บท
ตั้งค่า

บทที่ 9 เล่ห์เหลี่ยมการค้าและเส้นทางที่ถูกปิดตาย

สามวันต่อมา ต้นยามเว่ย

เรือนซิ่งฮวาท้ายตรอกหลินอันถูกปรับปรุงใหม่จนแทบไม่เหลือเค้าโครงความทรุดโทรมในอดีต กำแพงอิฐด้านนอกถูกเสริมให้สูงขึ้นกว่าเดิม บานประตูไม้เนื้อแข็งเปลี่ยนใหม่และลงกลอนแน่นหนา เวรยามรูปร่างกำยำสี่คนยืนเฝ้าประจำจุดสังเกตการณ์ ท่าทีระแวดระวังภัยของพวกเขาบ่งบอกถึงการฝึกฝนมาอย่างดี

เสิ่นหรูอิงก้าวเดินตรวจตราความเรียบร้อยบริเวณลานกว้าง อาภรณ์สีครามเข้มเรียบง่ายของนางกลมกลืนไปกับบรรยากาศเคร่งขรึมของสถานที่ทำงานแห่งใหม่

ปลายนิ้วเรียวไล้ไปตามขอบลังไม้บุทองเหลืองที่เพิ่งถูกขนย้ายเข้ามาวางเรียงราย ภายในบรรจุสมุดบัญชีและตั๋วเงินจำนวนมหาศาลที่ถูกถ่ายเทออกมาจากจวนโหวอย่างลับ ๆ

ตลอดสามวันที่ผ่านมา เรือนหลังของจวนจิ้งอันโหวสงบเงียบผิดหูผิดตา ฮูหยินผู้เฒ่าอ้างว่าป่วยและเก็บตัวอยู่แต่ในโถงโซ่วคัง อนุหลิวไม่กล้าแม้แต่จะก้าวเท้าออกจากเรือนหลิงเซียง บ่าวไพร่ทุกคนต่างก้มหน้าทำงานด้วยความยำเกรง ข้อตกลงที่เรือนหยวนจิ้งในวันนั้น สัมฤทธิ์ผลรวดเร็วจนน่าพึงพอใจ

เมื่อหลังบ้านไร้ความวุ่นวาย เสิ่นหรูอิงจึงสามารถทุ่มเทสมาธิทั้งหมดให้กับการกอบกู้เส้นทางการค้าของตระกูลเสิ่น นางไม่คิดจะรอคอยให้บุรุษผู้ใดมาปูทางให้ อำนาจที่แท้จริงต้องสร้างขึ้นด้วยสองมือของตนเอง

ฝีเท้าเร่งรีบของสตรีวัยกลางคนดังขึ้นจากทางเดินหน้าเรือน สวีซิ่วในชุดผ้าไหมสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมปึกเอกสารในมือ ใบหน้าเรียบเฉยที่มักจะซ่อนอารมณ์ได้มิดชิดของหลงจู๊หญิงแห่งหอการค้า บัดนี้กลับมีร่องรอยของความตึงเครียดฉายชัด

เสิ่นหรูอิงปรายตามองผู้มาเยือน นางละมือจากลังไม้และเดินไปทรุดตัวลงนั่งหลังโต๊ะทำงานที่ตั้งอยู่มุมห้อง ปี้ลู่รู้หน้าที่รีบรินชาและถอยออกไปยืนเฝ้าหน้าประตูอย่างเงียบเชียบ

"เกิดเรื่องอันใดขึ้น เถ้าแก่เนี๊ยสวี" เสิ่นหรูอิงเอ่ยถามเสียงเรียบ

สวีซิ่ววางปึกเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะค้อมศีรษะรายงานสถานการณ์ "แผนการแย่งชิงสัมปทานค้าข้าวสารจากรองเสนาบดีอู๋เทียนรุ่ยเกิดปัญหาแล้วเจ้าค่ะ นายหญิง

