ตอนที่ 4 เสน่ห์อันตรายใต้แสงไฟ
ตอนที่ 4 เสน่ห์อันตรายใต้แสงไฟ
ท่ามกลางเสียงจ้อกแจ้กจอแจของตลาดนัดยามเช้าในเขตเซาลาซาโร หร่วนซิน เดินเลือกซื้อผ้าด้วยสายตาที่ละเอียดลออราวกับกำลังสแกนหาจุดตำหนิบนไพ่ เธอไม่ได้มองหาผ้าฝ้ายราคาถูกสำหรับตัดชุดสาวใช้ แต่สายตาของเธอไปหยุดอยู่ที่ผ้าไหมซาตินสีดำสนิทที่มีความเงาพรายราวกับผิวมุกใต้แสงจันทร์ มันหนาพอที่จะทิ้งตัวสวยแต่ก็ยืดหยุ่นพอที่จะซ่อนเข็มเล่มเล็กหรือไพ่ใบคมไว้ใต้แขนเสื้อ
"ผ้าพับนี้... ฉันเอาทั้งหมด"
เธอวางเงิน ปาตากา ลงบนแผงไม้ด้วยความเด็ดขาด
เมื่อกลับมาถึงห้องพักรูหนูที่บัดนี้ถูกทำความสะอาดจนเริ่มมีกลิ่นหอมจางๆ ของดอกไม้ที่เธอซื้อมาประดับ หร่วนซินเริ่มลงมือตัดเย็บชุดด้วยตัวเอง เธอไม่ได้เรียนดีไซน์ แต่ในโลกกาสิโนปี 2024 รูปลักษณ์คืออาวุธชนิดหนึ่ง เธอออกแบบ กี่เพ้าสีดำสนิท ที่ปิดคอสูงดูสง่างามแต่กลับผ่าข้างลึกขึ้นมาจนถึงต้นขา เพื่อให้ความสะดวกในการเคลื่อนไหวหากเกิดเหตุฉุกเฉิน และที่สำคัญที่สุด มันสร้าง แรงดึงดูด ที่ทำให้คู่ต่อสู้เสียสมาธิ
หร่วนซินมองกระจกเงาบานเก่าที่ร้าวตรงมุม เธอเห็นเด็กสาวที่ชื่อ อาซิน คนเดิม แต่แววตาข้างในนั้นคือราชินีผู้เหี้ยมเกริม เธอหยิบชาดสีแดงสดขึ้นมาทาริมฝีปาก ตัดกับผิวขาวซีดจากอาการขาดสารอาหารของร่างเดิม
"ความงามที่แฝงไปด้วยพิษ... นี่แหละคือเจ้ามือที่โลกจะจดจำ"
เธอพึมพำพลางขยับปกเสื้อให้เข้าที่
ค่ำคืนนั้น 'บ่อนดินแดง' พลิกโฉมไปจนจำไม่ได้ แสงไฟฟลูออเรสเซนต์สีนวลตาถูกติดตั้งใหม่แทนตะเกียงน้ำมันก๊าด กลิ่นอับหายไปแทนที่ด้วยกลิ่นไม้หอมอ่อนๆ หร่วนซินสั่งให้พนักงานจัดโต๊ะพนันใหม่หมด เธอเลือกทำเลกึ่งกลางร้านวางโต๊ะขนาดใหญ่ที่ปูด้วยผ้าสักหลาดสีเขียวมรกตที่เธอเพิ่งสั่งทำ
"วันนี้นายไม่ต้องขึ้นโต๊ะไฮโล"
หร่วนซินหันไปบอกพนักงานที่เหลืออยู่
"วันนี้เราจะเปิดตัว บาคาร่า"
ในมาเก๊ายุค 1980 บาคาร่ายังเป็นเกมของเศรษฐีในกาสิโนใหญ่ๆ อย่างลิสโบอา ชาวบ้านทั่วไปยังคุ้นเคยกับไฮโลหรือไพ่นกกระจอก แต่หร่วนซินรู้ดีว่าเสน่ห์ของบาคาร่าคือความไวและโอกาสชนะที่ดูเหมือน 'ห้าสิบ-ห้าสิบ' ซึ่งเย้ายวนใจนักพนันได้ดีที่สุด
เธอเปิดตัวเมนูเครื่องดื่มใหม่ 'น้ำชาผสมสมุนไพรเย็น' และ 'เหล้าเกลาเหลียงชั้นดี' ที่เสิร์ฟในแก้วใสสะอาดตา พนักงานที่ใส่เชิ้ตขาวสะอาดเริ่มเดินบริการด้วยความสุภาพตามที่เธอฝึกฝนมาอย่างหนักตลอดทั้งวัน
"เข้ามาเลยพี่ชาย... วันนี้อาซินโชว์เกมใหม่ ไม่เล่นไม่ว่า แต่น้ำชาฟรี!"
พนักงานตะโกนเรียกแขกตามสูตรจิตวิทยาที่หร่วนซินวางไว้ นั่นคือ 'การสร้างความคุ้นเคยก่อนการล่า'
เมื่อกลุ่มลูกค้าชุดแรกที่เป็นหัวหน้าคนงานและพ่อค้าตลาดมืดเดินเข้ามา พวกเขาถึงกับตกตะลึง ภาพที่เห็นไม่ใช่เด็กสาวกะโปโลในชุดเปื้อนฝุ่น แต่คือเลดี้กาสิโนผู้สูงศักดิ์ในชุดกี่เพ้าสีดำที่นั่งอยู่หลังโต๊ะบาคาร่า
"นี่อาซินจริงๆ เหรอน่ะ? หรือเป็นนางเซียนที่ไหนแปลงกายมา?"
ลูกค้ารายหนึ่งขยี้ตา
"เชิญนั่งค่ะ"
หร่วนซินยิ้มละมุนแต่ดวงตาไม่ยิ้มตาม
"วันนี้เราเล่นง่ายๆ... เลือกข้าง 'ผู้เล่น' หรือ 'เจ้ามือ' ใครใกล้ 9 แต้มมากกว่าคนนั้นชนะ กติกาสากล แต่เดิมพันแบบเป็นกันเอง"
เธอเริ่มทำการ สลับไพ่ ท่วงท่าของเธอเหมือนการร่ายรำ ไพ่พุ่งออกจากมือสลับไปมาด้วยเสียง
ฟึ่ด! ฟึ่ด! ฟึ่ด!
ที่ไพเราะราวกับจังหวะดนตรี เธอใช้เทคนิค ที่ทำให้ไพ่คละกันอย่างสมบูรณ์แบบที่สุดจนไม่มีใครสามารถหาช่องโหว่ได้
ตลอดทั้งคืน หร่วนซินคุมเกมได้อย่างเบ็ดเสร็จ เธอไม่ได้ใช้การโกงที่เป็นกลเม็ดต่ำๆ แต่เธอใช้ 'การนับไพ่' และ 'จิตวิทยาการบลัฟ' เธอรู้ว่าตอนไหนควรปล่อยให้ลูกค้าชนะเพื่อให้เกิดความย่ามใจ และตอนไหนควร 'กินรอบวง' เพื่อรักษาผลกำไร
"ตาหน้า... ฉันว่าเจ้ามือจะออกมังกร (ชนะติดกัน)"
หร่วนซินเอ่ยลอยๆ ด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
ลูกค้าคนหนึ่งทุ่มเงิน 500 ปาตากาลงข้างเจ้ามือตามคำแนะนำของเธอ และผลออกมาคือ 8 แต้ม กินเรียบทั้งโต๊ะ! ความแม่นยำและการอ่านเกมของเธอทำให้ลูกค้าเริ่มศรัทธา พวกเขาเริ่มเรียกเธอว่า 'เลดี้ซิน' แทนที่อาซินคนเดิม
ในขณะที่ภายในบ่อนกำลังครึกครื้นด้วยเสียงหัวเราะและเสียงไพ่กระทบโต๊ะ หร่วนซินที่สายตาไวปานสายฟ้ากลับชำเลืองไปเห็นความผิดปกติที่หน้าประตูผ่านกระจกเงาบานที่เธอใช้แต่งตัว
รถยนต์หรูสีดำขลับรุ่น Mercedes-Benz W123 ซึ่งหาดูได้ยากมากในย่านคนงาน จอดสงบนิ่งอยู่ฝั่งตรงข้ามบ่อน เครื่องยนต์ยังไม่ดับสนิท และควันจางๆ จากท่อไอเสียบอกให้รู้ว่ามันเพิ่งมาถึง
"มีแขกไม่ได้รับเชิญ..."
หร่วนซินคิดในใจ มือที่กำลังแจกไพ่ไม่มีอาการสั่นแม้แต่น้อย แต่สมองของเธอเริ่มทำแผนผังทางหนีทีไล่ทันที
รถยุโรป ฟิล์มมืด แสดงถึงอำนาจหรือเงินตราที่สูงกว่าระดับนักเลงทั่วไปอย่างเหล่านับ
มาในวันที่บ่อนเริ่มเปลี่ยนโฉมและมีชื่อเสียงในทางบวก แสดงว่ามีการ 'สอดแนม' มาก่อนหน้านี้
เธอขยับขาข้างที่ผ่าของชุดกี่เพ้าเพื่อให้หยิบมีดพกที่ซ่อนอยู่ที่ต้นขาได้ถนัดขึ้น
ผ่านไปครู่หนึ่ง ประตูรถเบนซ์ก็เปิดออก ชายคนหนึ่งในชุดสูทสีดำสนิทเดินลงมา เขาไม่ได้เดินเข้ามาในบ่อนทันที แต่กลับยืนสูบบุหรี่และมองดูป้ายชื่อบ่อนที่หร่วนซินเพิ่งเขียนใหม่ด้วยลายมือที่ทรงพลัง
"อาหง... พ่ออยู่ไหน?"
หร่วนซินเรียกพ่อของเธอที่กำลังเดินเก็บแก้วน้ำชา
"อยู่นี่จ้ะซิน... มีอะไรเหรอ?"
พ่อของเธอถามด้วยเสียงละล่ำละลัก
"ไปที่หลังร้าน... เตรียมถังทรายและกระสอบเปียกไว้ ถ้าฉันส่งสัญญาณ ให้ดับไฟทั้งหมดทันที"
เธอสั่งเสียงเย็น
หร่วนซินหันกลับมาแจกไพ่ใบสุดท้ายของรอบนั้น พร้อมกับที่เงาของชายชุดดำคนนั้นเริ่มทาบทับลงบนพื้นไม้ของบ่อน บรรยากาศรอบข้างพลันเย็นเยือกขึ้นมาทันที ลูกค้าบางคนที่รับรู้ถึง 'ออร่า' ของผู้มาใหม่เริ่มถอยห่างจากโต๊ะ
"ที่นี่แจกบาคาร่าด้วยเหรอ? นึกว่าจะมีแค่ไฮโลกระจอกๆ"
เสียงทุ้มต่ำและเปี่ยมไปด้วยอำนาจดังขึ้นจากทางประตู
หร่วนซินวางไพ่ลงอย่างนิ่มนวล เธอเงยหน้าขึ้นสบตากับชายแปลกหน้าคนนั้น แววตาของเธอไม่มีความขลาดกลัว มีเพียงความท้าทายที่ร้อนแรงไม่แพ้แสงไฟนีออน
"จะกระจอกหรือไม่... ขึ้นอยู่กับว่าคนเล่นมี 'คลาส' พอหรือเปล่าค่ะ"
ชายคนนั้นชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหัวเราะในลำคอ แววตาของเขาคมกริบราวกับมังกรที่เจอเหยื่อที่ถูกใจ... และนี่คือวินาทีที่หร่วนซินรู้ว่า เกมเดิมพันระดับเมืองมาเก๊ากำลังจะเริ่มต้นขึ้นจริงๆ แล้ว
[แผนการของหร่วนซิน]
การสร้างภาพลักษณ์: ชุดกี่เพ้าและการเปลี่ยนชื่อเป็น 'เลดี้ซิน' คือการยกระดับบ่อนจากบ่อนพนันเถื่อนเป็น 'Exclusive Club'
การปรับสมัย: การนำเกมบาคาร่าเข้ามาในยุคที่คนยังไม่แพร่หลาย คือการสร้าง ตลาดใหม่ที่ไร้คู่แข่ง ในย่านนั้น
การจัดการความเสี่ยง: การเตรียมแผนดับไฟและสั่งพ่อให้เตรียมพร้อม แสดงถึงสัญชาตญาณการเอาตัวรอดที่ไม่เคยประมาท
