บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 หัวไชเท้าป่า

ตอนที่ 3 หัวไชเท้าป่า

แสงแดดยามเช้าที่สาดส่องลงมาทำให้เซี่ยจื่อรุ่ยต้องหรี่ตาลงด้วยความไม่คุ้นชิน ลมเย็นๆ พัดผ่านใบหน้าของเขา ความรู้สึกถึงพื้นที่โล่งกว้างทำให้เขารู้สึกแปลกประหลาดอย่างบอกไม่ถูก

นางพาเขามาหยุดอยู่ที่ข้างบ่อน้ำเก่าหลังเรือน ที่นี่มีต้นทับทิมที่แห้งเหี่ยวต้นหนึ่งและลานหินที่พอจะใช้ทำความสะอาดได้

“ท่านนั่งรอตรงนี้ก่อนนะเจ้าคะ” หว่านหนิงเอ่ยก่อนจะเดินไปสำรวจที่บ่อน้ำ นางเรียกน้ำวิเศษออกมาจากมิติฟาร์มผสมกับน้ำในบ่อเพื่อให้มีปริมาณเพียงพอต่อการชำระล้างร่างกายของเขา

นางเดินกลับมาเข็นรถของเขาเข้าไปใกล้บ่อมากขึ้น ก่อนจะดึงลอกถึงน้ำขึ้นมา แล้วหยิบกระบวยตักน้ำขึ้นมาแล้วค่อยๆ ราดลงบนศีรษะของเขา เซี่ยจื่อรุ่ยสะดุ้งตัวโยนเมื่อสัมผัสกับความเย็นจัด แต่เพียงพริบตา ความเย็นนั้นกลับทำให้ร่างกายของเขารู้สึกสบายอย่างประหลาด

“หลับตาลงนะเจ้าคะ น้ำจะเข้าตา”

มือเรียวบางเริ่มสางเส้นผมที่พันกันยุ่งเหยิง ที่นี่ไม่มีแชมพู แต่มีผลมะคำดีควายที่นางเห็นหล่นอยู่ใต้ต้นไม้ใกล้ๆ นางรีบไปเก็บมาทุบและขยี้กับน้ำจนเกิดฟองอ่อนๆ แล้วนำมาสระผมให้เขา

นิ้วมือนุ่มของหว่านหนิงนวดคลึงไปตามหนังศีรษะชำนาญ แรงกดที่พอเหมาะทำให้เส้นประสาทที่เคร่งเครียดของเซี่ยจื่อรุ่ยเริ่มคลายตัว ความโกรธขึ้งและกำแพงในใจที่เขาสร้างขึ้นเริ่มพังทลายลงทีละน้อย กลิ่นหอมสะอาดของน้ำทิพย์เริ่มขับไล่กลิ่นเน่าเหม็นที่เกาะกินตัวเขาออกไป

“อึก...” เขาหลุดเสียงครางในลำคอเบาๆ

“เจ็บหรือเจ้าคะ?” นางชะงักมือ

“เปล่า... แค่...” เขาพูดต่อไม่ได้ จะให้บอกได้อย่างไรว่ามันสบายจนเขาอยากจะหลับลงตรงนี้

หว่านหนิงสระผมให้เขาถึงห้ารอบ นางราดน้ำล้างฟองสุดท้ายออก จนเส้นผมของเขากลับมาดำขลับและนุ่มลื่นดั่งเส้นไหมอีกครั้ง หว่านหนิงใช้ผ้าสะอาดซับผมให้เขาจนหมาด ก่อนจะจัดการห่อตัวเขาด้วยผ้าห่มผืนเดิม

เมื่อใบหน้าที่เคยปกคลุมด้วยคราบสกปรกถูกล้างจนสะอาดสะอ้าน หว่านหนิงถึงกับนิ่งไปครู่หนึ่ง

‘ว้าว...ก็หล่อไม่เบานี้!’ นางคิดในใจ

แม้เขาจะซูบผอมมากไปหน่อย แต่โครงหน้าของเซี่ยจื่อรุ่ยนั้นชัดเจนปานรูปสลัก สันจมูกโด่งคมรับกับริมฝีปากหยักได้รูปที่เริ่มมีสีเลือดฝาดขึ้นมาบ้างเพราะผลของน้ำวิเศษ ดวงตาที่เคยมืดมนไร้แวว บัดนี้สะท้อนเงาแดดจนเป็นประกายสีน้ำตาลเข้มหม่นๆ ดูลึกลับและน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน

ในขณะที่นางกำลังจะเข็นรถพาเขากลับเข้าเรือน เสียงระบบในหัวก็ดังขึ้น

[ติ๊ง! หัวไชเท้าในฟาร์มมิติลี้ลับเติบโตเต็มที่แล้ว โปรดเก็บเกี่ยว!]

หว่านหนิงตาโต “อา... ท่านอ๋อง ท่านนั่งรับลมตรงนี้สักครู่นะเจ้าคะ ข้าขอไปชิ้งฉ่องแป็บเดียว”

เขาขมวดคิ้วด้วยความมึนงงกับภาษาแปลกๆ ของนาง “ชิ่งฉ่องคืออะไร?”

“เอ่อ... ข้าหมายถึงไปทำธุระส่วนตัวน่ะเจ้าค่ะ!”

ซ่งหว่านหนิงไม่ได้อยู่รอให้เขาตั้งคำถามต่อ นางวิ่งหน้าตั้งหายไปหลังพุ่มไม้ข้างกำแพงทันที

เมื่อลับสายตาจากเซี่ยจื่อรุ่ย นางไม่รอช้า รีบตั้งจิตเข้าสู่มิติฟาร์มทันที

ภาพเบื้องหน้าทำให้นางต้องร้องว้าว แปลงผักสองแปลงที่เคยเป็นเพียงดินเปล่าๆ บัดนี้มีใบสีเขียวชอุ่มของหัวไชเท้าชูช่อสล้าง หัวของมันโผล่พ้นดินออกมาดูขาวอวบและใหญ่กว่าหัวไชเท้าทั่วไปถึงสองเท่า

นางรีบถอนหัวไชเท้าขึ้นมาทั้งหมด 4 หัวใหญ่ๆ

[ยินดีด้วย! โฮสต์เก็บเกี่ยวผลผลิตครั้งแรกสำเร็จ!]

[ได้รับแต้มประสบการณ์: 20 แต้ม]

[ได้รับเหรียญฟาร์ม: 10 เหรียญ]

[ปลดล็อกร้านค้าพื้นฐาน: ขณะนี้โฮสต์สามารถใช้เหรียญฟาร์มแลกซื้อเครื่องปรุงรสและอุปกรณ์ทำครัวเบื้องต้นได้]

หว่านหนิงรีบกดเข้าไปที่หน้าจอร้านค้าทันที นางเห็นเกลือ ซีอิ๊วขาว และถุงข้าวสารวางขายอยู่ราคาไม่กี่เหรียญ

นางใช้ 5 เหรียญซื้อข้าวสารคุณภาพดีมา 1 ถุงเล็ก และเกลืออีก 1 กระปุก

หว่านหนิงเดินกลับมาหาเซี่ยจื่อรุ่ยพร้อมกับหัวไชเท้าขาวอวบในมือ

“ท่านอ๋อง ดูสิ! ข้าเจอหัวไชเท้าป่าโตอยู่ข้างกำแพงจวน หัวใหญ่น่ากินมากเลย!” นางโกหกหน้าตาย

เซี่ยจื่อรุ่ยมองหัวไชเท้าที่ดูสมบูรณ์เกินกว่าจะขึ้นเองตามธรรมชาติด้วยสายตาเคลือบแคลง “ไชเท้าป่าบ้านเจ้าสิหัวใหญ่ขนาดนี้?”

“โธ่... ท่านก็อย่าประชดประชันข้านักเลยน่า ตอนนี้เรามีของกินก็ดีแล้วนะ!”

นางพาเขากลับเข้ามาที่ห้องนอน ที่ตอนนี้กลิ่นไม่พึงประสงค์เริ่มจางลงมากแล้ว หว่านหนิงทิ้งให้เขาอยู่เพียงลำพัง ก่อนจะเดินไปที่ห้องครัวเก่าหลังเรือนที่แทบไม่มีอะไร โชคดีที่ยังเจอหม้อดินเผาใบหนึ่งที่ยังไม่แตก

นางจุดไฟใส่เตาฟืนอย่างคล่องแคล่ว เพราะทักษะจากการเคยไปแคมป์ปิ้งในป่าทำให้นางสามารถปรับตัวกับชีวิตแบบนี้ได้ น้ำวิเศษถูกเทลงในหม้อ ตามด้วยข้าวสารและหัวไชเท้าที่หั่นเป็นชิ้นพอดีคำ

ไม่นานนัก กลิ่นหอมกรุ่นของข้าวต้มหัวไชเท้าก็อบอวลไปทั่วจวนที่เงียบเหงา นางปรุงรสด้วยเกลือนิดหน่อย ก่อนจะตักขึ้นมาชิม

"ว้าว...อร่อยเฉยทั้งที่มีแค่ข้าวกับเกลือและหัวไชเท้าแค่เนี่ย"

เมื่อโจ๊กได้ที่แล้ว นางก็ตักใส่ชามดินเผาที่มีอยู่แค่ไม่กี่ใบแล้วยกเข้าไปที่เรือนหลัก

“ข้าทำโจ๊กหัวไชเท้ามาให้ทานเสียหน่อยนะเจ้าคะ”

เซี่ยจื่อรุ่ยที่กำลังหลับตาพักผ่อนลืมตาขึ้น กลิ่นหอมของอาหารทำให้กระเพาะที่แห้งเหี่ยวของเขาบีบตัวอย่างรุนแรง

“ข้า... ไม่มีแรง” เขาเอ่ยเสียงแผ่ว ความหยิ่งในศักดิ์ศรีของเขาถูกความหิวโหยเข้าครอบงำ

“ข้าจะป้อนท่านเอง” หว่านหนิงนั่งลงข้างเตียง ตักโจ๊กขึ้นมาเป่าเบา ๆ ก่อนจะส่งถึงริมฝีปากของเขา

เพียงคำแรกที่สัมผัสลิ้น เซี่ยจื่อรุ่ยถึงกับเบิกตากว้าง รสชาติหวานนุ่มของหัวไชเท้าและความหอมของข้าวชั้นดีทำให้เขานิ่งอึ้งไป แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือน้ำซุปที่ไหลลงคอไปนั้นให้ความรู้สึกสดชื่นราวกับได้กินโอสถทิพย์

เขาอ้าปากรับคำต่อไปโดยไม่ต้องให้นางบอก จนกระทั่งหมดชาม

“รสชาติ... แปลกประหลาดนัก แต่กลับอร่อยกว่าอาหารในวังหลวงเสียอีก” เขาพึมพำขณะที่สีหน้าเริ่มมีเลือดฝาดขึ้นมาบ้าง

หว่านหนิงเช็ดมุมปากให้เขาอย่างเบามือ “ถ้าท่านชอบ วันหลังข้าจะทำอย่างอื่นให้ทานอีก ในสวน... เอ่อ ในป่าแถวนี้ยังมีของดีอีกเยอะเลย” นางเกือบหลุดปากเรื่องระบบมิติฟาร์มออกไป

น้ำตาเม็ดเล็กๆ คลออยู่ที่เบ้าตาของชายหนุ่มผู้ที่เคยเข้มแข็งมาตลอด แม้เขาจะยังไม่ไว้ใจนางทั้งหมด แต่ความเมตตาที่นางมอบให้ทำให้เขารู้สึกว่าตนเองยังเป็นมนุษย์อยู่ ไม่ใช่เพียงสุนัขจนตรอกที่นอนรอความตาย

หว่านหนิงมองดูร่างสูงที่ถูกห่อด้วยผ้าห่มจนดูเหมือนดักแด้ยักษ์ แม้เขาจะดูสะอาดสะอ้านขึ้นมากแล้ว แต่นางรู้ดีว่าการปล่อยให้เขานอนอยู่ในสภาพกึ่งเปลือยโดยมีเพียงผ้าห่มเก่าๆ ห่อตัวเช่นนี้คงไม่สบายตัวนัก

“ท่านอ๋องเสื้อผ้าของท่านหายไปไหนหมด? ในหีบผ้าใบใหญ่ที่มุมห้องนั่นก็ว่างเปล่า ข้าหาดูจนทั่วห้องแล้วไม่เจออาภรณ์ของท่านเลยสักชุด”

ดวงตาของเซี่ยจื่อรุ่ยที่เริ่มมีประกายชีวิตชีวาขึ้นมาบ้างพลันหม่นแสงลง เขาขบกรามแน่นจนเป็นสันนูนก่อนจะเอ่ยเสียงลอดไรฟัน

“พวกทหารสารเลวข้างนอกนั่น...เอาไป” เขาสูดลมหายใจลึกราวกับพยายามระงับอารมณ์โกรธ

หว่านหนิงได้ยินดังนั้นก็นิ่งอึ้งไป มือบางกำแน่นด้วยความโกรธแทน มนุษย์เราหนอมนุษย์ ยามมั่งมีเกรงอกเกรงใจ ยามตกต่ำกลับเหยียบย่ำกันถึงเพียงนี้

“พวกสารเลวกล้าปล้นแม้กระทั่งคนป่วย คนพวกนี้ต้องได้รับบทเรียนในสักวัน!” นางพึมพำก่อนจะมองไปที่ร่างผอมบางของเขาอย่างใช้ความคิด “แต่เอาเถอะ ในเมื่อไม่มีของท่าน... ท่านก็ใส่ชุดของข้าไปก่อนแล้วกัน”

“เจ้าว่าอย่างไรนะ!” เซี่ยจื่อรุ่ยเบิกตากว้าง “ข้าเป็นถึงอ๋อง!... เจ้าจะให้ข้าใส่ชุดสตรีอย่างนั้นหรือ?... เจ้าจะหยามเกียรติข้ามากเกินไปแล้วนะ!”

“ข้าไม่ได้ตั้งใจจะหยามเกียรติท่านสักหน่อย หรือท่านอยากนอนหนาวตายในสภาพชีเปลือยเช่นนี้!” หว่านหนิงสวนกลับทันควันโดยไม่เกรงใจ “และอีกอย่าง ชุดที่ข้าจะให้ท่านใส่ มันเป็นชุดชั้นในผ้าฝ้ายสีขาวแบบเรียบๆ ดูไปก็เหมือนชุดลำลองบุรุษนั่นแหละ ไม่ได้มีลายดอกไม้โบตั๋นอะไรนั้นสักหน่อย ท่านจะโวยวายไปทำไม”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel