บทย่อ
“หึๆ ๆคนทั้งใต้หล้าทอดทิ้งข้าได้ แต่ไม่ใช่องค์หญิงหก แม้ตายเป็นผี ข้าก็จะเก็บศพ และสะกดวิญญาณท่านไว้ ให้ตกเป็นทาสราคะตลอดกาล...” ***************** อื้อ... อ๊ะ...เกิดสิ่งใดขึ้น ร่างกายจ้าวรั่วเหมยร้อนวูบวาบ บางคราขนอ่อนที่หลังต้นคอลุกชัน ทั้งยามนี้รู้สึกคล้ายต้องพิษที่อาจส่งผลให้นางตกอยู่ในอำนาจของผู้อื่น จ้าวรั่วเหมยอ่อนไหวต่อการรุกรานนี้ แทนที่จะต่อต้าน กลับกลายเป็นว่าหญิงสาวอยากเข้าร่วมกับอีกฝ่าย กายแกร่งที่อุ่นจัดเบียดแทรกเนื้อนุ่มนิ่ม ทั้งมีการสูดกลิ่นหอมจากส่วนที่ไวต่อความรู้สึกอย่างคลั่งไคล้ เกิดคำถามในหัวดังย้ำย้อนไปมา มีผู้บ้าบิ่นบุกรุกเข้ามาในห้องหับและกำลังทำสิ่งต้องห้ามระหว่างชายหญิงทั้งที่ไม่ได้เป็นสามีและภรรยากันใช่หรือไม่ เขาคือใคร วิญญาณร้ายจากเรือนป่าสนสินะ...
1
ป้อมเมืองเจี้ยน ตำหนักรับรองเมืองเหลียง
เปลวเพลิงยังคงลุกไหม้เป็นวงกว้าง ความร้อนโหมกระหน่ำรอบทิศ ถึงอย่างนั้นเหตุการณ์เบื้องหน้าไม่อาจทำให้ผู้ที่กำลังยืนเผชิญหน้ากันสะทกสะท้านต่อสิ่งที่อยู่รอบตัว นั่นคงเป็นเพราะจิตใจคนทั้งคู่บอบช้ำหนัก ฝ่ายที่กำหมุดไว้ในมือ คือจ้าวรั่วเหมย องค์หญิงหกแห่งอาณาจักรต้าอัน นางสวมชุดเจ้าสาวสีแดงงดงามปักดิ้นทองและลวดลายวิจิตร มีผ้าคลุมด้านหลังเป็นลายหงส์ทะยานฟ้า หากมีสิ่งที่ชวนให้ฉงนคือ นางเป็นเจ้าสาวที่กำลังอุ้มท้อง แล้วบิดาของทารกด้วยเล่าคือผู้ใด!
ที่สำคัญ จ้าวรั่วเหมยย่อมไม่ควรปรากฏตัวในพื้นที่ซึ่งอันตรายต่อตนเอง และชีวิตน้อยๆ ที่แสนบริสุทธิ์
ภาพเบื้องหน้าที่นางมองเห็น ชวนให้ขนพองสยองเกล้ายิ่งนัก ศีรษะมนุษย์ถูกเสียบไว้กับหอก ซึ่งมีจำนวนเกือบครึ่งร้อยได้ ผู้ที่เคราะห์ร้ายเหล่านั้น มีทั้งขุนนางบู๊ บุ๋น รวมถึงขันที นางกำนัล ไปจนถึงบ่าวรับใช้ อายุน้อยสุดที่ต้องสิ้นลมหายใจโดยไม่ทันได้รู้จักโลกใบนี้มากพอ เป็นเพียงเด็กชายวัยสิบสามปี ขณะเดียวกัน ไฟกำลังลามไปเผาไหม้ชิ้นส่วนที่เคยมีลมหายใจเหล่านั้น จึงส่งกลิ่นชวนให้สะอิดสะเอียนอย่างที่สุด
เหตุใดถึงได้มีภาพป่าเถื่อนชวนให้อุจาดตา นั่งคงเป็นเพราะเมืองหลวงถูกทรราชเฉิงป๋อหยางเข้าไปยึดอำนาจ หากผู้ใดขวางทาง ฝ่ายเขาก็หาได้มีความเมตตา สั่งมือสังหารล่าค่าหัวเข่นฆ่าทุกชีวิตราวกับเป็นเพียงผักปลา ดังนั้นหลายวันที่ผ่านมาจึงมีการสู้รบ และหนีตายไกลมาจนถึงป้อมเมืองเจี้ยน เส้นทางสัญจรล้วนชโลมด้วยเลือด รวมถึงซากศพชวนให้สังเวชใจยิ่ง
เสียงหัวเราะหึๆ ดังมากจากเฉิงป๋อหยาง ร่างกายเขาประหนึ่งยอมด้วยเลือด เขานั่งพิงกำแพงหิน ข้างกันมีร่างไร้ลมหายใจกองอยู่เป็นภูเขาขนาดย่อม ส่วนเนื้อตัวมีบาดแผลนับไม่ถ้วน นั่นเป็นสาเหตุที่ทำให้เฉิงป๋อหยาง มิอาจเคลื่อนไหวได้เป็นปกติ ถึงอย่างนั้น เขายังเป็นบุรุษที่น่าเกรงขาม สร้างความพรั่นพรึงต่อผู้ที่พบเห็น
จ้าวรั่วเหมยคาดการณ์ได้ว่า ทั้งยาพิษที่นางหลอกล่อให้เขาดื่ม และกุ่ยกู่*(หนอนพิษผี) กำลังเติบโตในร่างกายอีกฝ่าย กำลังส่งผลให้เขาสูญเสียสำนึกรู้สึกผิดชอบชั่วดี ยิ่งกว่านั้นในไม่ช้า เฉิงป๋อหยางจะลืมนาง เรื่องนี้อย่างไรคงหลีกหนีไม่พ้น
“นับเป็นครั้งแรกที่ได้เห็นองค์หญิงสวมชุดมงคลสีแดง แต่กลับไร้ความน่ายินดี ท่านช่างเป็นเจ้าสาวล่มแคว้น สตรีแห่งหายนะ ผู้เผาผลาญทุกสิ่งอย่างจนไม่หลงเหลือซาก สมแล้วที่เป็นบุตรของจักรพรรดิจ้าว หึ ๆ ๆ ลูกไม้ไฉนจะหล่นไกลต้น”
เสียงเขาฟังแล้วคือการเย้ยหยัน ฝ่ายสตรีในชุดสีเจ้าสาวร้าวไหวทั้งใจ ในหัวเต็มไปด้วยคำถามที่ต้องการคำตอบ นางอยากได้ยินคำอธิบายจากปากเขา สิ่งที่กระทำทั้งหมดเกินกว่าคำว่าอำมหิต เขาเปรียบเสมือนปีศาจจากขุมนรก เป็นทรราชโฉดชั่วอย่างที่ผู้อื่นขนานนาม กระนั้น นางคงสมองทึบเกินไป ด้วยลึกๆ ใจของจ้าวรั่วเหมย ยังปรารถนาให้เขายังคงเป็น
กุ่ยจื้อจื่อ* ของนางเช่นเดิม (องค์ชายผี ตัวประกันต่างแคว้น) และเฉิงป๋อหยาง คือคนที่นางไว้ใจอย่างที่สุด
ดวงตากลมโตมองไปยังเฉิงป๋อหยาง พิศเขาอย่างละเอียด นางยอมรับว่ายามนี้ ครั่นคร้ามใจต่อเฉิงป๋อหยาง อีกทั้งมิอาจคาดเดาความคิดเขาได้
ถึงแม้เขาเจ็บปวดจากบาดแผล แต่กลับมีสีหน้าเรียบเฉย คนผู้นี้คงไร้ซึ่งหัวใจ
“หากคิดทำสิ่งใด ไฉนถึงไม่ลงมือสานต่อใจจบ หรือว่าท่านขี้ขลาดเยี่ยงคนพวกนั้นที่ข้า...สั่งตัดศีรษะทิ้ง และเสียบประจานไว้ อาเหมย...หากอ่อนแอ ก็เท่ากับว่าขาข้างหนึ่งเหยียบประตูนรกไว้แล้ว”น้ำเสียงจากร่างสูงใหญ่ ถึงจะแหบแห้งแต่ดุดัน ดวงตาเต็มไปด้วยความอาฆาต
เฉิงป๋อหยางกำลังจะกลายเป็นปีศาจในอีกไม่ช้า จ้าวรั่วเหมยจึงจำต้องทำภารกิจที่นางหมายมั่นให้สำเร็จ
“ขะ ข้า...” นางกล่าวได้เท่านั้น เนื่องจากมีความสะเทือนใจ
“ฮึๆ ๆ เกิดจากสายเลือดสุนัข ไฉนจะมีเลือดเนื้อของมังกร ตระกูลจ้าว สูญสิ้นบุรุษแล้วสินะ ถึงให้สตรีออกหน้าถืออาวุธหมายสังหารข้า”
วาจาเขายังเฉือนหัวใจจ้าวรั่วเหมยไม่หยุด ฝ่ายนางอยากเข้มแข็ง และกล้าหาญให้มากกว่านี้ แต่เป็นเพราะหัวใจนางเป็นเพียงก้อนเนื้อเล็กๆ มีความรู้สึก อีกทั้งก่อนหน้าได้ยกให้เขาไปทั้งหมด เฉิงป๋อหยางคือบุรุษเดียวที่นางไม่เคยหันใจหนีไปจากเขา ทว่าในยามนี้เขากลับเป็นคนบัดซบที่นางไม่อาจให้อภัย แม้ภายหน้าเขากลายเป็นวิญญาณขึ้นมาจริงๆ นางก็จะจองจำไว้ไม่ให้ได้ผุดได้เกิด เขาเหมาะสมที่จะเป็นผีเน่าไร้โลงฝังร่าง เป็นวิญญาณเร่ร่อน ไร้จุดหมาย
อึดใจต่อมา จ้าวรั่วเหมยพุ่งตัวเข้ามาหาร่างสูงด้วยความเร็ว ดูเหมือนว่านางได้รวบรวมพลังทั้งหมดเท่าที่มีเพื่อกระทำบางสิ่ง และถึงจะกล้าหาญได้เพียงนี้ แต่ยังอ่อนหัดเกินไป ดังนั้นสิ่งที่ลงแรงและฝ่าอุปสรรคมากมายจนได้พบกับเฉิงป๋อหยาง กล่าวได้ว่าอาจไร้ประโยชน์ และจ้าวรั่วเหมยอยากคืนความสงบสุขให้ผืนแผ่นดิน นั่นคงเป็นสิ่งที่นางวาดหวัง
และเหตุการณ์ก่อนหน้าได้บีบบังคับให้นางตัดสินใจขั้นเด็ดขาด แม้ผลลัพธ์ของมันจะทำให้ต้องแบกรับความทุกข์ไปตราบเท่าที่ยังมีลมหายใจอยู่ นางบ่ายหน้าไปได้อีกเล็กน้อย หากเกิดความเจ็บปวดบริเวณท้องทำให้ต้องกัดฟันแน่น และมือที่จับหมุดเปียกชื้นด้วยเหงื่อ ชีวิตน้อยๆ ดิ้นแรงกว่าเดิม ใจนางสั่น ร่างกายเจียนสิ้นแรงลง
โอ้สวรรค์ ไฉนถึงไม่เข้าข้างนางบ้าง
อาการนางในยามนั้น ทำให้เฉิงป๋อหยางมีสีหน้าเครียดจัด ดวงตาเขาอ่อนแสงลง ก่อนส่งเสียงคำรามลั่น
การแสดงออกดังกล่าวชวนให้ผู้ที่อยู่บริเวณนั้น ต่างถอยร่นห่างออกไปด้วยกลัวจะตกเป็นเหยื่อให้เขาสังหาร ด้วยวิธีโหดเหี้ยม
เฉิงป๋อหยางส่ายศีรษะไปมา เพื่อไม่ให้เลือดที่ไหลลงมาจากหน้าผากเข้าดวงตา และเขาอยากมองจ้าวรั่วเหมยให้แจ้งใจ โดยเฉพาะบริเวณหน้าท้องของนางที่ยื่นขยาย มารดานางเถิด มันช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก

