ตอนที่ 3 บ่อนรูหนู
ตอนที่ 3 บ่อนรูหนู
แสงสว่างยามเช้าของมาเก๊าปี 1980 ไม่ได้สดใสอย่างที่คิด โดยเฉพาะในย่านพำนักคนงานที่หนาแน่นไปด้วยตึกแถวทรุดโทรม หร่วนซินในร่างของอาซินยืนอยู่หน้าอาคารชั้นเดียวที่มุงด้วยสังกะสีและอิฐบล็อกสีซีด ที่นี่คือ 'บ่อนดินแดง' สมบัติตกทอดชิ้นสุดท้ายของตระกูลที่พ่อของเธอเกือบจะสังเวยให้โต๊ะพนันไปเมื่อคืน
กลิ่นอายที่ปะทะจมูกทันทีที่เธอผลักบานประตูไม้หนักๆ เข้าไป คือความผสมปนเปของกลิ่นบุหรี่ไร้ก้นกรอง กลิ่นเหล้าขาวราคาถูก และกลิ่นเหงื่อไคลที่หมักหมมอยู่ในพรมเช็ดเท้าเน่าๆ พื้นบ่อนเต็มไปด้วยเศษก้นบุหรี่และคราบน้ำชากระจัดกระจาย โต๊ะพนันที่นี่ทำจากไม้เนื้อแข็งธรรมดาที่ผ้าสักหลาดสีเขียวเริ่มเปื่อยขาดจนเห็นเนื้อไม้
"โสโครก..."
หร่วนซินพึมพำกับตัวเอง สายตาคมปราบกวาดมองไปรอบๆ ด้วยความรู้สึกรังเกียจในฐานะที่เคยบริหารอาณาจักรคาสิโนมูลค่าหมื่นล้าน
หลังเคาน์เตอร์ไม้เก่าๆ เธอเห็นพนักงานชายคนหนึ่งกำลังสัปหงก ในขณะที่มืออีกข้างกำลังล้วงเข้าไปในลิ้นชักเก็บเงินอย่างคล่องแคล่ว เขาหยิบเหรียญปาตากาสองสามเหรียญขึ้นมาซ่อนไว้ในอุ้งมือ นี่คือมะเร็งร้ายที่หร่วนซินต้องจัดการเป็นอันดับแรก การยักยอกเงินในบ่อนเล็กๆ แบบนี้คือสาเหตุที่ทำให้มันไม่มีวันเจริญ
"ถ้าไม่อยากให้มือนั้นขาด ก็วางเงินนั่นลงซะ"
เสียงนิ่งเรียบแต่ทรงพลังของเธอทำให้พนักงานคนนั้นสะดุ้งสุดตัวจนตกเก้าอี้
สิบนาทีต่อมา พนักงานทั้งหมด 5 คนของบ่อนถูกเรียกมารวมตัวกันที่โต๊ะกลาง บรรยากาศเงียบกริบจนได้ยินเสียงนาฬิกาไขลานบนผนัง ทุกคนมองเด็กสาวที่ชื่อ 'อาซิน' ด้วยสายตาแปลกใจ ปกติพวกเขามองเธอเป็นเพียงลูกสาวเจ้าของบ่อนที่หัวอ่อนและไร้ปากเสียง แต่เช้านี้ รัศมีที่แผ่ออกมาจากตัวเธอกลับกดดันจนไม่มีใครกล้าสบตา
"ฉันชื่อ อาซิน และตั้งแต่วินาทีนี้ไป ฉันคือเจ้าของบ่อนนี้อย่างเต็มตัว"
เธอประกาศพลางวางไพ่ป๊อกชุดใหม่ลงบนโต๊ะ
"ฉันรู้ว่าพวกคุณบางคนทำอะไรไว้ตอนที่พ่อของฉันเมาหัวราน้ำ... ใครที่รู้ตัวว่าหยิบเงินจากลิ้นชักไปเกินค่าจ้าง ก้าวออกมาเดี๋ยวนี้"
ไม่มีใครขยับ ทุกคนทำเป็นไขสือ หร่วนซินแค่นยิ้มเยือกเย็น
"ในฐานะคนทำบ่อน ฉันให้โอกาสพวกคุณพิสูจน์ความสัตย์จริง..."
เธอเริ่มกรีดไพ่ด้วยความเร็วที่เหนือชั้น ไพ่ถูกสับเปลี่ยนสลับไปมาอย่างงดงามจนมองตามไม่ทัน
"เรามาเล่นเกมทายไพ่กัน ใครทายผิด ฉันจะถือว่าดวงของพวกคุณไม่สมพงษ์กับบ่อนนี้... และต้องไปซะ"
เธอเรียก 'อาโกว' พนักงานที่แอบยักยอกเงินเมื่อครู่มาเป็นคนแรก
"ทายมาว่าใบนี้คืออะไร"
อาโกวเหงื่อตก
"เอ่อ... 7 โพดำครับ"
หร่วนซินพลิกไพ่ขึ้นมา มันคือ 7 โพดำจริงๆ แต่อาโกวกลับไม่ได้ดีใจ เพราะในขณะที่เขากำลังจะเอื้อมมือไปจับไพ่ หร่วนซินกลับคว้าข้อมือเขาไว้แล้วกระชากแขนเสื้อขึ้น ไพ่ 7 โพดำอีกใบที่เขาแอบซ่อนไว้ในแขนเสื้อร่วงลงมาบนโต๊ะ!
"ใช้กลหลอกเด็กมาใช้กับฉันงั้นเหรอ?"
หร่วนซินสะบัดมือเขาออก
"ไพ่ในมือฉันคือของจริง ส่วนในแขนเสื้อแกคือความโลภ... ออกไป! และอย่าให้ฉันเห็นหน้าแกในย่านนี้อีก ไม่อย่างนั้นหนี้ที่แกแอบยักยอกไป ฉันจะตามไปทวงด้วยชีวิต"
อาโกวและพนักงานอีกสองคนที่ร่วมขบวนการหน้าซีดเผือด รีบวิ่งออกจากบ่อนไปโดยไม่คิดจะเอาของใช้ส่วนตัว ความเด็ดขาดนั้นทำให้พนักงานที่เหลืออีกสองคนสั่นเป็นเจ้าเข้า
"ส่วนพวกคุณที่เหลือ... ถ้าอยากรวย ก็ตามฉันมา อยู่ฟังแผนการ"
หร่วนซินเปลี่ยนท่าทีทันที เธอหยิบกระดาษแผ่นหนึ่งขึ้นมาเขียนแผนภูมิการจัดการที่ล้ำหน้ายุค 80 ไปไกล
เธอสั่งให้เปิดหน้าต่างไม้ด้านบนเพื่อระบายควันบุหรี่ เปลี่ยนตะเกียงน้ำมันก๊าดเป็นหลอดไฟฟลูออเรสเซนต์เพื่อให้บ่อนดูสว่างและปลอดภัย
เธอเลิกใช้ชิปดินเผาที่แตกหักง่ายและปลอมแปลงง่าย เธอสั่งทำตรายางพิเศษปั๊มลงบนเหรียญพลาสติกราคาถูกแต่มีรหัสเฉพาะ
พนักงานที่เหลือต้องสวมเชิ้ตสีขาวสะอาดตา ไม่ใช่เสื้อกล้ามขาดๆ และต้องมีน้ำชาบริการฟรีสำหรับลูกค้าทุกคน
"บ่อนพนันไม่ใช่แค่ที่เสียเงิน แต่มันคือที่ผ่อนคลาย"
หร่วนซินอธิบายขณะที่เธอกำลังเช็ดโต๊ะไม้ด้วยตัวเอง
"ถ้าลูกค้าสบายใจ เขาจะอยู่นานขึ้น และถ้าเขาอยู่นานขึ้น เงินในกระเป๋าเขาก็จะตกเป็นของเรามากขึ้นตามธรรมชาติ"
เธอใช้เงินเก็บที่เหลือเพียงน้อยนิดของพ่อไปซื้อผ้าคลุมโต๊ะสีแดงสดเพื่อสร้างความรู้สึกกระตือรือร้น บรรยากาศของบ่อนที่เคยดูเหมือนรูหนู เริ่มมีเค้าลางของ 'คาสิโนสากล' อย่างที่เธอเคยสร้างมาในอนาคต
คืนนั้น บ่อนโฉมใหม่เปิดบริการท่ามกลางความสงสัยของชาวบ้าน แสงไฟที่สว่างไสวผิดปกติเรียกลูกค้าหน้าใหม่ให้เข้ามาดู หนึ่งในนั้นคือบุรุษท่าทางภูมิฐานในชุดสูทสากลสีเทา ตัดกับสภาพแวดล้อมรอบข้างอย่างสิ้นเชิง เขาเดินเข้ามาพร้อมกับบอดีการ์ดร่างกำยำสองคน
หร่วนซินที่กำลังคุมโต๊ะบาคาร่า (ที่เธอเพิ่งนำมาประยุกต์ใช้) ชำเลืองมองด้วยสายตาคมประดุจเหยี่ยว เธอรู้ทันทีว่านี่ไม่ใช่ลูกค้าธรรมดา แต่คือ 'ปลา ระดับวาฬ' ที่หลงเข้ามาในบ่อนนาก
"ที่นี่เปลี่ยนไปเยอะนะ... ผมเคยมาตอนที่พ่อคุณยังคุมอยู่ ตอนนั้นมันแย่กว่าคอกหมูซะอีก"
ชายผู้นั้นกล่าวพลางวางเงินปาตากาปึกใหญ่ลงบนโต๊ะ
"ผมยินดีที่ได้ยินว่าเจ้าของคนใหม่คือผู้หญิงที่ไล่พวกขยะออกไปในวันเดียว"
เขาท้าเล่นเกมกับเธอโดยตรง หร่วนซินทำหน้าที่เจ้ามือด้วยท่วงท่าที่สง่างามและรวดเร็ว การแจกไพ่ของเธอพริ้วไหวดุจสายน้ำ ไม่มีการสะดุด ไม่มีการโกง แต่เป็นการใช้จิตวิทยาล้วนๆ
"คุณชนะตาที่สามแล้วนะคะ... สนใจจะไปต่อหรือจะพอแค่นี้ดีคะท่านประธาน?"
หร่วนซินยิ้มบางๆ ซึ่งเป็นยิ้มที่ทำให้ชายผู้นั้นถึงกับชะงัก
เขามองดูไพ่ในมือแล้วมองหน้าเด็กสาวตรงหน้า
"คุณรู้ได้ยังไงว่าผมเป็นประธานบริษัท?"
"รองเท้าของคุณเป็นแบรนด์สั่งตัดจากยุโรป และนาฬิกาเรือนนั้นมีมูลค่ามากกว่าบ่อนนี้ทั้งบ่อน... คนระดับคุณไม่มาที่นี่เพื่อเงินหรอกค่ะ แต่คุณมาเพื่อ 'หาใครบางคน' ใช่ไหมคะ?"
ชายผู้นั้นหัวเราะเสียงดังลั่น
"ฉลาดสมคำล่ำลือจริงๆ อาซิน... ไม่สิ ผมควรเรียกคุณว่า 'นายหญิงซิน' มากกว่า"
เขาทิ้งนามบัตรไว้ก่อนจะเดินจากไป ทิ้งให้หร่วนซินยืนมองชื่อบนนามบัตรนั้นด้วยหัวใจที่เต้นรัว... ชื่อนั้นคือหนึ่งในผู้ถือสัมปทานกาสิโนรายใหญ่ของมาเก๊าในอนาคต! นี่คือหมากตัวแรกที่เธอวางไว้ และมันกำลังเดินตามแผนอย่างสมบูรณ์แบบ
การกำจัดจุดอ่อน : การไล่พนักงานที่ทุจริตออกทันทีเป็นการลดความสูญเสียและสร้างระเบียบวินัยใหม่
การสร้างมูลค่าเพิ่ม : การเปลี่ยนภาพลักษณ์บ่อนจาก 'รูหนู' เป็น 'คลับหรู' ดึงดูดลูกค้าระดับบนที่มีกำลังจ่ายสูงกว่า
การสร้างเครือข่าย : เธอจงใจโชว์ทักษะเพื่อ 'ตก' ลูกค้าระดับวีไอพีมาเป็นสะพานเชื่อมสู่มาเก๊าชั้นใน
