บทที่ 4 รอยรั่วของสมบัติ
ยามเซิน ลมต้นฤดูเหมันต์พัดผ่านกิ่งหลิวจนเกิดเสียงเสียดสี ความเงียบงันบริเวณลานหน้าคลังสมบัติกลับกดดันจนแทบหายใจไม่ออก
ไม่นานนัก เสียงฝีเท้าเร่งรีบก็ดังทำลายความเงียบ พ่อบ้านเฉียนวิ่งกระหืดกระหอบนำหน้าบ่าวชายสองสามคนเข้ามา รูปร่างผอมแห้งและใบหน้าแหลมคล้ายหนูของเขามีเหงื่อผุดซึม
แววตาที่หลุบต่ำกลับกลอกกลิ้งคำนวณสถานการณ์อย่างรวดเร็วเมื่อเห็นประตูคลังเปิดอ้าและบ่าวยามถูกเรียกมารวมตัวกัน
"ฮูหยินเรียกหาบ่าวหรือขอรับ" พ่อบ้านเฉียนค้อมเอวประสานมือคารวะ ท่าทางนอบน้อมจอมปลอมที่เขาใช้ตบตาคนทั้งจวนมาตลอดชีวิตถูกงัดออกมาใช้อย่างคล่องแคล่ว
"เมื่อครู่บ่าวเพิ่งไปตรวจตราการรับส่งฟืนที่โรงครัว ได้ยินว่าฮูหยินมาที่คลังสมบัติ บ่าวจึงรีบมาเผื่อว่าฮูหยินต้องการเบิกจ่ายสิ่งใด"
เสิ่นหรูอิงก้าวออกมาจากเงามืดของคลังสมบัติ นางหยุดยืนอยู่บนขั้นบันไดหิน มองต่ำลงไปยังพ่อบ้านใหญ่แห่งจวนโหวด้วยสายตาที่ยากจะคาดเดา
"เข้าไปดูข้างในสิ" น้ำเสียงของนางราบเรียบ
พ่อบ้านเฉียนชะงักไปครู่หนึ่ง เขาสัมผัสได้ถึงรังสีความกดดันบางอย่าง ทว่ายังคงแสร้งทำใจดีสู้เสือเดินขึ้นบันไดไปชะโงกหน้ามองภายในคลัง ทันทีที่เห็นหีบสมบัติเปิดอ้าและว่างเปล่า เขาก็แสร้งเบิกตากว้าง ถอยหลังไปสองก้าวแล้วตบเข่าฉาดใหญ่ด้วยความตกใจ
"สวรรค์ นี่มันเกิดเรื่องอันใดขึ้นขอรับ เหตุใดสินเดิมของฮูหยินจึงหายไปเช่นนี้ บ่าวจัดเวรยามเฝ้าอย่างแน่นหนาทั้งกลางวันและกลางคืน ขโมยชั่วช่างเหิมเกริมยิ่งนัก มันต้องงัดแงะเข้ามาในยามวิกาลเป็นแน่
บ่าวจะรีบส่งคนไปแจ้งทางการและให้ทหารมาตรวจค้นทุกซอกทุกมุมของจวนเดี๋ยวนี้ขอรับ ฮูหยินโปรดวางใจ บ่าวจะตามจับตัวคนร้ายมารับโทษให้จงได้"
การแสดงความตื่นตระหนกและโยนความผิดให้โจรนอกจวนคือแผนการเอาตัวรอดขั้นพื้นฐาน พ่อบ้านเฉียนคิดว่าสตรีในห้องหออย่างเสิ่นหรูอิงย่อมต้องหวาดกลัวและมอบหมายให้เขาเป็นผู้จัดการเรื่องนี้ตามความเคยชิน
"ขโมยชั่วที่ว่า คงมิได้อยู่ไกลถึงเพียงนั้นกระมัง" เสิ่นหรูอิงเอ่ยขัดอย่างเย็นชา นางพยักหน้าให้ปี้ลู่ สาวใช้คนสนิทก้าวไปเบื้องหน้าแล้วชูแม่กุญแจทองเหลืองที่ไร้ร่องรอยการงัดแงะขึ้นมา
"ประตูคลังไม่มีรอยงัด แม่กุญแจยังคงสภาพเดิม ซ้ำบ่าวยามที่เฝ้าหน้าคลังล้วนเป็นคนที่เจ้าคัดเลือกมากับมือ" เสิ่นหรูอิงก้าวลงบันไดมาหนึ่งขั้น
"โจรนอกจวนที่ใดจะมีกุญแจผีที่ไขได้พอดี ซ้ำยังรู้เส้นทางหลบหลีกเวรยาม ขนย้ายหีบใบใหญ่นับสิบใบออกไปโดยไม่มีผู้ใดล่วงรู้ หากไม่ใช่เพราะมีเกลือเป็นหนอนคอยเปิดทางให้"
พ่อบ้านเฉียนหน้าตึงขึ้นมาทันที เขารีบก้มหน้าซ่อนแววตาร้อนรน "ฮูหยิน บ่าวทำงานรับใช้จวนโหวมาหลายสิบปี ซื่อสัตย์สุจริตมาตลอด ท่านกล่าวเช่นนี้ บ่าวเกรงว่าผู้คนจะครหาเอาได้นะขอรับ"
เสิ่นหรูอิงไม่ต่อความยาว นางรับสมุดบัญชีปกสีน้ำเงินเข้มมาจากปี้ลู่ ก่อนจะโยนมันลงบนพื้นตรงหน้าพ่อบ้านเฉียน สมุดบัญชีกางออก เผยให้เห็นรายการสิ่งของที่ถูกบันทึกไว้อย่างละเอียดยิบพร้อมตราประทับสีแดงสด
"สมุดเล่มนี้คือบัญชีสินเดิมฉบับจริงที่ประทับตราทางการของตระกูลเสิ่น" เสิ่นหรูอิงกอดอก แววตาเย็นชาดุจน้ำแข็ง
"ผ้าไหมซูโจวยี่สิบพับ เครื่องเคลือบเตาหลงเฉวียนสิบชุด ปิ่นหยกขาวสลักลายหงส์เก้าหาง และตั๋วเงินอีกห้าหมื่นตำลึงหายไป พ่อบ้านเฉียน ในฐานะผู้ดูแลความเรียบร้อยของจวน เจ้าจะอธิบายเรื่องนี้อย่างไร"
พ่อบ้านเฉียนลอบกลืนน้ำลาย เขารู้ดีว่าฮูหยินเอกผู้นี้มักจะหลีกเลี่ยงปัญหาและไม่เคยเรียกตรวจบัญชีมาก่อน เหตุใดวันนี้สตรีตรงหน้ากลับพลิกกระดานอย่างกะทันหัน เมื่อเห็นว่าข้อหาขโมยถูกตีตกด้วยหลักฐานและเหตุผล เขาจึงงัดข้ออ้างที่เตรียมไว้อีกทางออกมาใช้เพื่อเอาตัวรอด
"ฮูหยินโปรดระงับโทสะ ช่วงที่ผ่านมาจวนโหวมีค่าใช้จ่ายมากมาย ฮูหยินผู้เฒ่าเห็นว่าเบี้ยหวัดในจวนไม่เพียงพอ อีกทั้งงานเลี้ยงรับรองขุนนางก็ต้องจัดให้สมเกียรติ จึงมีคำสั่งลับให้บ่าวนำของบางส่วนไปจำนำเพื่อหมุนเวียนใช้จ่ายในเรือนหลังขอรับ
ทุกอย่างล้วนทำไปเพื่อหน้าตาของจวนโหวทั้งสิ้น ฮูหยินผู้เฒ่าตั้งใจว่าหากได้เงินก้อนใหม่มาจะรีบไถ่ถอนคืนให้ฮูหยินทันที บ่าวเป็นเพียงคนรับใช้ ย่อมต้องทำตามคำสั่งเจ้านายขอรับ"
การอ้างชื่อมารดาเลี้ยงของสามีคือไม้ตายที่พ่อบ้านเฉียนคิดว่าสตรีตรงหน้าต้องยอมจำนนเหมือนทุกครั้ง เพราะที่ผ่านมานางยอมก้มหัวให้คำว่ากตัญญูเสมอ ไม่เคยกล้าโต้เถียงผู้อาวุโสแม้แต่ครึ่งคำ
ทว่ายามนี้หลังต้นหลิวใหญ่ เซี่ยจื่อเยวียนขบสันกรามเข้าหากันเมื่อได้ยินคำแก้ตัวนั้น ค่าใช้จ่ายในจวนโหวมากมายอันใดกัน เขาเป็นผู้ส่งเงินเดือนทหารและเบี้ยหวัดรายปีกลับมาให้จวนไม่เคยขาด
ซ้ำยังไม่เคยก้าวก่ายการใช้จ่ายในเรือนหลัง การที่มารดาเลี้ยงอ้างหน้าตาของจวนเพื่อบังคับสูบเลือดสูบเนื้อภรรยาของเขา ช่างเป็นข้ออ้างที่ทำให้เขารู้สึกขยะแขยงจนแทบทนไม่ไหว เขาเป็นทหาร สิ่งที่ทำให้เขาเกลียดชังที่สุดคือ การหลอกลวงเบื้องหลังความจงรักภักดี
"หน้าตาของจวนโหว" เสิ่นหรูอิงแค่นเสียงหัวเราะเย้ยหยัน
"มารดาเลี้ยงของท่านโหวนำสินเดิมของลูกสะใภ้ไปปรนเปรอบุตรชายคนรองของตนเอง ซ้ำยังให้บ่าวไพร่ชั้นสูงนุ่งห่มผ้าไหมราคาแพงเกินหน้าเกินตา นี่หรือคือหน้าตาของจวนที่เจ้ากล่าวอ้าง หรือแท้จริงแล้วเป็นเจ้านั่นแหละที่ยักยอกไปพอกพูนความมั่งคั่งให้ตนเองแล้วใช้ฮูหยินผู้เฒ่าเป็นโล่กำบัง"
"ฮูหยิน ท่านกล่าวหาฮูหยินผู้เฒ่าและใส่ความบ่าวเช่นนี้ บ่าวรับไม่ไหวหรอกขอรับ" พ่อบ้านเฉียนเริ่มขึ้นเสียง แสร้งทำเป็นผู้ภักดีที่ถูกรังแกอย่างอยุติธรรม
"หากท่านยังบีบคั้น บ่าวคงต้องไปขอความเป็นธรรมจากท่านโหวแล้ว"
"ข้ามิได้กล่าวหา ข้าเพียงพูดตามหลักฐาน" เสิ่นหรูอิงก้าวลงบันไดมาจนถึงพื้นลาน บรรยากาศรอบกายแผ่ความกดดันจนพ่อบ้านเฉียนต้องถอยร่นไปครึ่งก้าว
"เจ้าคิดว่าข้าไม่รู้หรือว่าร้านอัญมณีท้ายตลาดคือเครือญาติของเจ้า เจ้าอาศัยช่องโหว่ของการเป็นพ่อบ้าน นำของมีค่าไปหมุนเวียนขายทำกำไร"
"เหลวไหล บ่าวไม่มีวันทำเรื่องทรยศเจ้านาย"
"เช่นนั้นก็พิสูจน์สิ ปี้ลู่ บ่าวชาย ค้นตัวเขา" เสิ่นหรูอิงออกคำสั่งเฉียบขาด
"ใครกล้าแตะต้องข้า ข้าเป็นพ่อบ้านใหญ่ที่ฮูหยินผู้เฒ่าแต่งตั้ง" พ่อบ้านเฉียนตวาดเสียงแข็ง พยายามเบ่งอำนาจบารมีของตน
บ่าวชายสองคนที่เสิ่นหรูอิงสั่งให้ตามมาด้วยกลับปรี่เข้ามากดไหล่เขาให้นั่งคุกเข่าลงกับพื้นทันที พวกเขาเห็นจุดจบของกัวมามาแล้ว ย่อมรู้ดีว่ายามนี้ผู้ใดคือนายหญิงที่แท้จริงและกุมอำนาจชี้เป็นชี้ตายในจวน ไม่ว่าฮูหยินผู้เฒ่าจะยิ่งใหญ่เพียงใด กฎหมายบ้านเมืองเรื่องสินเดิมย่อมศักดิ์สิทธิ์กว่า
ปี้ลู่ปราดเข้าไปล้วงค้นตามแขนเสื้อและสาบเสื้อของพ่อบ้านใหญ่ พ่อบ้านเฉียนดิ้นรนสุดชีวิต ใบหน้าผอมแห้งซีดเผือดราวกับกระดาษ ไม่นานนัก สาวใช้คนสนิทก็ดึงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากซับในแขนเสื้อของเขา
"ฮูหยินเจ้าคะ นี่คือใบรับฝากและตั๋วเงินเจ้าค่ะ" ปี้ลู่ส่งกระดาษเหล่านั้นให้ผู้เป็นนาย
เสิ่นหรูอิงรับมาคลี่ออกดูรวดเร็ว นางปรายตามองพ่อบ้านเฉียนที่บัดนี้หมอบราบอยู่กับพื้น เหงื่อกาฬแตกพลั่กทั่วใบหน้า ริมฝีปากบางเฉียบของสตรีสูงศักดิ์เหยียดยิ้มเย็นเยียบ
"ตราประทับของหลงจู๊ร้านอัญมณีชัดเจนถึงเพียงนี้ พ่อบ้านเฉียนยังจะกล้าพูดว่าฮูหยินผู้เฒ่ามิได้เป็นคนนำปิ่นหยกของข้าไปขายอีกหรือ"
