บท
ตั้งค่า

บทที่ 8 ข้อตกลงของกุนซือหน้าหนา

เซี่ยจื่อเยวียนละสายตาจากตัวอักษรบนหน้ากระดาษ เขาปิดตำราพิชัยสงครามลงเชื่องช้า แววตาคมกริบดุจเหยี่ยวตวัดขึ้นประเมินสตรีที่ยืนอยู่เบื้องหน้า

เมื่อสองวันก่อนที่ลานหน้าเรือนไผ่หยก เขาคิดว่านางเพียงแค่บันดาลโทสะและใช้ความกล้าหาญชั่ววูบในการจัดการบ่าวไพร่

ทว่ายามนี้เมื่อได้เห็นนางก้าวเข้ามาในอาณาเขตของเขาด้วยท่าทีสงบนิ่ง แผ่นหลังเหยียดตรง ปราศจากร่องรอยของความหวาดหวั่นหรือการเรียกร้องความสงสาร เขาก็ตระหนักได้ว่าสตรีตรงหน้าได้ลอกคราบฮูหยินผู้อ่อนแอทิ้งไปจนหมดสิ้นแล้ว

เสิ่นหรูอิงมิได้อ้อมค้อมให้เสียเวลา นางล้วงกระดาษเซวียนจื่อที่พับไว้อย่างเป็นระเบียบออกจากสาบเสื้อ วางมันลงบนโต๊ะไม้จันทน์ตัวใหญ่ ปลายนิ้วเรียวเลื่อนกระดาษแผ่นนั้นไปตรงหน้าบุรุษผู้เป็นสามี

"นี่คือรายการหนี้สินทั้งหมดที่จวนจิ้งอันโหวติดค้างข้า รวมถึงหนังสือหย่าที่ข้าร่างขึ้นตามกฎหมายคุ้มครองสินเดิมสำหรับสตรีแห่งราชวงศ์" น้ำเสียงของนางราบเรียบหนักแน่น

"เงินทองที่ฮูหยินผู้เฒ่านำไป ข้าได้คำนวณดอกเบี้ยตามอัตราของโรงรับจำนำในเมืองหลวง รบกวนท่านโหวตรวจทาน หากไม่มีสิ่งใดผิดพลาด ก็โปรดลงนามและประทับตรา เพื่อให้พวกเราต่างฝ่ายต่างเป็นอิสระ"

เซี่ยจื่อเยวียนมองกระดาษแผ่นนั้น เขายื่นมือออกไปหยิบมันขึ้นมาคลี่อ่านอย่างใจเย็น ท่วงท่าของเขาปราศจากความโกรธเกรี้ยวหรือความตื่นตระหนกที่ถูกสตรีตรงหน้าร้องขอหย่าขาด ดวงตาเรียวยาวกวาดมองตัวอักษรที่ตวัดพลิ้วไหวเด็ดขาดทีละบรรทัด

สิ่งที่ปรากฏบนหน้ากระดาษมิใช่คำตัดพ้อถึงความหมางเมิน หรือข้ออ้างเรื่องความเจ็บช้ำน้ำใจจากเรือนหลัง

ทว่ามันคือบัญชีการค้าที่แจกแจงตัวเลขอย่างเหี้ยมเกรียม ทุกอีแปะที่หายไปถูกตามเก็บเรียบ ไร้ช่องโหว่ให้พลิกลิ้นหรือบ่ายเบี่ยง ข้อเสนอการหย่าขาดถูกเขียนขึ้นราวกับสัญญายุติการร่วมทุนที่ปราศจากเยื่อใย

บุรุษหนุ่มแค่นเสียงหัวเราะในลำคอแผ่วเบา เป็นเสียงหัวเราะที่ไร้ซึ่งความขบขัน เขาลดกระดาษในมือลง ทอดสายตามองภรรยาเอกที่ยืนประสานมืออยู่หน้าโต๊ะ

"ตัวเลขแม่นยำ ข้อกฎหมายรัดกุม" เซี่ยจื่อเยวียนเอ่ยชมเชยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

"สมกับเป็นบุตรีที่สืบสายเลือดจากหอการค้าตระกูลเสิ่น ฮูหยินคำนวณทุกอย่างไว้ล่วงหน้าอย่างหมดจด ไร้ที่ติ"

"ในเมื่อท่านโหวเห็นด้วย เช่นนั้นก็โปรดลงนามเถิด" เสิ่นหรูอิงหยิบพู่กันด้ามหยกที่วางอยู่บนแท่นฝนหมึก ยื่นส่งให้เขาอย่างรู้ความ

"ข้าเป็นคนค้าขาย ย่อมต้องจัดการเรื่องผลประโยชน์ให้ชัดเจน เพื่อไม่ให้เป็นที่ครหาในภายหลัง"

เซี่ยจื่อเยวียนมองพู่กันหยกในมือของนาง ก่อนจะเลื่อนสายตาขึ้นสบตากับดวงตาดอกท้อที่ว่างเปล่าคู่นั้น แทนที่เขาจะยื่นมือออกไปรับพู่กัน ปลายนิ้วแกร่งที่มักจับด้ามดาบกลับขยับออกแรงเพียงเล็กน้อย

กระดาษเซวียนจื่อเนื้อดีในมือของเขาขาดออกเป็นสองท่อน เสียงฉีกกระดาษดังทำลายความเงียบภายในห้องหนังสือลับ เสิ่นหรูอิงชะงักค้าง นางมองบุรุษตรงหน้าที่ยังคงลงมือฉีกกระดาษแผ่นนั้นต่อไปอย่างเชื่องช้าและหน้าตาเฉย ราวกับกำลังฉีกเศษผ้าไร้ค่า

เศษกระดาษสีขาวร่วงหล่นลงบนพื้นไม้กระดานราวกับหิมะโปรยปราย หนังสือหย่าที่นางตั้งใจร่างขึ้นอย่างรัดกุมบัดนี้กลายเป็นเพียงเศษขยะที่ไม่อาจนำมาประกอบใหม่ได้

"ท่านโหวคิดจะเบี้ยวหนี้กระนั้นหรือ" เสิ่นหรูอิงดึงมือที่ถือพู่กันกลับ แววตาของนางเย็นเยียบลงหลายส่วน

"หรือท่านคิดว่าการทำลายหลักฐาน จะทำให้ข้อกฎหมายของราชวงศ์สูญสิ้นความศักดิ์สิทธิ์ ข้าสามารถเขียนมันขึ้นมาใหม่ได้อีกเป็นร้อยแผ่น หากท่านต้องการ"

"ข้ามิได้จะเบี้ยวหนี้ และข้ายอมรับว่าจวนโหวติดค้างเจ้ามากมายเหลือเกิน" เซี่ยจื่อเยวียนปัดเศษกระดาษที่ติดอยู่บนปลายนิ้วออก ท่าทางของเขาเกียจคร้านทว่าแฝงความคุกคาม

"แต่ข้าไม่อนุญาตให้เจ้าก้าวออกจากจวนจิ้งอันโหว"

"ข้าไม่ต้องการอยู่ในที่ที่คอยแต่จะสูบเลือดสูบเนื้อข้าอีกต่อไป" นางโต้กลับทันควัน

"เจ้าฉลาดเรื่องตัวเลข ทว่าประเมินความโสมมของเมืองหลวงต่ำเกินไปเสิ่นหรูอิง" เซี่ยจื่อเยวียนโน้มตัวไปข้างหน้า สองมือวางค้ำลงบนโต๊ะไม้จันทน์ ระยะห่างระหว่างเขาและนางถูกลดทอนลงจนสัมผัสได้ถึงไอความร้อนจากร่างกายของบุรุษ

เขาประสานสายตากับนางอย่างเปิดเผยและท้าทาย เป็นการหยั่งเชิงของนักหมากรุกที่กำลังมองประเมินคู่ต่อสู้บนกระดานเดียวกัน

"หากเจ้าก้าวออกจากประตูจวนโหวพร้อมสินเดิมมหาศาลในวันนี้ เจ้าคิดหรือว่าบิดาของเจ้าที่เวลานี้ เป็นถึงเสนาบดีกรมพิธีการจะปล่อยให้เจ้าหลุดรอดมือไป เ

ขาจะหาข้ออ้างเรื่องความกตัญญูและชื่อเสียงของตระกูลเสิ่น เพื่อริบทรัพย์สินของเจ้ากลับคืน แล้วส่งเจ้าไปแต่งเป็นภรรยาเอกหรือฮูหยินรองให้ขุนนางเฒ่าสักคนเพื่อผลประโยชน์ทางการเมือง ผู้คนข้างนอกต่างจ้องจะกลืนกินสตรีม่ายที่มั่งคั่งและไร้บุรุษคุ้มภัย"

"ข้ามีวิธีปกป้องทรัพย์สินและเอาตัวรอดของข้า ไม่รบกวนท่านโหวต้องมาใส่ใจ" เสิ่นหรูอิงเชิดหน้าขึ้น นางรู้ดีว่าคำพูดของเขาเป็นความจริงทุกประการ บิดาของนางล้วนเห็นแก่ผลประโยชน์ยิ่งกว่าสายเลือด

ทว่านางเตรียมเครือข่ายของเถ้าแก่เนี๊ยสวีไว้รองรับแล้ว นางพร้อมจะสู้คดีและแยกจวนออกไปตั้งตัว

"แต่ข้าใส่ใจ" เซี่ยจื่อเยวียนเอ่ยแทรกด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ ดวงตาเรียวยาวของเขาหรี่ลงเล็กน้อย

"การแก่งแย่งในเรือนหลังและข้ออ้างเรื่องความกตัญญูของท่านแม่ ทำให้ข้าไม่อาจลงมือจัดการขั้นเด็ดขาดได้ด้วยตนเอง หากเจ้าหย่าจากไป

ท่านแม่ย่อมต้องยัดเยียดสตรีจากตระกูลของนางหรือบุตรีขุนนางขั้วอำนาจอื่นมาเป็นฮูหยินคนใหม่ของข้า เพื่อแทรกซึมและครอบงำจวนโหว ข้าไม่ต้องการเสียเวลามานั่งระแวงสตรีเหล่านั้น"

เสิ่นหรูอิงหรี่ตามองบุรุษตรงหน้า นางเริ่มมองเห็นความนัยที่ซ่อนอยู่ในวาจาของเขา เขาไม่ได้รั้งนางไว้เพราะความเสน่หา แต่เขากำลังเจรจาหาข้อตกลงที่ได้ประโยชน์ร่วมกัน

"ท่านโหวต้องการสิ่งใดกันแน่"

"เจ้าต้องการอิสรภาพในการค้าขายและอำนาจเหนือทรัพย์สินของตนเอง ส่วนข้าต้องการฮูหยินเอกที่ชาญฉลาดและเด็ดขาดพอที่จะตัดแขนตัดขาคนเหล่านั้นในเรือนหลัง แทนที่จะหย่าขาด เรามาทำข้อตกลงกันใหม่ไม่ดีกว่าหรือ"

เซี่ยจื่อเยวียนยื่นข้อเสนอ มุมปากของเขายกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แฝงความเจ้าเล่ห์ร้ายกาจ "ข้าจะเป็นผู้สนับสนุนและโล่กำบังให้เจ้า ข้ามีกองทัพ มีเส้นสายในกรมทหาร ข้าสามารถคุ้มครองเส้นทางการค้าของเจ้าจากพวกเหลือบไรนอกจวนได้

แลกกับการที่เจ้าต้องคงสถานะฮูหยินเอกแห่งจวนจิ้งอันโหวเอาไว้ เป็นดาบให้ข้าจัดการความวุ่นวายของท่านแม่และอนุภรรยา อำนาจการสั่งการในเรือนหลังจะเป็นของเจ้าแต่เพียงผู้เดียว ไม่มีผู้ใดกล้าแตะต้องสินเดิมของเจ้าอีก"

ข้อเสนอนี้พลิกกระดานความคิดของเสิ่นหรูอิงไปชั่วขณะ นางคำนวณผลได้ผลเสียในหัวอย่างรวดเร็ว การมีแม่ทัพทักษิณเป็นป้ายทองคุ้มภัย ย่อมทำให้เส้นทางการค้าเสบียงที่นางหมายตายกตกระดับขึ้นไปอีกขั้น

ป้องกันการขัดขวางจากอู๋เทียนรุ่ยและขุนนางกังฉินคนอื่น ๆ ได้อย่างชะงัด ทว่านางเคยหลงกลบุรุษผู้นี้มาแล้วหนหนึ่งในอดีตชาติ ความหวาดระแวงยังคงฝังลึกอยู่ในกระดูก

เสิ่นหรูอิงมองเศษกระดาษที่ปลิวว่อนลงบนพื้นสลับกับใบหน้าหล่อเหลาที่กวนโทสะของบุรุษตรงหน้า นางแค่นเสียงหัวเราะเย็น

"ท่านโหวคิดจะใช้หนี้ข้าด้วยร่างกายหรือกระไร ข้าเป็นแม่ค้า ย่อมไม่รับการค้าที่ขาดทุน"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel