บท
ตั้งค่า

Chapter 7 ขาดสะบั้น

“ไปเรียกพ่อบ้านคนนั้นมาทำความสะอาดที่ห้องฉัน” น้ำเสียงนิ่งเรียบของคชาพูดบอกบอดีการ์ดมือซ้ายที่ยืนเฝ้าอยู่หน้าห้องทำงานของเขา ตอนแรกตั้งใจว่าอีกสักพักจะออกไปทำงานแล้ว ไหน ๆ พ่อของเขาก็ปูเรื่องมาให้แบบนี้ งั้นก็จะสนองความต้องการให้แล้วกัน

“ครับ” ถึงแม้ว่าบอดีการ์ดคนนั้นจะไม่เข้าใจมากนักแต่ก็ยอมเดินออกจากตรงนั้นเพื่อไปตามพ่อบ้านคนใหม่มาให้ตามความต้องการของเจ้านาย

“ส่วนมึง ไปเอางานที่บริษัทมาให้กู อันไหนที่เร่งด่วนก็เอามาก่อน อะไรรอได้ เดี๋ยวกูตามไปจัดการทีหลัง” บอดีการ์ดมือขวาก้มโค้งรับคำสั่งคชา ก่อนเดินออกจากห้องนั้นไปเหมือนกัน เขานั่งคิดเรื่องนี้มาสักพักใหญ่แล้ว

ไม่นานเกินรอหนูยิ้มก็ถืออุปกรณ์ทำความสะอาดเดินเข้ามาตามที่เขาสั่งในทันทีเหมือนกัน ตั้งแต่กลับมาจากบ้านหลังโน้น มันก็ยังพอมีเวลาให้คนตัวเล็กได้ทำงานต่อสำหรับวันนี้ แต่ก็ไม่คิดว่าเจ้านายหน้าโหดจะเรียกตัวเองเข้ามาทำความสะอาดห้องที่ต้องอยู่ร่วมกันอีกแล้ว

“นายครับ พ่อบ้านเข้ามาทำความสะอาดแล้วครับ” บอดีการ์ดคนที่ไปตาม พูดรายงานเจ้านายของเขาที่นั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ก่อนที่บอดีการ์ดคนเดิมจะทำท่าเคลียร์ทางให้เจ้านายตัวเองได้เดินออกเพื่อให้ห้องนี้จะได้ทำความสะอาดให้เรียบร้อยก่อน

“มึงออกไปได้แล้ว” แต่สิ่งที่ได้รับ กลับเป็นการที่คชาบอกให้เขานั่นแหละออกไป นั่นเลยเป็นสิ่งที่คนตัวเล็กด้านหลังกลัวมาก ๆ มันเป็นทั้งความประหม่าและกังวลว่าถ้าทำความสะอาดห้องนี้เสร็จแล้วตัวเองจะถูกไล่ออกเหมือนรอบที่แล้วอีกหรือเปล่า

“ครับนาย” บอดีการ์ดคนเดิมยังไม่เข้าใจกับความคิดของเจ้านายตัวเอง เขาเดินออกจากห้องไปทั้งที่ก็ยังไม่เข้าใจแบบนั้นและประตูห้องบานใหญ่ก็ถูกปิดไว้เหมือนเดิมเหลือเพียงสองคนที่อยู่ในห้องสี่เหลี่ยม

“ขะ...ขออนุญาตทำความสะอาดห้องครับ” คนตัวเล็กอึกอักที่จะพูดบอกเขา คชาเพียงพยักหน้ารับเท่านั้น ก่อนที่หนูยิ้มจะเริ่มทำงานของตัวเองจากมุมห้องตรงโน้น ที่ไกลกับเขามากที่สุด

“จะบอกฉันได้หรือยังว่าเขาให้นายมาที่นี่ทำไม?” หนูยิ้มกำลังจะวางใจแล้วว่าเขาจะไม่อะไรกับตัวเอง สุดท้ายเขาก็พูดถามอะไรออกมาอีกจนได้

“ไม่รู้ครับ หน้าที่ของผมมีแค่มาเป็นพ่อบ้านของที่นี่เท่านั้น” เด็กหนุ่มยังปากแข็ง ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ เจ้านายหนุ่มได้บอกเขาไปแล้วว่าเขาน่ะ โกหกไม่เนียนเลยแม้แต่นิด

“...” คชาเงียบไปจนเด็กหนุ่มใจสั่นเทา เจ้าของใบหน้านิ่งยกยิ้มมุมปากขึ้นในมุมที่หนูยิ้มไม่ได้หันมาสนใจเขา มือหนายกขึ้นคลายปมเนกไทของตัวเองออกพร้อมกับปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตที่สวมสองเม็ดตามหลัง เขาไม่จำเป็นต้องแต่งตัวเรียบร้อย เมื่อวันนี้ตัวเองไม่ต้องเข้าบริษัทแล้ว

ความรู้สึกเดิมจากเมื่อเช้าตอนสาย ๆ ยังไม่ได้ถูกปลดปล่อย และตอนนี้เขากำลังพยายามจะก่อตัวความรู้สึกนี้ขึ้นมาอีกครั้งโดยที่อีกฝ่าย ที่จะเป็นหนูทดลองครั้งนี้ยังไม่รู้ตัวเองเลยด้วยซ้ำไป

“ทำไมถึงยังไม่ยอมออกไปที่ไหนเสียที” มีอยู่หลายครั้งที่หนูยิ้มหันไปมองเขา รอบนี้เขาไม่มีเนกไทอยู่รอบคอแล้ว และไม่ว่าจะมองคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้หลังโต๊ะทำงานใหญ่นั่นกี่ครั้ง เราทั้งคู่กลับสบตากันทุกครั้งไป

“มองอะไร?” ในที่สุดเขาก็รู้ตัว หนูยิ้มที่เพิ่งหันกลับมาทำงานของตัวเองได้ไม่นาน คนตัวเล็กสะดุ้งโหยงขึ้นได้ไม่ยากอย่างเก็บอาการไม่อยู่ มือเล็กกำเอาไม้กวาดในมือแน่นก่อนค่อย ๆ หันหน้ากลับไปมองทางคชา

“ผมแค่กังวลว่าคุณคชาจะแพ้ฝุ่นน่ะครับ หัวหน้าแม่บ้านบอกว่าคุณคชาแพ้ฝุ่น ผมว่าคุณออกไปนอกห้องก่อนดีไหมครับ”

“ที่พูดแบบนี้ นายคงไม่ได้เป็นห่วงฉันหรอกใช่ไหม?” เขารู้ทันว่าตอนนี้คนตัวเล็กกลัวเขามากแค่ไหน ตอนนี้นอกจากคชาจะเล่นตามเกมที่พ่อของเขาสร้างขึ้นแล้ว เขายังนึกบทลงโทษสำหรับคนที่ยอมเป็นหมากให้พ่อเขาด้วยเหมือนกัน

“เป็นห่วงสิครับ คุณคชาเป็นเจ้านายของพวกเรา” เป็นทางออกและข้อแก้ตัวที่ดี

“ทำต่อไปเถอะ ที่ห้องนี้เพิ่งทำความสะอาดไปเมื่อเช้าตอนนายไม่อยู่ มันไม่มีฝุ่นมากพอจนทำให้ฉันแพ้ได้อยู่แล้ว”

“วะ...ว่าอะไรนะครับ แล้วทำไมถึงให้ผมมาทำความสะอาดอีกรอบล่ะครับ” หนูยิ้มพูดถามออกมาเสียงหลงพลางจับเอาไม้กวาดที่ถืออยู่ เดินเข้ามาใกล้เขาอย่างลืมตัว สีหน้าตั้งคำถามของหนูยิ้มเหมือนจะไม่ถูกไขง่าย ๆ

“หน้าที่ของนายคือการเป็นพ่อบ้านของที่นี่ไม่ใช่หรือไง มีหน้าที่ทำก็แค่ทำ ไม่เห็นต้องถามหาคำตอบ” หนูยิ้มอดไม่ได้ที่จะหน้ามู่ทู่ให้กับความเอาแต่ใจของเขา เริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไม พ่อของเขาต้องส่งตัวเองเข้ามาที่นี่อีกครั้งเพื่อปราบเขา แต่คนอย่างหนูยิ้มเนี่ยนะ จะไปต่อกรอะไรกับคนอย่างลูกชายเพียงคนเดียวของคุณท่านได้

“หรือว่านายอยากจะทำอีกหน้าที่ ที่พ่อของฉันบอกให้นายมาทำล่ะ?” คนตัวเล็กที่หันไปทำหน้าที่ของตัวเองต่อถึงกับหน้าเสียขึ้น เขาเหมือนจะรู้ว่าอะไรคือสิ่งที่พ่อของเขาต้องการ กลับเป็นหนูยิ้มเสียเองที่รู้สึกว่าตัวเองคิดผิดที่รับงานนี้

“มีอะไรอีกหรือเปล่าครับ ผมจะรีบทำความสะอาดห้องต่อ” สุดท้ายคชาก็ยอมปล่อยให้พ่อบ้านดีเด่นทำหน้าที่แรกของตัวเองต่อ กายหนาเอนกายนั่งพิงเก้าอี้ทำงานมากขึ้น ไม่คิดว่าการพูดคุยกันเฉย ๆ จะทำให้เขารู้สึกอึดอัดได้มากขนาดนี้

“...” นัยน์ตาสีเทาหม่นเลื่อนต่ำก้มมองกลางกายของตัวเองที่เด่นชัด มันดุนดันกางเกงยีนที่เขาสวมจนขึ้นนูนในที่สุด จังหวะการหายใจของชายหนุ่มเริ่มลำบากตาม น้ำลายเหนียวกลืนลงคอของตัวเองได้อย่างไม่ง่ายเอาเสียเลย

สุดท้ายแล้ว กลิ่นไอฝนที่หลายคนเรียกมันว่าฟีโรโมนก็โชยออกมาจนทั่วห้องเพียงระยะเวลาอันสั้นด้วยซ้ำ

“หอมจัง...” ปลายจมูกเล็กฟุดฟิดขึ้นอย่างรับกลิ่นหอมที่ตัวเองชื่นชอบ กลิ่นที่กำลังสร้างหายนะให้กับคนตัวเล็กอย่างไม่รู้ตัว

“...” จากตอนแรกที่รู้สึกดีมากกว่านี้กำลังไม่เหมือนเดิม ก้อนเนื้อกลางอกสั่นระส่ำเอาเฉย ๆ อย่างไม่รู้สาเหตุ แต่หนูยิ้มกลับคิดว่าตัวเองน่าจะเหนื่อยมากเกินไป อยากที่จะพักผ่อนแล้ว

หนูยิ้มไม่สามารถแยกออกว่านี่คือกลิ่นฟีโรโมนของอัลฟ่าหนุ่มที่อยู่ร่วมห้อง เพราะนี่เป็นครั้งแรกด้วยซ้ำที่คนตัวเล็กได้กลิ่นฟีโรโมนของคนอื่น

“ระ...หรือว่าอาการฮีทเหรอ ยังไม่ถึงกำหนดเลยไม่ใช่หรือไง” นั่นคือสิ่งที่ร่างบางกังวลมากที่สุด เพราะเมื่อไรที่ตัวเองฮีท ฟีโรโมนกลิ่นดอกไม้ไทยจะโชยออกมาในทันทีเหมือนกัน

‘คุณคชาไม่ชอบกลิ่นโอเมก้า’

นั่นคือสิ่งที่หนูยิ้มท่องจำจนขึ้นใจ แต่ถ้ารีบหนีไปหายาระงับฮีททานตอนนี้ เจ้านายหนุ่มต้องหาเรื่องมาว่าอะไรตัวเองอีกแน่ ๆ ร่างบางได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมของตัวเองไปทั้งอย่างนั้น ในที่สุด ห้องสี่เหลี่ยมนี้ก็เต็มไปด้วยกลิ่นฟีโรโมนสองกลิ่นเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

“ฮะ ฮึก ใกล้แล้วหนูยิ้ม” มือเล็กกำหน้าอกของตัวเองไว้แน่น เพราะหัวใจตรงนี้มันเต้นรัวเร็วขึ้นมากจนน่ากลัวว่าใจจะวายไปก่อน

“หนูยิ้มคือใคร...” ไม่รู้ว่าคชาเดินเข้ามาใกล้หนูยิ้มได้มากขนาดนี้ตั้งแต่ตอนไหน แถมมือหนาของเขาก็ยังจับเอาต้นแขนเรียวของคนตัวเล็กตรงหน้าอีกด้วย

พรึ่บ!

ด้วยความตกใจที่ตัวเองโดนจู่โจมอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ร่างบางก็เผลอไปสะบัดมือของเขาออกอย่างแรงแต่กลับเป็นตัวเองที่จะล้มหงายหลังไปแต่ก็ทรงตัวได้ก่อน

“ขะ...ขอโทษครับ ผมทำงานเสร็จแล้ว ขอตัวก่อนนะครับ” จังหวะการหายใจของทั้งคู่ไม่ได้ต่างอะไรกันเลยแม้แต่นิดเดียว มันรุนแรงและหนักหน่วงเสมอต้นเสมอปลายไม่เปลี่ยน

ผดเหงื่อหลายเม็ดสะสมรวมกันเป็นหยดเหงื่อไหลลงตามกรอบหน้าของพวกเขาทั้งคู่ได้ไม่ยาก ถึงแม้ว่าเจ้าของห้องทำงานนี้จะเปิดเครื่องปรับอากาศไว้สิบกว่าองศาตามความชอบของตัวเองก็ตาม

“ฮะ ฮึก” ระหว่างที่คนตัวเล็กกำลังก้มเก็บเอาอุปกรณ์ทำความสะอาดของตัวเองออกจากห้องนี้มันก็เกิดความรู้สึกเดิมแต่หนักขึ้นมากจนหนูยิ้มฟุบไปนั่งกับพื้นห้องท่ามกลางสายตาไหววูบของชายหนุ่มที่ยังไม่ได้เดินหนีออกไปทางอื่น

“ขอโทษครับ ผมต้องรีบไปก่อน เดี๋ยวขอตามมาเก็บของพวกนี้ทีหลัง” ร่างเล็กพยายามตะเกียกตะกายพยุงตัวเองออกจากห้องนี้ให้ได้ รู้ตัวดีว่ากลิ่นฟีโรโมนตอนนี้ของตัวเองกำลังทำให้เขาไม่พอใจมาก ๆ จากสีหน้าและท่าทางของคชาตอนนี้ มันไม่สู้ดีต่อคนตัวเล็กเอาเสียเลย

หมับ!

มือหนาของคชาจับเอาต้นแขนเล็กของหนูยิ้มอีกครั้ง รอบนี้เขาไม่ได้อยู่เฉย ๆ รั้งเอาตัวของอีกฝ่ายเดินมาพร้อมกับตัวเอง เขาพาหนูยิ้มมาหยุดอยู่ตรงโต๊ะทำงานไม่ได้ยากเลยเพราะขนาดตัวที่ต่างกันอยู่พอควร

“จะหนีไปกินยาบ้า ๆ นั่นหรือไง” ดวงตากลมปรือเบิกกว้าง เขารู้รายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งที่ตัวเองเกลียดได้มากขนาดนี้เลยหรือไง

“ผมรู้ว่าคุณไม่ชอบกลิ่นพวกนี้ ปล่อยผมไปก่อนเถอะครับ ฮึก” เป็นอีกครั้งที่คนตัวเล็กเผลอหลุดเสียงกระตุ้นอัลฟ่าหนุ่ม มือหนาเลื่อนจากต้นแขนมาจับที่ข้อมือเล็กของหนูยิ้มแทน เขาออกแรงบีบจนอีกคนใบหน้าเหยเกขึ้น

“นายไม่ควรเข้ามาอยู่ที่นี่ตั้งแต่แรก อยากได้ผัวหรือว่าข้อเสนอของพ่อฉันมันดีมากจนปฏิเสธไม่ได้?” ดวงตาคมนิ่งออกดุของเขาที่มองมามันเหมือนเสือที่กำลังจะตะปบเหยื่อของตัวเองไม่มีผิด

“คุณคชาพูดเรื่องอะไรครับ ผมไม่รู้เรื่อง” อารมณ์ของทั้งคู่ตอนนี้เริ่มที่จะควบคุมตัวเองไม่อยู่แล้วด้วยซ้ำ แต่มันก็ยังมีเรื่องที่ต้องเคลียร์ใจกันอยู่

“จะเลิกตอแหลได้หรือยัง?” คนตัวโตขบฟันกรามของตัวเองแน่นมากขึ้น เมื่อกลิ่นฟีโรโมนหอมกรุ่นกระตุ้นอารมณ์ของเขาจวนจะระเบิดออกมาให้ได้

เขารู้เรื่องหมดทุกอย่างมากขนาดนี้ คนตัวเล็กจะต้องแก้ตัวยังไงอีกเพื่อที่จะให้ตัวเองหลุดออกจากห้องนี้ให้ได้

“ถ้าเกิดรู้ความจริงอยู่แก่ใจแล้ว ก็ปล่อยผมไปเสียที ผมต้องกินยานั่น!” ในที่สุดความอึดอัดมันก็ระเบิดออกมาเป็นคำพูด กลางกายของทั้งคู่แข็งขืนดุนดันกางเกงจนปวดหนึบแล้ว ถ้าออกห่างจากกันช้ากว่านี้ เรื่องที่พ่อของเขาต้องการมันจะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel