บท
ตั้งค่า

4

และนับว่า เฉิงป๋อหยางยังคงมีโชคอยู่บ้าง ด้วยฝ่ายจักรพรรดิจ้าวไม่ทันสังเกตเห็น สิ่งต่างๆ ที่ผิดปกติ กระทั่งหมอหลวงเหวินสั่งให้เขานอนนิ่งๆ แสร้งว่าไม่ได้สติเช่นเดิม

“หมอหลวงเหวิน มั่นใจหรือไม่ว่า มันจะไม่ใจเสาะ ตายไปเสียก่อนทำงานสำคัญให้เรา” คนที่ถามมองเฉิงป๋อหยาง สีหน้าไร้ความเมตตา และเขาคือจักรพรรดิจ้าว

เหวินอู๋คังนิ่วหน้า เขาเป็นหมอหลวงคนสำคัญแห่งยุค ทั้งยังมีศักดิ์เป็นญาติต่างสกุลของจ้าวฉีเหรินด้วย และเหวินอู๋คังคือผู้ดูแลห้องลับ เพื่อทำการสร้างชีวิตใหม่แก่องค์ชายตัวประกัน คนพวกนี้จะกลายเป็นกำลังในการทำศึกสงครามกับฉีหนาน

ร่างสูงใหญ่ถูกหมุดตอกเข้าเนื้อ การกระทำดังกล่าวนับว่าโหดเหี้ยมเกินที่มนุษย์ทั่วไปจะทนได้ ถึงอย่างนั้นคนที่ถูกตอกหมุดก็ไม่อาจขัดขืน ด้วยตกเป็นหมากในกระดานเลือดของจ้าวฉีเหรินเสียแล้ว ทว่าอย่างไรก็ตามฝ่ายเฉิงป๋อหยางย่อมรู้ดี...ชีวิตที่สองซึ่งได้รับมา จะต้องไม่เดินทางสู่ความบัดซบเช่นเดิม

เหวินอู๋คังใช้ความคิดอยู่ประเดี๋ยวจึงเอ่ยว่า

“หากเขาทนรับการตอกหมุดอีกเล่มเดียวได้ ป๋อหยางก็จะกลายเป็นอมตะ ไม่มีวันตาย ขณะเดียวกันความทรงจำต่างๆ จะไม่หลงเหลือ มีชีวิตอยู่มิต่างจากเดรัจฉานตัวหนึ่งให้ฝ่าบาทได้ใช้งาน และคนผู้นี้ หลังจากผ่านการกลืนกินยา และพิษต่างๆ ที่กระหม่อมปรุงขึ้น นับว่ายามนี้ร่างกายเขาแข็งแรง ยากที่จะหาผู้ใดเทียบ”

การตอกหมุดที่ว่าคือการควบคุม ‘เจ็ดอารมณ์ หกปรารถนา’ คือตำราฝึกตนนับพันปีเพื่อสร้างกองทัพปีศาจ เป็นมากกว่าศัสตราวุธ ผู้ควบคุมกองทัพนี้ได้ ย่อมอยู่เหนือคนทั้งใต้หล้า สามารถต่อกรทั้งสวรรค์และนรก ซึ่งจ้าวฉีเหรินปรารถนาเป็นคนผู้นั้น เขาต้องการยิ่งใหญ่เกรียงไกร พวกหนานฉีจะต้องหัวหดเมื่อได้ยินชื่อของเขา

“เช่นนั้น ยั้งมือก่อน ข้าอยากให้เขาได้ลิ้มรสความเจ็บปวดมากกว่านี้ และช่วงเวลาสุดท้ายที่เหลืออยู่ องค์ชายแห่งแคว้นชิง จะต้องได้เห็นว่าบ้านเมืองของตน ยามถูกทำลายลงอย่างย่อยยับ ย่อมน่ายินดีเป็นอย่างยิ่ง เช่นนี้เขาจะได้ระลึกถึงข้าเสมอ ว่าเป็นผู้มอบของรางวัลอันแสนประเสริฐให้องค์ชายผู้ที่บิดาเกลียดชัง และมารดาคือโสเภณีไร้เกียรติ”

“ฝ่าบาทหมายความว่า...”

คนที่ถามแสดงความอยากรู้เต็มเปี่ยม ขณะเดียวกันเขาก็นึกถึงช่วงเวลาที่ผ่านมา ซึ่งเกี่ยวพันกับองค์ชายจากแคว้นชิง อย่างไรเสียเฉิงป๋อหยาง ก็เป็นเขาที่เคยช่วยเหลือเรื่อยมา และยังชี้ทางบางอย่างให้อีกฝ่าย หากอยากมีลมหายใจอยู่ในต้าอัน เขาต้องไม่เปิดเผยความรู้ ความสามารถที่แท้จริงให้ผู้อื่นเห็น โดยเฉพาะต่อหน้าจ้าวฉีเหริน การกระทำของเหวินอู๋คัง กล่าวไปแล้วก็เป็นเรื่องอันตรายต่อเขาและครอบครัว แต่อย่างไรก็ตาม คงเป็นเพราะเหวินอู๋คังมองเห็นบางสิ่ง ด้วยภายหน้า เฉิงป๋อหยางคือผู้ที่จะคลี่คลายเรื่องที่กำลังจะเดินทางไปสู่จุดจบที่ทำให้อาณาจักรแห่งนี้ย้อมไปด้วยโลหิต

“เราจะเปิดโอกาสให้มันได้กลับบ้านเกิด พร้อมกำลังสนับสนุน จากนั้นค่อยลอบสังหารชิงอ๋องบิดาของมัน ให้เหล่าขุนนางขี้ขลาดยกมันขึ้นเป็นชิงอ๋องคนใหม่ ฮ่าๆ ๆ” น้ำเสียงจ้าวฉีเหรินแสดงชัดเจนว่ามีเจตนาร้ายอย่างปิดไม่มิด

“หากทำเยี่ยงนั้น เขาก็กลายเป็นทรราชผู้หนึ่ง เช่นนี้จะดีต่อต้าอันเยี่ยงไร ต้าอันไม่สมควรยกหาง คนที่สังหารได้แม้กระทั่งบิดาของตน”

“ย่อมเป็นสิ่งที่ข้าต้องการ ข้าจะสร้างทรราชขึ้นให้ครบทั้งเจ็ดแผ่นดิน เพื่อพวกมันจะสังหารบิดาและข่มเหงมารดาตน และยกนางเป็นฮองเฮาคู่กาย ความเลวทรามเช่นนี้ น่าอภิรย์โดยแท้

และจากนั้น พวกมันจะครองแคว้นต่างๆ ด้วยความเกลียดชังจากราษฎร เป็นอ๋องชั่วช้า สูบเลือดเนื้อผู้อื่น พร้อมส่งบรรณาการมาให้เราตลอดไป”

สิ่งที่จ้าวฉีเหรินกล่าวทำให้หมอหลวงเหวินขนพองสยองเกล้า และนึกเวทนาชะตากรรมเหล่าองค์ชายตัวประกัน หากเขาจำเป็นต้องฝืนใจกล่าวว่า

“ฝ่าบาทปรีชายิ่ง... แต่เฉิงป๋อหยางผู้นี้ อย่างไรก็นับว่าเป็นหลานชายของท่านคนหนึ่ง” ผู้ที่กล่าวหลุดความร้อนใจออกไป และดูเหมือนเขาทำสิ่งไม่เหมาะสม เช่นนี้แม้มีสิบหัวก็ไม่พอให้จ้าวฉีเหรินสั่งตัด

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel