
บทย่อ
คำโปรย ฮูหยินที่เคยสิ้นใจอย่างอนาถย้อนเวลากลับมาเพื่อทวงสินเดิมและหย่าขาดจากสามีผู้เย็นชา ทว่ายิ่งนางพยายามสร้างความมั่งคั่งเพื่อโบยบิน เขากลับยิ่งหน้าหนาและขัดขวางทุกหนทางหย่าร้างของนาง แนะนำเรื่อง เสิ่นหรูอิงเคยทุ่มเททั้งชีวิตและทรัพย์สินเพื่อพยุงจวนจิ้งอันโหวที่กำลังตกต่ำ แต่รางวัลที่ได้คือการถูกอนุภรรยาวางยาพิษจนสิ้นใจโดยที่สามีอย่างเซี่ยจื่อเยวียนมิได้เหลียวแล เมื่อสวรรค์ให้โอกาสนางลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้งในช่วงเวลาก่อนที่ความสูญเสียทั้งหมดจะเกิดขึ้น นางจึงตั้งปณิธานแน่วแน่ว่าจะทวงคืนสินเดิมทุกอีแปะและหย่าขาดจากบุรุษไร้ใจผู้นี้ให้จงได้ ทว่าเมื่อนางเปลี่ยนจากสตรีผู้อ่อนโยนเป็นคนเด็ดขาดและเริ่มสร้างเส้นทางการค้าของตนเอง จิ้งอันโหวผู้เคยหมางเมินกลับเกิดความหวาดระแวง และเปลี่ยนมาจับตามองนางทุกฝีก้าว จนการจับผิดนั้นแปรเปลี่ยนเป็นความหวงแหนที่เขาก็มิอาจปฏิเสธได้
บทที่ 1 สวรรค์ให้โอกาส
เสิ่นหรูอิงค่อย ๆ ลืมตาขึ้นด้วยความปวดเศียร นางกะพริบตาเชื่องช้า ภาพเชิงเพดานสลักลายมงคลที่คุ้นตาปรากฏสู่สายตา ขับไล่ภาพโลหิตสีดำคล้ำที่ตนเคยสำรอกออกมาในเรือนเหมันต์
ฝ่ามือเรียวบางยกขึ้นทาบทับลงบนตำแหน่งอกซ้าย จังหวะการเต้นของหัวใจยังคงหนักแน่นและสม่ำเสมอ ไร้ซึ่งความเจ็บปวดทรมานจากพิษสลายใจ ลมหายใจอุ่นร้อนพรูออกจากริมฝีปาก
นางยังมีชีวิตอยู่
หรือหากจะกล่าวให้ถูกคือ สวรรค์เวทนาเปิดทางให้นางหวนกลับมาอีกครั้ง
ม่านมุกหน้าเตียงสี่เสาถูกเลิกขึ้นช้า ๆ เผยให้เห็นใบหน้าของเด็กสาววัยสิบเจ็ดปี ปี้ลู่ในชุดสาวใช้สีเขียวอ่อนก้าวเข้ามาพร้อมอ่างทองเหลือง ดวงตากลมโตของนางยังคงแจ่มใส ไร้รอยเลือดจากการถูกบ่าวชั่วรุมโบยตีจนสิ้นใจเพียงเพื่อปกป้องเจ้านายเช่นนางในอดีต
"ฮูหยิน ตื่นแล้วหรือเจ้าคะ วันนี้ลมต้นฤดูเหมันต์พัดแรงนัก อากาศภายนอกเย็นเยียบ บ่าวจะไปสั่งคนอุ่นเตาผิงในห้องเพิ่มให้นะเจ้าคะ"
เสิ่นหรูอิงทอดสายตามองสาวใช้คนสนิทที่เติบโตมาด้วยกันตั้งแต่ยังเยาว์ แววตาของนางเรียบเฉย ทว่าคลื่นอารมณ์ในอกกลับปั่นป่วนอย่างรุนแรง
ภาพความทรงจำมากมายไหลบ่าเข้ามา นางจดจำได้ดีว่าช่วงเวลานี้คือปลายยามซื่อของปีที่นางเพิ่งแต่งเข้าจวนจิ้งอันโหวได้เพียงหนึ่งปี
ในช่วงเวลานี้ สินเดิมกว่าสิบหีบที่บิดามารดามอบให้ยังคงเรียงรายอยู่ในคลังสมบัติเรือนตะวันออก ยังไม่ถูกคนหน้าเนื้อใจเสือในจวนโหวสูบเลือดสูบเนื้อไปจนหมดสิ้น ชีวิตของปี้ลู่ยังอยู่ดี และตัวนางเองก็ยังไม่ได้ตกลงไปในหลุมพรางความรักจอมปลอมของบุรุษที่ชื่อ เซี่ยจื่อเยวียน
เสิ่นหรูอิงหยัดกายลุกขึ้นนั่งพิงพนักเตียง นางหลับตาลงครู่หนึ่งเพื่อสะกดกลั้นโทสะและความเคียดแค้นที่สลักลึกอยู่ในกระดูก ชาติก่อนนางเป็นเพียงสตรีโง่งมที่ทุ่มเททรัพย์สินมหาศาลเพื่อพยุงจวนโหวที่กำลังถังแตก
ปรนนิบัติแม่สามีอย่างเอาใจใส่ ยอมทนให้บรรดาอนุภรรยาข่มเหง หวังเศษเสี้ยวความเมตตาจากสามี แต่สิ่งที่ได้รับกลับคืนมามีเพียงจอกยาพิษและความตายอันโดดเดี่ยว
"ปี้ลู่ รินชาให้ข้าถ้วยหนึ่ง" น้ำเสียงของนางแหบพร่าเล็กน้อย เยือกเย็นจนคนฟังรู้สึกได้
สาวใช้ตัวน้อยชะงักไปชั่วครู่ รู้สึกได้ถึงบรรยากาศรอบกายเจ้านายที่แปรเปลี่ยนไปคล้ายกับมีกำแพงน้ำแข็งบาง ๆ กั้นขวางทุกสิ่ง ปี้ลู่ จึงทำได้เพียงรีบวางผ้าเช็ดหน้าลงและเดินไปรินชาเถี่ยกวนอินอุ่น ๆ มาประคองส่งให้อย่างนอบน้อม
เสิ่นหรูอิงรับถ้วยชามาถือไว้ ยังไม่ทันที่นางจะได้ยกชาขึ้นจิบ เสียงฝีเท้าหลายคู่ก็ดังมาจากลานด้านนอก ตามด้วยเสียงเอะอะโวยวายของบ่าวไพร่ที่เฝ้าประตูเรือน
"กัวมามา ฮูหยินยังไม่ตื่น ท่านจะเข้าไปรบกวนตอนนี้ไม่ได้นะเจ้าคะ"
"ถอยไป ฮูหยินผู้เฒ่ามีคำสั่งด่วน ผู้ใดกล้าขวางข้า"
สิ้นเสียงตวาด ประตูไม้สลักลายของเรือนไผ่หยกก็ถูกผลักออกอย่างแรงโดยไร้การเคาะบอกกล่าว หญิงวัยกลางคนรูปร่างอวบอ้วนก้าวอาด ๆ เข้ามาในห้องโถงด้านนอกและทำท่าจะบุกรุกเข้ามาถึงห้องนอนชั้นใน
กัวมามาสวมชุดผ้าแพรสีน้ำตาลเข้มเนื้อดี บนศีรษะปักปิ่นทองคำสลักลายดอกกุ้ยฮวาซึ่งดูมีราคาเกินกว่าฐานะบ่าวรับใช้ทั่วไป ใบหน้าอวบอูมเชิดขึ้นเล็กน้อย แววตาแฝงความดูแคลนอย่างไม่คิดจะปิดบัง
เสิ่นหรูอิงวางถ้วยชาในมือลงบนโต๊ะข้างเตียงอย่างแผ่วเบา ไร้สุ้มเสียง นางปรายตามองสาวใช้คนสนิท ปี้ลู่รู้หน้าที่รีบหยิบเสื้อคลุมตัวนอกสีครามเข้มมาสวมทับลงบนลาดไหล่บางให้เจ้านาย
เสิ่นหรูอิงก้าวลงจากเตียง สองเท้าสวมรองเท้าปักลายเมฆา ก่อนจะก้าวเดินอย่างเชื่องช้ามั่นคงออกไปยืนอยู่หลังฉากกั้นไม้แกะสลัก
"ฮูหยินผู้เฒ่าให้บ่าวมาทวงถามเจ้าค่ะ" กัวมามาหยุดยืนอยู่กลางห้อง สายตากวาดมองไปรอบเรือนราวกับกำลังประเมินราคาสิ่งของ
"ฮูหยินแต่งเข้าจวนมาครบหนึ่งปีแล้ว การจัดการบัญชีและดูแลความเรียบร้อยของเรือนหลังสมควรส่งมอบให้ผู้ใหญ่ดูแลต่อ เพื่อแบ่งเบาภาระของฮูหยิน สมุดบัญชีและตั๋วเงินเบี้ยหวัดรายเดือนอยู่ที่ใดเจ้าคะ บ่าวจะได้รับไปจัดการต่อ"
น้ำเสียงของกัวมามากระด้างและเต็มไปด้วยการออกคำสั่ง ไร้ซึ่งความเคารพนบนอบในฐานะบ่าวที่มีต่อนาย ปี้ลู่ทนฟังความโอหังนั้นไม่ไหวจึงก้าวออกมายืนขวางหน้าฉากกั้น
"กัวมามา ท่านบุกรุกเข้ามาในเรือนส่วนตัวของฮูหยิน ซ้ำยังกล่าววาจาจาบจ้วงเช่นนี้ กฎระเบียบของจวนโหว บางเบาเสียจริง"
"นังบ่าวชั้นต่ำหลีกไป ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นผู้สั่งการให้ข้ามาจัดการเรื่องนี้ ตัวข้าเป็นถึงบ่าวอาวุโสข้างกายฮูหยินผู้เฒ่า บ่าวหน้าใหม่อย่างเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาสั่งสอนข้า" กัวมามาแค่นเสียงหยัน นางผลักไหล่ปี้ลู่เต็มแรงจนเด็กสาวเซถลาไปชนกับขอบโต๊ะ
เมื่อเห็นว่าไม่มีผู้ใดขวางทาง กัวมามาก็ก้าวพรวดเข้าไปยังโต๊ะเครื่องแป้งไม้หงมู่ที่ตั้งอยู่มุมห้อง สายตาของนางจับจ้องไปยังกล่องไม้จันทน์แดงใบเล็กที่วางอยู่บนนั้น ซึ่งนางสืบรู้มาอย่างแน่ชัดว่าเป็นสถานที่ที่ฮูหยินเอกใช้เก็บรักษากุญแจคลังและสมุดบัญชีเบี้ยหวัด
ทว่าในจังหวะที่มืออวบอูมกำลังจะเอื้อมไปแตะต้องกล่องไม้ใบนั้น เงาร่างระหงในชุดสีครามก็ก้าวออกมายืนประจันหน้า ความเร็วและท่วงท่าอันสง่างามนั้นทำให้กัวมามาชะงักไปชั่วครู่
เสิ่นหรูอิงยืนอยู่ตรงหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ดวงตาดอกท้อหลุบมองมือของบ่าวชั่ว ก่อนที่นางจะตวัดฝ่ามือขึ้น
เพียะ
กัวมามาชะงักค้าง นางสูดปากด้วยความเจ็บปวดพลางกุมหลังมือของตนเองที่บัดนี้ปรากฏรอยริ้วแดงเป็นปื้น ดวงตาที่เต็มไปด้วยความโอหังเบิกกว้าง มองสตรีตรงหน้าด้วยความตกตะลึง
สตรีที่มักจะเอาแต่ก้มหน้าและยอมลงให้ทุกคนในจวน บัดนี้กลับยืนหยัดอย่างมั่นคง แผ่นหลังเหยียดตรง ทุกการขยับตัวแฝงไปด้วยอำนาจที่มองไม่เห็น ดวงตาที่เคยสั่นไหวและหวาดกลัวการตำหนิ กลับแปรเปลี่ยนเป็นราบเรียบและเยือกเย็นราวกับพายุที่ซ่อนอยู่ใต้น้ำแข็ง
"ตั้งแต่เมื่อใดที่บ่าวไพร่ชั้นต่ำ กล้ายื่นมือโสโครกมาแตะต้องสมบัติของเจ้านาย" น้ำเสียงของเสิ่นหรูอิงราบเรียบ ไม่ได้ตะเบ็งเสียงแม้แต่น้อย ทว่ากลับแฝงความกดดันจนทำให้กัวมามาเผลอก้าวถอยหลังไปครึ่งก้าวโดยไม่รู้ตัว
"ฮูหยิน ท่านกล้าตีข้าหรือ" กัวมามาละล่ำละลัก แววตาเริ่มฉายรอยโกรธเกรี้ยว
"ข้ามาตามคำสั่งฮูหยินผู้เฒ่า ท่านทำร้ายข้าเช่นนี้ เท่ากับไม่เห็นฮูหยินผู้เฒ่าอยู่ในสายตา"
"ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นเพียงมารดาเลี้ยงของท่านโหว ส่วนข้าคือฮูหยินเอกที่แต่งเข้าจวนนี้อย่างถูกต้องตามประเพณี มีเกี้ยวแปดคนหาม มีหนังสือหมั้นหมายและหนังสือสมรสชัด"
เสิ่นหรูอิงก้าวเข้าไปหาบ่าวอาวุโสอีกหนึ่งก้าว สายตาเชือดเฉือนมองต่ำลงมาราวกับกำลังมองเศษธุลี
"เรื่องการจัดการเรือนหลัง ข้าในฐานะฮูหยินเอกย่อมมีสิทธิ์ขาด ส่วนเรื่องบัญชีและเบี้ยหวัดที่เจ้าหมายตา"
เสิ่นหรูอิงปรายตามองกล่องไม้จันทน์แดงบนโต๊ะ ก่อนจะตวัดสายตากลับมามองกัวมามา
"สินเดิมของข้า กฎหมายราชวงศ์ระบุเอาไว้ชัดแจ้งว่าถือเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของฝ่ายหญิง ผู้ใดหรือตระกูลใดก็ไม่มีสิทธิ์ก้าวก่ายหรือแตะต้อง หากเจ้ายังกล้าอ้างชื่อฮูหยินผู้เฒ่ามาบุกรุกเรือนของข้าและพยายามปล้นชิงสินเดิมของข้าอีก
ข้าจะส่งบัญชีรายการทรัพย์สินทั้งหมดนี้ไปให้ศาลาว่าการเมืองหลวงตรวจสอบข้อหายักยอกเสียเดี๋ยวนี้ ลองดูซิว่าตำแหน่งฮูหยินผู้เฒ่าของตระกูลเซี่ย จะทนรับความอับอายจากการขึ้นศาลได้หรือไม่"