บ่าวให้คนไปกว้านซื้อข้าวสารจากพ่อค้าหัวเมืองใต้ตามคำสั่ง ขบวนเกวียนห้าสิบเล่มเดินทางมาถึงหน้าด่านเมืองหลวงตั้งแต่ปลายยามซื่อ ทว่ากลับถูกทหารยามสกัดกั้นเอาไว้"

ดวงตาดอกท้อหรี่ลงเล็กน้อย เสิ่นหรูอิงเคาะปลายนิ้วลงบนโต๊ะไม้เป็นจังหวะเชื่องช้า นางประเมินสถานการณ์ในหัวอย่างรวดเร็ว ข้าวสารจากหัวเมืองใต้มีราคาถูกและคุณภาพดี หากนำเข้ามาขายตัดหน้าอู๋เทียนรุ่ย ย่อมดึงส่วนแบ่งการตลาดกลับมาได้กว่าครึ่ง

"อู๋เทียนรุ่ยใช้อำนาจกรมพระคลัง สั่งระงับการผ่านด่านหรือ"

"เขาอ้างว่าช่วงนี้มีโจรภูเขาลักลอบขนอาวุธเถื่อนปะปนมากับขบวนสินค้า จึงออกคำสั่งพิเศษให้ตรวจค้นเกวียนเสบียงทุกเล่มอย่างละเอียด" สวีซิ่วตอบกลับด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

"ทหารยามหน้าด่านล้วนรับสินบนจากเขา พวกมันจงใจกักขบวนเกวียนของเราไว้ อ้างว่ากำลังพลไม่พอตรวจค้น ต้องให้รอไปจนกว่าจะถึงพรุ่งนี้เช้า หากปล่อยให้ข้าวสารตากน้ำค้างข้ามคืน คุณภาพย่อมเสื่อมถอย ซ้ำยังเสียฤกษ์ส่งมอบสินค้าให้คู่ค้าในเมืองหลวง"

อู๋เทียนรุ่ยเป็นขุนนางหนุ่มที่ไต่เต้าขึ้นมาด้วยเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราว ชาติก่อนเขาเคยเป็นเสี้ยนหนามชิ้นใหญ่ของจวนจิ้งอันโหว การที่เขาออกหน้าสกัดกั้นเส้นทางการค้าเสบียง ย่อมมิใช่เพียงอ้างบท ปกป้องบ้านเมืองแต่ประการใด นี่ เพื่อกำจัดคู่แข่งทางการค้าธรรมดา

เสิ่นหรูอิงตระหนักดีว่าเป้าหมายที่แท้จริงของรองเสนาบดีอู๋ คือการตัดท่อน้ำเลี้ยงของกองทัพทักษิณที่เซี่ยจื่อเยวียนกุมอำนาจอยู่ การบีบไม่ให้ข้าวสารเข้าเมืองหลวง เป็นการต้อนให้กองทัพต้องหันไปซื้อเสบียงราคาแพงจากเครือข่ายของเขาเพียงผู้เดียว

"บ่าวเตรียมตั๋วเงินไว้ก้อนหนึ่ง หวังจะนำไปยัดไส้หัวหน้ายามหน้าด่านเพื่อเปิดทาง" สวีซิ่วเสนอทางออกที่มักใช้แก้ปัญหาในวงการค้า

"หากเรายอมจ่ายค่าผ่านทางสูงกว่าปกติเล็กน้อย พวกมันอาจยอมหลับตาข้างหนึ่งปล่อยขบวนเกวียนของเราเข้ามาเจ้าค่ะ"

"เก็บตั๋วเงินของเจ้าไว้เสีย" เสิ่นหรูอิงยกมือขึ้นปราม ท่วงท่าของนางสงบนิ่ง ไม่มีความร้อนรน

"ความโลภของคนเหล่านั้นเปรียบดั่งหลุมไร้ก้น หากเรายอมจ่ายสินบนในวันนี้ วันหน้าพวกมันย่อมเรียกร้องเพิ่มขึ้นไม่สิ้นสุด ซ้ำยังเป็นการมอบจุดอ่อนให้อู๋เทียนรุ่ยนำไปใช้เล่นงานเราในข้อหาติดสินบนเจ้าพนักงาน"

"แต่หากขบวนเกวียนถูกกักไว้นานกว่านี้ ข้าวสารทั้งหมดอาจเสียหาย และเงินทุนที่เราลงไปจะจมหายนะเจ้าคะ" สวีซิ่วแย้งด้วยความกังวล

"การทำสงครามการค้า หากกระดูกสันหลังไม่แข็งแกร่งพอ ย่อมถูกคนเขี้ยวลากดินกัดกินจนหมดตัว" เสิ่นหรูอิงลุกขึ้นยืน นางก้าวเดินไปหยุดอยู่ที่หน้าต่าง มองออกไปยังลานกว้างที่เวรยามกำลังเดินลาดตระเวน

ปัญหาในตอนนี้ไม่อาจแก้ได้ด้วยเงินตรา บารมีของคหบดีหญิงแม้จะมีมากเพียงใด ก็ไม่อาจงัดข้อกับขุนนางที่กุมอำนาจเบ็ดเสร็จในราชสำนัก นางต้องการสิ่งที่มีอำนาจเด็ดขาดกว่านั้น สิ่งที่สามารถฉีกกระดาษคำสั่งของรองเสนาบดีอู๋ทิ้งได้อย่างชอบธรรม

ป้ายผ่านทางระดับสูง หรือคำสั่งทางทหารที่ไม่มีผู้ใดกล้าก้าวก่าย

เสิ่นหรูอิงหวนนึกถึงถ้อยคำของเซี่ยจื่อเยวียนในห้องหนังสือลับเมื่อสามวันก่อน 'ข้าจะเป็นผู้สนับสนุนและโล่กำบังให้เจ้า ข้ามีกองทัพ มีเส้นสายในกรมทหาร ข้าสามารถคุ้มครองเส้นทางการค้าของเจ้าจากพวกเหลือบไรนอกจวนได้'

นางเหยียดยิ้มเย็นเยียบที่มุมปาก การค้าที่ยุติธรรมคือการแลกเปลี่ยนที่สมน้ำสมเนื้อ ในเมื่อบุรุษผู้นั้นเสนอตัวเป็นโล่กำบังให้ นางก็สมควรทดสอบดูว่า โล่แผ่นนั้นจะแข็งแกร่งพอให้คหบดีหญิงเช่นนางใช้งานหรือไม่

"เถ้าแก่เนี๊ยสวี เจ้าไปรอข้าที่เหลาสุราอวิ๋นไหล" เสิ่นหรูอิงหมุนตัวกลับมาสั่งการ น้ำเสียงเด็ดขาดและแฝงความมั่นใจ

"ให้คนไปจองห้องหับส่วนตัวชั้นสามเอาไว้ เตรียมบัญชีสั่งซื้อข้าวสารทั้งหมดให้พร้อม ข้าจะออกไปเจรจาหาป้ายผ่านทางมาให้ขบวนเกวียนของเราเอง"

"นายหญิงจะไปเจรจากับผู้ใดหรือเจ้าคะ อู๋เทียนรุ่ยคงไม่ยอมอ่อนข้อให้เราง่าย ๆ เป็นแน่"

"ผู้ที่ข้าจะไปพบ หาใช่อู๋เทียนรุ่ยไม่"

เสิ่นหรูอิงก้าวเดินผ่านโต๊ะทำงาน ปัดฝุ่นที่มองไม่เห็นออกจากแขนเสื้ออย่างเชื่องช้า ดวงตาดอกท้อทอประกายลึกล้ำยากคาดเดา นางกำลังจะเดินเข้าสู่กระดานหมากของบุรุษที่หน้าหนาที่สุดในเมืองหลวง

"ข้าจะไปทวงถามผลประโยชน์จากผู้สนับสนุนรายใหญ่ของหอการค้าตระกูลเสิ่นต่างหาก"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel