ทะลุมิติไปเป็น เจ้าแม่กาสิโน 1980

43.0K · จบแล้ว
ระฆังพฤษภา/จงร่ายรำบทกวี
26
บท
220
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

"ในโลกที่ความโชคดีไม่มีจริง... ไพ่ทุกใบที่หงายคือแผนการที่ฉันวางไว้แล้ว" เมื่อเซียนพนันระดับตำนานจากปี 2024 ถูกหักหลังจนตัวตาย ทว่าโชคชะตากลับทิ้งไพ่ใบสุดท้ายให้เธอ 'All-In' อีกครั้งในปี 1980! ในร่างของบุตรสาวเจ้าของบ่อนใกล้เจ๊งกลางมาเก๊า ท่ามกลางดงมาเฟียและเจ้าพ่อผู้ทรงอิทธิพล เธอจะใช้ไหวพริบและเทคโนโลยีการอ่านใจจากอนาคต เปลี่ยนบ่อนรูหนูให้กลายเป็นอาณาจักรกาสิโนระดับโลกที่ใครก็มิอาจเอื้อม! หร่วนซิน คือชื่อที่คนในวงการพนันโลกต่างขยาด เธอคือ 'สมองกล' ผู้ไม่เคยแพ้ แต่ความตายกลับมาเยือนในรูปแบบของการทรยศ เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งในยุคที่มาเก๊ายังคละคลุ้งไปด้วยควันบุหรี่และแสงสีเสียงกึ่งอนาล็อก ในร่างของเด็กสาวผู้อ่อนแอที่กำลังจะถูกพ่อแท้ๆ ขายเพื่อใช้หนี้พนัน แต่พวกเขาคิดผิด... เพราะหร่วนซินคนใหม่ไม่ได้มาเพื่อวิงวอนขอชีวิต แต่เธอมาเพื่อยึดอำนาจ! จากโต๊ะไฮโลข้างถนน สู่กาสิโนหรูบนเรือสำราญ เธอจะสอนให้โลกได้รู้ว่า 'เจ้ามือที่แท้จริง' เขาเล่นกันอย่างไร!

นิยายรักโรแมนติกนิยายจีนโบราณนางเอกเก่งนิยายย้อนยุคนิยายประวัติศาสตร์ยุค80เจ้าเล่ห์หลอกลวง

ตอนที่ 1 ไพ่ใบสุดท้ายในโลกวิญญาณ

ตอนที่ 1 ไพ่ใบสุดท้ายในโลกวิญญาณ

ความเจ็บปวดที่รุนแรงที่สุดไม่ใช่แรงกระแทกจากกระสุนตะกั่วที่เจาะทะลุแผ่นหลัง แต่มันคือภาพของ 'มือขวา' ที่เธอไว้ใจที่สุดเป็นคนเหนี่ยวไก หร่วนซิน เซียนพนันระดับโลกเจ้าของฉายา สมองกลแห่งมาเก๊า ล้มลงบนพรมกำมะหยี่สีแดงสด เลือดของเธอค่อยๆ ซึมลงไปจนกลายเป็นสีเดียวกับพื้นพรม เสียงชิปคาสิโนที่ร่วงกระจายและเสียงกรีดร้องรอบตัวค่อยๆ ดับวูบลงแทนที่ด้วยความเย็นยะเยือกที่กัดกินปลายนิ้ว

เธอกำลังจะตาย... ในวัย 35 ปี ยุค 2024 ยุคที่เธอครองอำนาจเหนือโต๊ะพนันทุกแห่ง

แต่แล้ว ความมืดมิดนั้นกลับถูกกระชากออกด้วยกลิ่นที่เธอแสนเกลียด กลิ่นอับชื้นของกระดาษเก่า คละคลุ้งไปด้วยกลิ่นน้ำมันก๊าดและควันบุหรี่ยี่ห้อถูกๆ ที่บาดลำคอ หร่วนซินพยายามลืมตาขึ้น แต่เปลือกตามันหนักอึ้งราวกับถูกทับด้วยหิน สิ่งแรกที่เธอสัมผัสได้คือความเจ็บแปลบบริเวณขมับ และเสียง

แต็ก! แต็ก!

ของพัดลมเพดานเหล็กเก่าๆ ที่หมุนส่ายไปมาอย่างฝืดเคือง

เธอยกมือขึ้นแตะหน้าผาก... แต่มันไม่ใช่ฝ่ามือที่เรียบเนียนจากการบำรุงด้วยครีมราคาแพง แต่มันคือมือของเด็กสาวที่ผอมแห้งและหยาบกร้าน

"นี่มัน... ที่ไหนกัน?"

เสียงที่เปล่งออกมานั้นแหบพร่าและเล็กแหลมผิดจากน้ำเสียงเยือกเย็นที่เธอเคยมี หร่วนซินยันตัวขึ้นมองสำรวจรอบกาย เธอไม่ได้อยู่ในห้องวีไอพีสุดหรู แต่นอนอยู่บนเตียงไม้กระดานที่มีเสื่อกกปูทับ ในห้องแคบๆ ที่ผนังเต็มไปด้วยคราบเขม่าสีดำ ปฏิทินกระดาษที่แขวนอยู่ข้างฝาเด่นหราด้วยตัวเลขสีแดงขนาดใหญ่ '1980'

ปัง!

เสียงถีบประตูไม้ผุๆ ดังสนั่นจนฝุ่นผงร่วงกราว หร่วนซินสะดุ้งสุดตัว สัญชาตญาณนักฆ่าและนักพนันทำให้เธอคว้าเศษกระจกแตกข้างเตียงไว้ในมือก่อนจะหันไปมองแขกไม่ได้รับเชิญ

ชายวัยกลางคนรูปร่างผอมโกรกในชุดเสื้อกล้ามสีซีดกะเผลกเข้ามาในห้อง เขาคือ 'อาหง' พ่อแท้ๆ ของร่างนี้ที่เธอกำลังอาศัยอยู่ เขากำลังถูกชายฉกรรจ์สามคนในชุดเสื้อเชิ้ตลายดอกปลดกระดุมโชว์รอยสักน่าเกลียดลากคอเข้ามา หนึ่งในนั้นคือ 'เหล่านับ' นักเลงเจ้าของบ่อนดินแดงผู้โด่งดังในย่านนี้จากความโหดเหี้ยม

"อาหง! แกบอกว่าถ้าวันนี้ไม่มีเงิน 20,000 ปาตากา แกจะเอาลูกสาวแกขัดดอกไม่ใช่หรือไง!"

เหล่านับตะคอกพลางถ่มน้ำลายลงบนพื้นไม้

"ลูกพี่ครับ... ขอเวลาผมอีกนิด อาซินเพิ่งฟื้น ผม... ผมยังไม่ได้บอกนังเด็กนี่เลย"

อาหงกราบกรานแทบเท้า ตัวสั่นงันงกเหมือนลูกหมาที่ใกล้ตาย

หร่วนซินที่นั่งอยู่บนเตียงประมวลผลอย่างรวดเร็ว ความทรงจำของร่างเดิมที่ชื่อ 'อาซิน' ไหลบ่าเข้ามาเหมือนกระแสน้ำวน เด็กสาวกำพร้าแม่ที่มีพ่อติดการพนันงอมแงมจนแทบจะขายวิญญาณได้ทุกอย่าง วันนี้พ่อของเธอเสียพนันจนหมดตัว และเดิมพันสุดท้ายที่เขาวางลงบนโต๊ะคือ 'ร่างกายของเธอ'

เธอมองชายสามคนที่จ้องมองเธอด้วยสายตาหื่นกระหายและดูถูก หร่วนซินในร่างอาซินค่อยๆ ลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ แม้ร่างกายจะอ่อนแรง แต่สายตาของเธอนั้นเปลี่ยนไป มันคมปราบและเย็นเยียบราวกับน้ำแข็งขั้วโลก

"20,000 ปาตากา... นั่นคือหนี้ทั้งหมดใช่ไหม?"

เธอถามเสียงเรียบ

เหล่านับชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นสายตาของเด็กสาวตรงหน้า ปกติอาซินจะร้องไห้ฟูมฟายและหลบหลังพ่อเสมอ แต่วันนี้เธอกลับจ้องหน้าเขาตรงๆ โดยไม่กะพริบตา

"ใช่! และถ้าไม่มีเงิน แกต้องไปอยู่กับฉันที่ซ่องหลังตลาด!"

เหล่านับหัวเราะร่า พลางเดินเข้ามาจะคว้าข้อมือเธอ

หร่วนซินเบี่ยงตัวหลบอย่างแนบเนียนเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะคว้าไพ่ป๊อกเก่ายับยี่ชุดหนึ่งที่ตกอยู่บนพื้นห้องขึ้นมา เธอสะบัดข้อมือเพียงครั้งเดียว ไพ่ทั้งกองก็เรียงตัวกันเป็นวงกลมบนฝ่ามือเล็กๆ ของเธอราวกับมีชีวิต

"ลูกพี่เหล่านับ... ในเมื่อพ่อของฉันเสียเพราะการพนัน ก็ให้เรื่องนี้จบลงด้วยการพนัน"

เธอเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาแฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยม

"เดิมพันตาเดียว... ถ้าฉันชนะ หนี้ 20,000 ปาตากาถือเป็นโมฆะ และพวกคุณต้องไสหัวไปจากบ้านหลังนี้"

"ฮ่าๆๆ! แล้วถ้าแกแพ้ล่ะ?"

"ถ้าฉันแพ้... ฉันจะเดินไปที่ซ่องนั่นเองโดยไม่ต้องให้พวกคุณฉุดกระชาก และฉันจะแถม 'หู' ของฉันให้คุณอีกหนึ่งข้างเป็นดอกเบี้ย"

คำพูดนั้นทำให้ทุกคนในห้องเงียบกริบ แม้แต่พ่อของเธอยังอ้าปากค้าง หร่วนซินรู้ดีว่านักเลงพวกนี้บ้าอำนาจและชอบการเอาชนะ ยิ่งเธอวางเดิมพันด้วยอวัยวะ พวกมันยิ่งยากจะปฏิเสธ

เหล่านับยิ้มกว้างอย่างย่ามใจ

"ได้! งั้นเรามาเล่นง่ายๆ... 'ไพ่ใบเดียว ใครใหญ่กว่าชนะ' แกแจกไพ่เองเลยแม่หนู จะได้ไม่ต้องหาว่าฉันรังแก"

หร่วนซินเดินไปที่โต๊ะไม้ตัวกลางห้องที่มีคราบสกปรกเกาะแน่น เธอวางไพ่กองนั้นลง บรรยากาศรอบตัวพลันเปลี่ยนไป กลิ่นอายของ 'เซียนพนันระดับโลก' เริ่มแผ่ออกมาจนนักเลงทั้งสามเริ่มรู้สึกอึดอัดอย่างประหลาด

เธอกรีดไพ่ลงบนโต๊ะ

เสียง พรึ่บ!

ของไพ่ที่สลับกันอย่างรวดเร็วจนมองตามไม่ทันทำให้เหล่านับเริ่มขมวดคิ้ว เธอใช้เทคนิค การสับไพ่แบบดีด ผสมกับ การซ่อนไพ่ไว้ในฝ่ามือ ที่ล้ำสมัยจากอนาคต ความทรงจำกล้ามเนื้อของหร่วนซินยังอยู่ครบ แม้ร่างกายจะยังไม่คุ้นชิน แต่หัวใจของเธอคือสมองกลที่คำนวณตำแหน่งไพ่ทุกใบไว้เรียบร้อยแล้ว

"เชิญคุณเลือก..."

เธอยื่นไพ่ที่คว่ำอยู่ออกไป

เหล่านับเอื้อมมือที่สั่นเทาเล็กน้อยไปหยิบไพ่ใบหนึ่งขึ้นมาหงาย

"10 โพแดง!"

เขาร้องออกมาด้วยความมั่นใจ

"แต้มสูงขนาดนี้ แกไม่มีทางรอดแน่อาซิน!"

หร่วนซินไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่นยิ้มที่มุมปาก แววตาของเธอในขณะนั้นดูน่าเกรงขามจนเหล่านับต้องถอยหลังไปก้าวหนึ่ง เธอค่อยๆ พลิกไพ่ของตัวเองขึ้นมาอย่างช้าๆ ท่ามกลางแสงตะเกียงน้ำมันก๊าดที่วูบไหว

"K โพดำ"

ความเงียบเข้าปกคลุมห้องแคบๆ ทันที เหล่านับหน้าถอดสี มือที่ถือไพ่สั่นรัว เขาแพ้อย่างหมดรูปให้แก่เด็กสาวที่เขาเคยคิดว่าจะจูงคอไปทำอะไรก็ได้

"หนี้จบลงแล้ว... เชิญ"

หร่วนซินลุกขึ้น แววตาของเธอเปลี่ยนจากเย็นชาเป็นดุดันราวกับราชินีที่กำลังขับไล่ไพร่พล

"และจำไว้... อย่ากลับมาเหยียบที่นี่อีก ถ้าคุณยังไม่อยากเสียอะไรที่มากกว่าแค่เงิน"

เหล่านับและพวกพ้องรู้สึกเสียหน้าและโกรธาเป็นอย่างยิ่ง และอาหงที่นั่งงงงวยอยู่บนพื้น

หร่วนซินที่ยืนอยู่กลางห้อง... เธอไม่ได้มองพ่อของเธอเลยแม้แต่น้อย แต่กลับมองดูไพ่ในมือด้วยสายตาที่เปี่ยมไปด้วยปณิธาน

[จากนี้ไป... ชื่อของ 'อาซิน' จะกลายเป็นตำนานที่มาเก๊าต้องสยบ]

[บทวิเคราะห์ทางจิตวิทยาของหร่วนซิน]

เธอไม่ได้เสียเวลาคร่ำครวญ แต่ใช้ 'เครื่องมือ' ที่ถนัดที่สุด (ไพ่) ในการแก้ปัญหาทันที

การวางเดิมพันด้วย 'หู' เป็นการสร้างแรงกดดันมหาศาลให้ศัตรู ทำให้ศัตรูสูญเสียสมาธิในการสังเกตกลโกง

การใช้สายตาสยบศัตรูและแสดงฝีมือที่เหนือชั้นกว่า เป็นการประกาศว่า 'หร่วนซิน' ได้ยึดร่างนี้โดยสมบูรณ์แล้ว