บทที่ 5 กางบัญชีผีกลางโถงโซ่วคัง
หลักฐานตั๋วจำนำในมือของเสิ่นหรูอิงเมื่อช่วงเย็นวานนี้ กลายเป็นชนวนเหตุให้เรือนหลังจวนจิ้งอันโหวแทบลุกเป็นไฟ
พ่อบ้านเฉียนถูกจับขังไว้ในห้องเก็บฟืนเพื่อรอการไต่สวน บ่าวไพร่ที่เคยรับใช้ใกล้ชิดต่างถูกกักบริเวณเพื่อสอบปากคำ ข่าวการกวาดล้างรอยรั่วในคลังสมบัติแพร่สะพัดไปถึงหูของฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยอย่างรวดเร็ว
ยามเฉินวันถัดมา เสิ่นหรูอิงนั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งไม้หงมู่ ปี้ลู่กำลังสางผมและเกล้ามวยให้อย่างเบามือ ฮูหยินเอกไม่ได้แสดงท่าทีเร่งร้อน
นางเลือกปิ่นหยกขาวเรียบง่ายเพียงชิ้นเดียวปักลงบนมวยผม อาภรณ์ที่สวมใส่ในวันนี้คือชุดกระโปรงสีปีกกาขลิบเงิน ท่วงท่าสง่างามแผ่กลิ่นอายเย็นเยียบจนบ่าวไพร่ในเรือนไผ่หยกไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
โถงโซ่วคังในเวลานี้เต็มไปด้วยความกดดัน ฮูหยินผู้เฒ่าเซี่ยนั่งอยู่บนตั่งไม้จันทน์ตัวใหญ่ ใบหน้าอวบอูมตึงเครียด มือที่ถือลูกประคำขยับนับเม็ดไม้อย่างเชื่องช้าลงน้ำหนักรุนแรงกว่าปกติ
กัวมามาที่เพิ่งถูกโบยจนปางตายมิได้มายืนเคียงข้าง ทำให้ขุมกำลังของฮูหยินผู้เฒ่าดูอ่อนด้อยลงไปหลายส่วน บ่าวไพร่ในโถงต่างก้มหน้ามองปลายเท้าตนเอง ไร้ผู้ใดกล้าส่งเสียงเจรจา
เบื้องล่างตั่งไม้จันทน์ อนุหลิวนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวเล็ก นางสวมอาภรณ์สีกลีบบัวดูอ่อนหวานบอบบาง ดวงตาที่หลุบต่ำลอบสังเกตสถานการณ์ด้วยความพึงพอใจลึก ๆ
นางรอคอยให้ฮูหยินเอกถูกมารดาเลี้ยงของสามีจัดการขั้นเด็ดขาด โทษฐานล่วงเกินผู้อาวุโสและสร้างความวุ่นวายในเรือนหลัง ทว่าทันทีที่เกมกระดานหมากนี้ คงผิดจากที่นางคาดการณ์ไว้นัก
เสิ่นหรูอิงก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาในโถงใหญ่ แผ่นหลังของนางเหยียดตรง ท่วงท่าการเดินเชื่องช้ามั่นคง อาภรณ์สีปีกกาตัดกับผิวขาวผ่องขับเน้นความเยือกเย็นรอบกาย
นางหยุดยืนอยู่กลางโถง ยอบกายคารวะผู้อาวุโสด้วยท่วงท่าที่ถูกต้องตามธรรมเนียมทุกกระเบียดนิ้ว แววตาดอกท้อเรียบเฉย ปราศจากความหวาดหวั่นดังเช่นในอดีต
"สะใภ้ใหญ่ เจ้าแต่งเข้าจวนมาเพียงหนึ่งปี กลับเหิมเกริมถึงเพียงนี้เชียวหรือ" ฮูหยินผู้เฒ่าเปิดฉากตำหนิทันที น้ำเสียงของนางกระด้างและทรงอำนาจ
"สั่งโบยแม่นมของข้ากลางลาน ซ้ำยังใส่ความจับตัวพ่อบ้านใหญ่ไปขัง เจ้าเห็นข้าเป็นมารดาของสามีอยู่หรือไม่"
"ข้าเพียงจัดการบ่าวที่ปีนเกลียวและยักยอกทรัพย์สินตามกฎระเบียบของจวน" เสิ่นหรูอิงตอบกลับเสียงเรียบ นางเงยหน้าขึ้นสบตากับมารดาเลี้ยงของสามีโดยไม่หลบเลี่ยง
"กัวมามาบุกรุกเรือนส่วนตัว พ่อบ้านเฉียนดูแลคลังสมบัติหละหลวมจนสินเดิมของข้าสูญหาย หากข้าละเว้นโทษพวกมัน วันข้างหน้าชาวเมืองคงได้หัวร่อเยาะว่าจวนจิ้งอันโหวไร้ขื่อแป ปล่อยให้บ่าวไพร่ขึ้นมาขี่คอเจ้านายได้ตามอำเภอใจ"
"เจ้าอย่ามาอ้างกฎระเบียบเพื่อบิดเบือนความผิดของตนเอง" ฮูหยินผู้เฒ่ากระแทกลูกประคำลงบนโต๊ะข้างตั่ง
"กัวมามาไปที่นั่นตามคำสั่งของข้า เจ้าทำร้ายนางย่อมเท่ากับตบหน้าข้า ส่วนเรื่องพ่อบ้านเฉียน เขารับใช้จวนนี้มาตั้งแต่สมัยท่านโหวคนก่อน เจ้าเป็นเพียงสะใภ้ที่เพิ่งแต่งเข้ามา อาศัยสิทธิ์อันใดมาสั่งขังคนเก่าคนแก่"
"อาศัยสิทธิ์ของฮูหยินเอกที่ต้องปกป้องทรัพย์สินของตระกูล" เสิ่นหรูอิงแย้มยิ้มบางเบา แววตาไม่ได้ยิ้มตาม
"ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านกล่าวว่าพ่อบ้านเฉียนเป็นคนเก่าคนแก่ เช่นนั้นเขาย่อมต้องรู้กฎหมายราชวงศ์เป็นอย่างดี สินเดิมของสตรีถือเป็นทรัพย์สินส่วนตัว หากมีการสูญหายหรือถูกลอบนำไปขาย ผู้ดูแลคลังย่อมไม่อาจปฏิเสธความรับผิดชอบ ข้าจับกุมเขาไว้เพื่อรอการตรวจสอบข้อเท็จจริง นับเป็นการลงมือที่ปรานีที่สุดแล้ว"
"ฮูหยิน ท่านกล่าวหนักเกินไปแล้วเจ้าค่ะ" อนุหลิวแทรกขึ้นมาด้วยน้ำเสียงอ่อนหวาน นางบีบน้ำตาให้คลอหน่วย แสร้งทำท่าทางหวาดกลัว
"แม้ท่านจะเกิดในตระกูลคหบดีที่มั่งคั่ง แต่เมื่อแต่งเข้าจวนโหวแล้ว กฎของสตรีคือการกตัญญูและเชื่อฟังผู้อาวุโส ฮูหยินผู้เฒ่าสุขภาพไม่สู้ดี ทั้งยังต้องตรากตรำดูแลจวนมาหลายสิบปี ท่านไม่ควรกล่าววาจาก้าวร้าวให้มารดาต้องขุ่นเคืองใจ เพียงเพราะทรัพย์สินนอกกายไม่กี่หีบนะเจ้าคะ"
วาจาของอนุหลิวเต็มไปด้วยการยกตนข่มท่าน แฝงเจตนาเหยียดหยามชาติกำเนิดของเสิ่นหรูอิงว่าเป็นเพียงพวกลูกพ่อค้าที่เห็นแก่เงิน และใช้คำว่ากตัญญูมากดทับ หวังดึงให้คนทั้งโถงเห็นพ้องว่าฮูหยินเอกเป็นสตรีอกตัญญูและไร้จารีต
ทว่าเสิ่นหรูอิงปรายตามองสตรีชุดสีกลีบบัวเพียงหางตา รอยยิ้มเย็นหยันผุดขึ้นที่มุมปาก นางมิได้แสดงความโกรธเกรี้ยวออกมาให้เห็น มีเพียงความสมเพชที่ฉายชัดในแววตา
"ที่นี่คือโถงสนทนาของนายหญิงแห่งจวน อนุภรรยาที่ซื้อตัวมาเช่นเจ้ามีสิทธิ์อันใดมาสอดคำ" คำพูดของเสิ่นหรูอิงราบเรียบคมกริบราวกับมีดแล่เนื้อ นางสาวเท้าเข้าไปใกล้อนุหลิวหนึ่งก้าว
"ทรัพย์สินนอกกายไม่กี่หีบที่เจ้าเอ่ยถึง คือเงินตราที่ใช้เลี้ยงดูบ่าวไพร่ทั้งจวนรวมถึงตัวเจ้าด้วย หากเจ้ามองว่ามันเป็นเพียงของนอกกาย เช่นนั้นข้าจะช่วยสั่งสอนให้เจ้ารู้จักที่ต่ำที่สูง ปี้ลู่ ตบปากนาง"
สิ้นคำสั่ง ปี้ลู่ที่ยืนรอจังหวะอยู่ด้านหลังก็ก้าวพรวดเข้าไปหาอนุหลิว สาวใช้ตัวน้อยง้างมือขึ้นและตบลงบนใบหน้างดงามนั้นอย่างไม่ออมแรง
เสียงฝ่ามือกระทบผิวแก้มดังฉาดใหญ่กลางโถงโซ่วคัง อนุหลิวหวีดร้องและเซถลาตกจากเก้าอี้ ใบหน้าซีกซ้ายปรากฏรอยแดงช้ำในพริบตา นางยกมือขึ้นกุมแก้ม นัยน์ตาเบิกกว้างด้วยความตกตะลึงระคนเคียดแค้น
"เสิ่นหรูอิง เจ้ากล้าดีอย่างไรมาตีคนของข้าต่อหน้าข้า" ฮูหยินผู้เฒ่าผุดลุกขึ้นยืน ชี้นิ้วสั่นเทาไปยังลูกสะใภ้
"เจ้ามันสตรีไร้สกุล ไร้ความกตัญญู ข้าจะให้จื่อเยวียนเขียนหนังสือหย่าขาดจากเจ้าเสียเดี๋ยวนี้ จวนโหวไม่อาจรับสตรีใจคอคับแคบเช่นเจ้าเป็นนายหญิงได้อีกต่อไป"
"ก่อนที่ท่านจะเรียกหาหนังสือหย่า ฮูหยินผู้เฒ่าควรดูสิ่งนี้เสียก่อน" เสิ่นหรูอิงไม่สะทกสะท้านกับคำขู่ นางพยักหน้าให้ปี้ลู่ที่ยืนสงบเสงี่ยมอยู่เบื้องหลัง
ปี้ลู่ก้าวออกมาด้านหน้า หยิบสมุดบัญชีปกสีน้ำเงินและปึกกระดาษตั๋วจำนำออกจากแขนเสื้อ ก่อนจะโยนมันลงบนพื้นกลางโถงอย่างไม่ออมแรง
กระดาษเหล่านั้นกระจายเกลื่อนเบื้องหน้าฮูหยินผู้เฒ่า ตราประทับสีแดงสดของร้านอัญมณีและโรงรับจำนำเด่นหราเตะตาผู้คน
"สมุดบัญชีเล่มนี้บันทึกรายการเบิกจ่ายของเรือนหลังทั้งหมดเทียบกับสินเดิมของข้าที่ถูกนำไปจำนำ" เสิ่นหรูอิงก้าวไปข้างหน้าหนึ่งขั้น แววตาของนางวาวโรจน์ด้วยความเด็ดขาด ท่าทางเย่อหยิ่งและทรงอำนาจจนสะกดคนทั้งโถงให้เงียบกริบ
"ผ้าไหมซูโจว เครื่องเคลือบเตาหลงเฉวียน ปิ่นหยกขาว และตั๋วเงินอีกหลายหมื่นตำลึงที่อ้างว่านำไปหมุนเวียนใช้จ่ายในจวน แท้จริงแล้วถูกถ่ายเทไปยังบัญชีร้านค้าส่วนตัวของบุตรชายคนรองของท่าน ซ้ำยังถูกแปรเปลี่ยนเป็นเครื่องเรือนราคาแพงในเรือนของเขา"
ใบหน้าของฮูหยินผู้เฒ่าซีดเผือดลงทันตา มือที่ชี้หน้าเสิ่นหรูอิงค่อย ๆ ลดระดับลง ความอหังการเมื่อครู่มลายหายไปสิ้นเมื่อความลับที่อุตส่าห์ปกปิดถูกกางแผ่หลาต่อหน้าบ่าวไพร่ นางพยายามขยับริมฝีปากเพื่อหาข้อแก้ตัว ทว่าหลักฐานตรงหน้ามัดแน่นจนไร้ช่องโหว่
"ฮูหยินผู้เฒ่า ท่านพร่ำบอกให้ข้ากตัญญูและรักษารากฐานของจวนโหว" เสิ่นหรูอิงเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบเรื่อยทว่ากังวานชัด ทุกถ้อยคำล้วนตอกลิ่มลงกลางใจผู้ฟัง
"แต่ท่านกลับใช้บ่าวชั่วลอบขโมยสินเดิมของลูกสะใภ้ไปปรนเปรอสายเลือดของตนเอง ท่านคิดว่าหากบัญชีผีเล่มนี้ไปถึงศาลาว่าการเมืองหลวง โทษฐานยักยอกทรัพย์สินของฮูหยินเอก จะทำให้ท่านและบุตรชายคนรองของท่านมีจุดจบเช่นไร"
