บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 8 แผนการของซูหรูอี้

วันแรกที่กลับบ้าน ซูว่านอิงและซูเถียนเถียนได้ยินเรื่องการแต่งงานของพี่สาวคนที่ของกับฮั่วเหลียนเฉิง ซูว่านอิงรู้สึกเสียใจเล็กน้อยในใจ

คู่รักคู่หนึ่งต้องพลัดพรากจากกันเพียงลำพัง ในสมัยโบราณพวกเขาต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพ่อแม่และคำพูดของแม่สื่อ

ที่สำคัญพวกเขาไม่อาจต้านทานหลักจริยธรรมแบบชายเป็นใหญ่ได้ ซึ่งน่าเศร้าใจอย่างยิ่ง แต่ในมุมมองทางสรีรวิทยา นางคิดว่าการมีญาติพี่น้องนั้นไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง และการมีพันธุศาสตร์ที่ดีย่อมดีกว่า ขณะที่นางยังคงรู้สึกเสียใจกับทั้งคู่ ซูเถียนเถียนมองนางด้วยสีหน้ากังวลและพูดด้วย

ความกังวลว่า

“พี่สาม พี่ไม่เป็นอันใดใช่หรือไม่เจ้าคะ”

ซูว่านอิงรู้สึกสับสนเล็กน้อย นางจะมีเรื่องเดือดร้อนได้อย่างไร

เรื่องนี้ไม่ใช่นางที่ควรเดือดร้อน นางคิดว่าเสี่ยวเถียนน้องสาวคงเข้าใจผิดว่านางไม่อยากให้พี่สาวออกเรือน แต่นางกับพี่สาวคนที่สองไม่มีความรู้สึกที่เป็นพี่น้องกันจริง ๆ แล้วนางจะไม่อยากแยกจากซูหรูอี้ได้เยี่ยงไรกัน การที่นางออกเรือนไปนั่นเป็นเรื่องที่ดีเสียอีก

นางจึงพูดว่า “ข้าสบายดี เป็นเรื่องดีที่พี่สาวคนที่ของพวกเราจะแต่งงาน พวกเราทุกคนควรดีใจกับนางด้วย ไม่ต้องพูดถึงว่าพี่สาวคนที่สองของข้าต้องรอให้ฮั่วเหลียนเฉิงสอบผ่านก่อนถึงจะแต่งงานได้ แต่อย่างน้อยนางก็จะได้อยู่ที่บ้านได้หนึ่งปี”

ซูเถียนเถียนเห็นว่าพี่สาวเข้าใจผิด นางจึงกลืนคำพูดนั้นลงไปเมื่อคิดว่าพี่สาวของนางในตอนนี้ความจำเสื่อมและจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้

หลังอาหารเย็น ซูว่านอิงกับน้องสาวก็กลับไปที่ห้องเพื่อเก็บของ

ซูหรูอี้เรียกน้องสาวเอาไว้

“เสี่ยวเถียน เจ้ามานี่หน่อย ข้ามีเรื่องจะบอก”

เสี่ยวเถียนเดินตามซูหรูอี้ไปที่สวนหลังบ้าน ทั้งสองคนหายไปนานและไม่ได้กลับมาอีกเลยจนกระทั่งใกล้ถึงเวลาเข้านอน

นางไม่รู้ว่าซูหรูอี้พูดอันใดกับเสี่ยวถียน หลังจากกลับมาเสี่ยวเถียน

ก็มีอาการเหม่อลอยนางนอนไม่หลับ พลิกตัวไปมาบนเตียง

ทำให้ซูว่านอิงรู้สึกกังวลอย่างมาก วันนี้นางนั่งเกวียนวัวเป็นเวลานานรู้สึกเหนื่อยล้าทั้งกายและใจ แต่นางก็ไม่สามารถนอนหลับได้ทันที นางต้องรอให้เสี่ยวเถียนหลับไปก่อน

หลังจากพลิกตัวไปมาอยู่นาน เสี่ยวเถียนก็ลุกขึ้นยืนและถามคำถามกับซูว่านอิงว่า “พี่สาม ถ้าข้าทำเรื่องที่ผิดต่อท่านผิด ท่านจะยกโทษให้ข้าหรือไม่”

ซูว่านอิงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง นางไม่รู้ว่าเกิดอันใดขึ้นกับน้องสาว

ของนาง เพื่อให้เสี่ยวเถียนนอนหลับอย่างสบายใจนางจึงตอบไปว่า

“ได้สิ ไม่ว่าเจ้าจะทำอันใดผิดพี่สามก็จะไม่โทษเจ้า เพราะพี่สามเชื่อว่าเจ้าจะไม่ทำเรื่องที่ไม่ดีกับพี่สาม”

“จริงหรือเจ้าคะ” เสี่ยวเถียนต้องการยืนยันคำพูดของซูว่านอิง

รีบถามออกมา

ซูว่านอิงตอบอย่างหนักแน่นว่า “จริงสิ ตอนนี้เจ้ารีบนอนได้แล้ว”

คำพูดนี้ของนางได้ผล ไม่นานเสี่ยวเถียนก็เริ่มหายใจสม่ำเสมอ หลังจากแน่ใจว่าหลินน้องส่าวหลับแล้ว นางจึงแอบออกไปในความมืดมิด

ห่อเงินสามสิบสามตำลึงจากเงินสามสิบห้าตำลึงที่นางหามาได้จากการขายสมุนไพร

นางวางห้อผ้าที่ใส่เงินเอาไว้ลงในกล่องไม้แล้วฝังไว้ข้างกำแพง

นางถึงกับขยับหินมาวางทับอีกที เพื่อให้มั่นใจว่าเงินจำนวนมหาศาลของนางจะปลอดภัย ไม่เช่นนั้นนางคงนอนไม่หลับ

ซูว่านอิงรู้สึกว่าตอนนี้นางคงใช้เงินไม่มากขนาดนั้น และคงไม่ปลอดภัยที่จะเก็บไว้กับตัว ควรจะซ่อนมันไว้ที่ไหนสักแห่งจะดีกว่า

หลังจากครุ่นคิดอยู่นาน นางจึงตัดสินใจทำตามวิธีโบราณโดยฝังเงินลงในดิน ใครจะไปขุดดินข้างกำแพงบ้านตัวเองโดยไม่มีเหตุผลล่ะ

สองวันต่อมาหลังจากกลับมาถึงหมู่บ้าน ซูว่านอิงก็เริ่มต้นชีวิต

การทำงาน นอกจากเรียนเขียนพู่กันกับซูหรูอี้หรือหลี่เหนียงทุกเช้าแล้ว นางยังมีงานบ้านและในไร่นาอีกด้วย

แม้ว่างานเหล่านี้จะน้อยกว่าและง่ายกว่าที่นางเคยทำมาก่อน

แต่นางก็ยังรู้สึกหนักใจอยู่ดี ซูว่านอิงได้แต่กัดฟันแล้วก้มหน้าทำงานต่อไป เพราะเมื่ออยู่ใต้ชายคาเดียวกัน ก็ต้องยอมก้มหัวลงเพราะนางหาใช่ลูกที่

ท่านแม่โปรดปราน โชคดีที่เสี่ยวเถียนช่วยไว้ ไม่เช่นนั้นนางคงเก็บของแล้วไปจากที่นี่ไปตายเอาดาบหน้าเสียดีกว่า

ซูว่านอิงไม่รู้ว่านางคิดไปเองหรือไม่ แต่นางรู้สึกว่าซูหรูอี้มองนางแปลก ๆ เป็นอีกวันที่แสนธรรมดา ซูว่านอิงแบกถังผ้าสองถังไปซักที่ลำธารตามปกติ ตอนที่นางมาถึงไม่มีใครอยู่ริมลำธารเลย

เนื่องจากน้ำท่วมในฤดูใบไม้ผลิ ระดับน้ำจึงสูงขึ้นอย่างมากและกระแสน้ำก็ปั่นป่วน นางจึงต้องหาที่ที่เหมาะสมเพื่อนั่งยอง ๆ ซักผ้า

อย่างระมัดระวัง เสี่ยวเถียนบอกว่าคืนก่อนหน้านางนอนไม่หลับ ซูว่านอิงจึงบอกให้นางนอนต่ออีกหน่อย ส่วนเสื้อผ้าทั้งหมดในบ้านซูว่านอิงจะเป็นคน

ซักเอง ถังผ้าสองถังใหญ่ทำให้งานของวันนี้หนักขึ้นไปอีก ส่วนคนที่ไม่เคยทำงานบ้านหรืองานในไร่นาก็คือซูหรูอี้เพราะหลี่เหนียงเลี้ยงดูนางมาอย่างดีไม่ยอมให้ลำบาก

“อ๊ะ” ทันใดนั้นซูว่านอิงก็รู้สึกถึงแรงผลักที่หลังของนาง

ส่งผลให้นางตกลงไปในแม่น้ำก่อนที่จะทันตั้งตัว นางก็ถูกผลักลงไปในแม่น้ำเสียแล้ว ซูว่านอิงรีบคว้าหญ้าสูงริมฝั่งอย่างสิ้นหวัง พยายามหาที่ยืนเพื่อปีนขึ้นไป

ในที่สุดเธอก็สามารถคว้าหญ้าริมฝั่งแล้วยืนได้อย่างมั่นคง แต่ทว่า

น้ำไหลแรงเกินไป ซูว่านอิงจึงหมดแรงที่จะเกาะไว้ มือของนางคลายออกและถูกสายน้ำพาไป

ในตอนที่ไถลตัวลงไปในแม่น้ำอีกครั้ง หัวของนางกระแทกกับหิน

สติของนางเริ่มเลือนหายไป ทุกอย่างมืดมิด ซูว่านอิงได้แต่ปล่อยให้กระแสน้ำพัดพาไป น้ำไหลเข้าปากและจมูก แม้แต่จะดิ้นรนก็มีแรงพอที่จะดิ้นรน

ทันใดนั้นฮั่วเหลียนเฉิง กำลังเดินไปที่แม่น้ำเขาเห็นใครบางคนตกลงไปในน้ำจากระยะไกล กำลังจะจมลง เขาตกใจมาก จึงรีบวิ่งเข้าไปช่วย

หลังจากช่วยคนขึ้นฝั่งมาได้เขามองดูใกล้ ๆ ฮั่วเหลียนเฉิงก็ประหลาดใจและงุนงง

เขาตรวจสอบการหายใจของซูว่านอิงและพบว่านางหยุดหายใจแล้ว เขารีบง้างปากนางออกเพื่อตรวจดูสิ่งแปลกปลอม จากนั้นกดที่หัวใจนางตามคำสั่งสอนของอาจารย์ แต่หลังจากพยายามหลายครั้ง ซูว่านอิงก็ยัง

ไม่ตอบสนอง

เขาลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะบีบจมูกของซูว่านอิง ก้มหน้าลงและเป่าลมเข้าปากของนาง จากนั้นก็กดที่หัวใจของนางต่อไป หลังจากพยายามหลายครั้ง ซูว่านอิงก็กลับมาหายใจได้อีกครั้งในที่สุด

ฮั่วเหลียนเฉิงถอนหายใจด้วยความโล่งอก แม่ม่ายหวังที่เพิ่งมาซักผ้าบังเอิญเห็นเหตุการณ์เข้าพอดี

เสื้อผ้าของฮั่วเหลียนเฉิงกับซูว่านอิงเปียกโชกไปหมด ฮั่วเหลียนเฉิงเพิ่งจะเป่าลมเข้าปากซูว่านอิง ยากที่จะบอกได้ว่าเกิดอันใดขึ้นระหว่างคนทั้งสอง

แม่ม่ายหวังคงเดาได้ว่าฮั่วเหลียนเฉิงช่วยซูว่านอิงขึ้นมาจากน้ำ

แต่เมื่อแม่หม้ายหวังคิดถึงความไม่พอใจที่นางมีต่อหลี่เหนียงและความจริงที่ว่านางต้องทนทุกข์ทรมานจากน้ำมือของหลี่เหนียงหลายครั้ง การที่นาง

ไม่ทำให้เกิดเรื่องใหญ่ดูเหมือนว่าจะไม่ใช่การแก้แค้นที่ดี

เมื่อเห็นว่าซูว่านอิงได้รับการช่วยเหลือแล้ว นางรีบตะโกนสุดเสียงว่า

“โอ้ ไม่นะ โอ้ ไม่นะ ลูกสาวคนที่สามของอาจารย์ซูตกน้ำแล้ว

ลูกสาวคนที่สามของอาจารย์ซูตกน้ำ”

ผู้คนต่างมารวมตัวกันเมื่อได้ยินเสียงร้องของแม่ม่ายหวัง แม่ม่ายหวังเห็นใครบางคนเดินเข้ามาหา จึงพูดกับฮั่วเหลียนเฉิงด้วยน้ำเสียงที่ฟังดู

ไม่จริงใจว่า “คุณชายฮั่วสิ่งที่ท่านทำนั้นไม่น่ารักเลย ท่านเป็นนักปราชญ์และรู้จักมารยาทดี พอช่วยหญิงสาวขึ้นมาจากน้ำแล้ว ท่านจะเอาเปรียบและจูบปากนางได้อย่างไร”

ฮั่วเหลียนเฉิงเห็นว่าผู้คนรอบข้างต่างจ้องมองพวกเขาอย่างจับจ้องหลังจากได้ยินสิ่งที่แม่ม่ายหวังพูด เขาคิดในใจว่าต้องมีอะไรผิดปกติ จึงรีบอธิบายว่า

“ข้าเป่าลมเข้าไปในปากนางเพื่อช่วยนาง ไม่ใช่เพื่อเอาเปรียบ...”

แม่ม่ายหวังขัดจังหวะ “ใครจะเชื่อเจ้ากัน การจูบปากใครสักคนเพื่อช่วยเขาเป็นสิ่งที่ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”

ฮั่วเหลียนพูดไม่ออกทันที แม่ม่ายหวังหันไปถามคนรอบข้าง

“ท่านเชื่อหรือไม่ ท่านเชื่อหรือไม่”

ทุกคนส่ายหัว พวกเขาเริ่มพูดคุยกันด้วยเสียงเบา ๆ

“ฮั่วเหลียนเฉิงไม่ได้หมั้นหมายกับลูกสาวคนที่สองของตระกูลซูหรือ เขาไปยุ่งเกี่ยวกับน้องสาวของคู่หมั้นได้เยี่ยงไร”

“ใครจะรู้ บางทีพวกเขาอาจจะมีความสัมพันธ์กันแล้วก็ได้”

“จูบกัน ความบริสุทธิ์ของซูว่านอิงก็ถูกทำลายแล้ว”

“ฮั่วเหลียนเฉิงดูเหมือนจะเป็นคนดีทีเดียว เขาทำแบบนั้นได้เยี่ยงไร”

“จุ๊ ๆ จริง ๆ แล้วพวกเจ้าตัดสินคนจากรูปลักษณ์ภายนอกไม่ได้หรอก”

ฮั่วเหลียนเฉิงโกรธมากจนหน้าแดงก่ำเมื่อได้ยินคำพูดที่ฟังดู

ไม่พึงปรารถนามากขึ้นเรื่อย ๆ และเขาก็พูดไม่ออกแม้ปกติจะเถียงเก่งก็ตาม เขาแค่ใจดีช่วยเหลือคนอื่น แต่ตอนนี้กลับเป็นเขาเองที่ไปทำลายความบริสุทธิ์ของนาง

หลี่เหนียงและซูต้าเฉียงรีบวิ่งไปทันทีเมื่อได้ยินข่าวว่าลูกสาวตกน้ำ เมื่อเห็นลูกสาวที่เพิ่งกลับมาจากประตูนรกนอนอยู่ในอาการเกือบตาย หัวใจของพวกเขาก็แตกสลาย

หลังจากทราบว่าซูว่านอิงปลอดภัยแล้ว ทั้งคู่จึงตรวจดูลมหายใจ

ของนางด้วยตนเอง หลังจากยืนยันว่าชีวิตของนางไม่ได้อยู่ในอันตรายแล้ว พวกเขารู้สึกโล่งใจเป็นอย่างมาก

พวกเขาเพิกเฉยต่อคำพูดของคนอื่น ถอดเสื้อนอกออกห่อตัวซูว่านอิง และขอให้คนช่วยอุ้มกลับบ้านเพื่อรอให้หมอมารักษา

หลังจากที่หมอมาตรวจชีพจรของซูว่านอิง หมอก็พูดว่า

“โชคดีที่มีคนช่วยลูกสาวของพวกเจ้าเอาไว้ได้ทันเวลา ตอนนี้นางพ้นขีดอันตรายแล้ว อย่างไรก็ตามเราคงต้องรอให้นางตื่นขึ้นมาก่อนจึงจะรู้ว่าแผลที่หัวของนางเป็นปกติหรือไม่ แต่ไม่ต้องกังวลจากประสบการณ์หลายปีของข้าแล้วจะไม่มีปัญหาอันใด”

หลังจากส่งหมอกลับไปแล้วทั้งสองคนก็ไปที่บ้านของฮั่วเหลียนเฉิงทันที และสั่งให้เสี่ยวเถียนดูแลพี่สาวของนางให้ดีเสี่ยวเถียนมองพี่สาวที่นอนอยู่บนเตียงด้วยความเสียใจ นางพูดกับซูหรูอี้ว่า

“พี่รอง ท่านไม่ได้บอกว่าพี่สามจะไม่เป็นอันใดรึ แต่ตอนนี้พี่สาม

ได้บาดเจ็บสาหัสจนเกือบเสียชีวิต”

ซูหรูอี้เองก็ไม่คาดคิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นถึงขนาดนี้ นางแค่ต้องการให้ซูว่านอิงตกลงไปในน้ำแล้วสร้างสถานการณ์ให้ฮั่วเหลียนเฉิงผ่านมาและช่วยเหลือซูว่านอิงเท่านั้น ตราบใดที่ทั้งสองคนปรากฏตัวต่อหน้าทุกคนพร้อมเสื้อผ้าที่เปียกโชก นางก็จะสามารถยกเลิกการแต่งงานในครั้งนี้ได้

ซูหรูอี้วางแผนไว้อย่างดี แต่ไม่คิดว่าน้องสาวของนางจะตกลงไปแล้วหัวกระแทกหินและจมลงไปในน้ำอย่างรวดเร็วเช่นนี้ แต่ในเมื่อเรื่องมาถึง

ขั้นนี้แล้ว นางก็ยังจะทำตามแผนการที่นางเอาไว้ต่อไป นางมองไปที่เสี่ยวเถียนแล้วพูดว่า

“เสี่ยวเถียน ฟังพี่รองของเจ้าก่อน หมอเพิ่งบอกว่าเสี่ยวอิงจะไม่เป็นไร เมื่อท่านพ่อกับท่านแม่ถามเจ้าทีหลัง เจ้าต้องบอกสิ่งที่ข้าสอนเจ้าเมื่อวานนี้” เมื่อเห็นว่าเสี่ยวเถียนรู้สึกไม่พอใจเล็กน้อย นางจึงพูดต่อว่า

“ถ้าเจ้าไม่ทำตามที่ข้าบอก ท่านพ่อกับท่านแม่ก็จะไม่ชอบเจ้าอีกต่อไปเมื่อรู้ความจริง พี่สาวคนที่สามของเจ้าก็จะเกลียดเจ้าและไม่ให้อภัยเจ้า ยิ่งกว่านั้น เจ้าจะขัดขวางพี่สาวคนที่สามของเจ้าไม่ให้แต่งงานกับฮั่วเหลียนเฉิง หากครั้งนี้นางไม่ได้แต่งงาน แล้วจะมีผู้ใดกล้าแต่งงานกับนางกัน เจ้าต้องคิดให้ดีนะนี่เป็นอนาคตของเสี่ยวอิง ถึงแม้ว่าทั้งสองคนจะไม่มีใจให้กันแต่เรื่องมันมาถึงขั้นนี้แล้วเราจะทำอันใดได้”

“แต่พี่สาวคนที่สามบอกว่าไม่ว่าข้าจะทำอะไรผิด นางก็จะให้อภัยข้า” เสี่ยวเถียนไม่เชื่อในสิ่งที่ซูหรูอี้พูด

ซูหรูอี้พูดต่อไปอย่างน่าสงสารว่า “เสี่ยวเถียน เจ้าช่วยข้าได้ไหม

ข้าขอร้อง”

หัวใจของเสี่ยวเถียนอ่อนลง เธอสัญญากับซูหรูอี้ว่า “ตกลง ข้าจะทำตามที่ท่านบอก”

ซูต้าเฉียงโค้งคำนับให้ผู้คนในลานบ้านแล้วพูดว่า “ข้าขอขอบคุณ

ทุกคนที่ช่วยเหลือและห่วงใยลูกสาวของข้า วันนี้ข้าไม่สามารถต้อนรับ

พวกท่านได้ ดังนั้นข้าจะไปขอบคุณด้วยตนเองในวันอื่น เรื่องที่เหลือปล่อยให้เป็นหน้าที่ของบ้านเราเถอะ”

เมื่อคนในลานบ้านได้ยินเขาพูดเช่นนั้น พวกเขาก็แยกย้ายกันไป

ทำธุระของตัวเอง เหลือเพียงฮั่วเหลียนเฉิงอยู่ที่ลานบ้าน

ซูต้าเฉียงพูดกับเขาอย่างจริงจังว่า “วันนี้เจ้าอธิบายสิ่งที่เกิดขึ้น

ได้แล้ว”

ฮั่วเหลียนเฉิงเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น หลังจากฟังแล้ว ซูต้าเฉียงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ตามคำพูดของฮั่วเหลียนเฉิง เรื่องวันนี้ไม่ง่ายอย่างนั้น

ลูกสาวอีกสองคนของเขาจะต้องมีส่วนเกี่ยวข้องด้วย

เขาพูดกับฮั่วเหลียนเฉิงว่า “ขอบคุณที่ช่วยเสี่ยวอิงไว้ แต่ข้าจะถามเสี่ยวอี้กับเสี่ยวเถียนเกี่ยวกับสิ่งที่เจ้าพูดต่อไป ส่วนวิธีการเป่าลมเข้าปาก

ข้าจะหาวิธีตรวจสอบให้ วันนี้ข้ามีงานต้องทำมากมาย ข้าต้องขออภัยที่ไม่ได้ไปส่งเจ้า”

ฮั่วเหลียนเฉิงเดินออกจากตระกูลซูกลับบ้านในใจของเขารู้สึก

หนักอึ้ง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel