเป็นเพราะเหวินอู๋คัง คือสหายกับตาขององค์หญิงผู้นี้ และตั้งแต่นางเยาว์วัย จนถึงตอนนี้ผู้เป็นบิดาที่แท้จริงอย่าง จ้าวฉีเหริน ก็ไม่ใคร่จะโปรดปราณนางและมารดานัก ดังนั้นจึงเป็นเหวินอู๋คังคอยออกหน้า ตั้งต้นเป็นอาจารย์องค์หญิงหกเสียเอง และจักรพรรดิจ้าวไม่ได้ตำหนิเขาในเรื่องนี้ ด้วยอย่างไรก็เป็นญาติกัน อีกทั้งหมอหลวงเหวินสร้างความดีให้แก่บ้านเมืองมิน้อย

ซึ่งในความจริง คือจ้าวฉีเหรินเกือบลืมลูกสาวคนนี้ไปแล้ว เหลียนผินผู้เป็นมารดานาง ช่วงหลังป่วยกระเสาะกระแสะ ทั้งมีข่าวลือหนาหูว่าทำตัวประหลาด เขาจึงไม่เคยเรียกหาทั้งแม่และลูก นอกเหนือจากนั้น ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ที่ทำให้เขา หวนคิดถึงเรื่องเหลวไหลที่ตนเคยก่อขึ้นในสวนดอกไม้

“อืม หากจำไม่ผิด แม่ทัพกังเอ่ยถึงเรื่องนี้อยู่บ้าง เขาอยากให้เรามอบสมรสพระราชทาน แก่เหมยเอ๋อร์กับแม่ทัพน้อยกัง บางทีเราอาจทบทวนสิ่งนี้ใหม่”

เมื่อฮ่องเต้กล่าวจบ จู่ๆ เสียงโซ่ที่ล่ามมือกับเท้าของร่างที่นอนบนเตียงไม้ ก็ดังขึ้น และดังราวกับว่าผู้ที่ถูกพันธนาการไว้บันดาลโทสะถึงขีดสุด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel