บทที่ 5: บาดแผลของสามี
แสงตะวันยามสายสาดส่องเข้ามาทางหน้าต่างกระดาษที่ขาดวิ่น ทาบทับลงบนร่างสูงใหญ่ที่นอนกระสับกระส่ายอยู่บนเตียงเตา
เมื่อคืนนี้ หลังจากคำถามที่เหมือนฟ้าผ่ากลางใจของลู่เฟิง "คุณเป็นใครกันแน่?" ซูเจินเลือกที่จะใช้ความเงียบสยบความเคลื่อนไหว เธอแสร้งทำเป็นหาวหวอดใหญ่ บ่นว่าง่วงนอนแล้วเดินหนีเข้าห้องไปดื้อๆ ทิ้งให้ชายหนุ่มจมอยู่กับความสงสัยเพียงลำพัง
แต่เช้านี้ ดูเหมือนว่าลู่เฟิงจะไม่มีแรงมาไล่ต้อนจับผิดเธออีกแล้ว
"อึก"
เสียงครางต่ำๆ ในลำคอปลุกให้ซูเจินที่กำลังกวาดพื้นอยู่ต้องรีบวางมือแล้วเดินเข้าไปดูที่ข้างเตียง
ภาพที่เห็นทำให้เธอต้องสูดปากด้วยความตกใจ ใบหน้าคมเข้มของลู่เฟิงซีดเผือดราวกับกระดาษ เหงื่อกาฬเม็ดโป้งผุดพรายเต็มหน้าผาก ทั้งที่อากาศยามเช้ายังเย็นสบาย ริมฝีปากของเขาแห้งผากและสั่นระริก
"ลู่เฟิง! คุณเป็นอะไร?"
ซูเจินรีบเอามืออังหน้าผากเขา "ตัวร้อนจี๋เลย!"
สายตาของเธอเลื่อนลงไปมองที่ขาซ้ายของเขาซึ่งมีผ้าพันแผลเก่าๆ พันอยู่ เลือดสีคล้ำและหนองซึมออกมาจนชุ่มผ้า ส่งกลิ่นคาวคลุ้งออกมาจางๆ
"ขาคุณอักเสบหนักแล้ว! ต้องไปอนามัยเดี๋ยวนี้!" ซูเจินพูดเสียงตื่น "อาชิง! ไปตามรถเข็นของผู้ใหญ่บ้านมา เร็วเข้า!"
"ไม่ต้อง!"
ลู่เฟิงกัดฟันพูดเสียงลอดไรฟัน เขาพยายามยันกายลุกขึ้นแต่ก็ต้องทิ้งตัวลงนอนเพราะความเจ็บปวดที่แล่นพล่านขึ้นมาถึงสมอง "ไม่ต้องไป เปลืองเงิน แค่เปลี่ยนผ้าพันแผลก็พอ"
"จะบ้าหรือไง!" ซูเจินตวาดแว้ด ลืมมาดภรรยาผู้อ่อนหวานไปชั่วขณะ "แผลเน่าขนาดนี้ ขืนช้าเดี๋ยวก็ติดเชื้อในกระแสเลือดตายหรอก! หรืออยากจะโดนตัดขาจริงๆ?"
"เงินที่เรามี ต้องเก็บไว้ซื้อข้าวกิน" ลู่เฟิงตอบเสียงแหบพร่า ดวงตาฉายแววดื้อรั้นของชายชาติทหารที่ไม่ยอมก้มหัวให้โชคชะตา "ผมทนได้ แค่นี้ไกลหัวใจนัก"
ซูเจินมองหน้าเขาด้วยความโมโหระคนสงสาร เธอรู้ดีว่าในยุคสมัยนี้ เงินหยวนแต่ละเหรียญหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร การไปหาหมอทีหนึ่งอาจหมายถึงการอดข้าวของคนทั้งบ้านไปเป็นเดือน
"ก็ได้ พ่อคนเก่ง ถ้าไม่ไปหาหมอ ฉันจะเป็นหมอให้คุณเอง"
ซูเจินตัดสินใจเด็ดขาด เธอเรียกหน้าต่างระบบขึ้นมาในอากาศทันที
[ สถานะมิติห้างสรรพสินค้า ] [ แอลกอฮอล์ / ยาปฏิชีวนะ / ยาชา : ล็อก ] [ เงื่อนไข: ต้องการค่าความรักจากสามี › -50% ]
"โธ่เว้ย! ไอ้ระบบหน้าเลือด!" ซูเจินสบถในใจอย่างหัวเสีย ยาดีๆ อยู่ตรงหน้าแต่หยิบออกมาไม่ได้เพราะผัวยังเกลียดอยู่!
เมื่อพึ่งพาเทคโนโลยีไม่ได้ ก็ต้องพึ่งพาภูมิปัญญาดั้งเดิม ซูเจินวิ่งเข้าครัว ตักน้ำใส่หม้อต้มจนเดือดพล่าน ใส่เกลือแกงลงไปในปริมาณเข้มข้นเพื่อทำ 'น้ำเกลือฆ่าเชื้อ' จากนั้นนำมีดเล่มเล็กที่คมกริบไปลนไฟจนแดงวาบเพื่อฆ่าเชื้อโรค พร้อมกับหาผ้าสะอาดที่เธอซักตากแดดไว้เมื่อวานมาเตรียมไว้
เมื่อเธอกลับเข้ามาในห้องพร้อมอุปกรณ์ ลู่เฟิงมองมีดในมือเธอด้วยสายตาหวาดระแวง
"คุณจะทำอะไร?"
"จะเฉือนเนื้อร้ายออกน่ะสิ" ซูเจินตอบเสียงเรียบ พลางจัดแจงวางของ "ถ้านั่งมองเฉยๆ เนื้อตายพวกนี้มันจะกินเนื้อดีของคุณไปเรื่อยๆ กัดฟันทนหน่อยนะ ไม่มียาชา"
เธอค่อยๆ แกะผ้าพันแผลเน่าๆ ออก กลิ่นเหม็นของหนองโชยออกมาจนน่าสะอิดสะเอียน แต่ซูเจินกลับไม่มีท่าทีรังเกียจแม้แต่น้อย ใบหน้าสวยหวานนั้นเคร่งขรึมจริงจัง ดวงตาจ้องมองบาดแผลราวกับแพทย์ศัลยกรรมมือหนึ่ง
ลู่เฟิงมองดูหญิงสาวที่ก้มหน้าอยู่ตรงช่วงขาของเขา ระยะห่างที่ใกล้ชิดทำให้เขาได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากตัวเธอ กลิ่นสบู่มะลิที่หอมสดชื่น ตัดกับกลิ่นคาวเลือดอย่างสิ้นเชิง
ความเจ็บปวดแล่นริ้วเมื่อซูเจินราดน้ำเกลืออุ่นๆ ลงบนแผล
"อึก!" ลู่เฟิงกำหมัดแน่น เส้นเลือดปูดโปนขึ้นตามลำแขน แต่เขาไม่ร้องออกมาสักคำ
ซูเจินเงยหน้าขึ้นมองเขาแวบหนึ่ง เห็นเม็ดเหงื่อไหลเข้าตาเขา จึงอดไม่ได้ที่จะหยิบผ้าเช็ดหน้ามาซับเหงื่อให้อย่างเบามือ
"อดทนหน่อยนะ คนเก่ง ใกล้เสร็จแล้ว"
น้ำเสียงของเธอนุ่มนวลและปลอบประโลม ราวกับสายน้ำเย็นที่ราดรดลงบนกองไฟในใจของเขา
หัวใจของลู่เฟิงกระตุกวูบอย่างรุนแรง ไม่ใช่เพราะความเจ็บ แต่เพราะความรู้สึกบางอย่างที่เขาพยายามกดข่มไว้
ผู้หญิงคนนี้ ไม่ใช่ซูเจิน ความคิดนี้ผุดขึ้นมาในหัวเขาอีกครั้ง
ซูเจินคนเดิมรังเกียจเลือด รังเกียจความสกปรก และที่สำคัญ เธอไม่เคยมีความเมตตาอารีในแววตาแบบนี้
หรือว่า คืนนั้นที่ซูเจินถูกรถชน วิญญาณของเธอได้ดับสูญไปแล้ว? และสิ่งที่อยู่ในร่างนี้คือใครอีกคน? ใครสักคนที่ส่งมาเพื่อชดเชยสิ่งที่เขาเสียไป?
แต่แล้วความคิดนั้นก็ถูกปัดตกไปตามวิสัยของคนที่ยึดมั่นในเหตุผล เรื่องภูตผีปีศาจมันงมงายเกินไป บางที นี่อาจจะเป็นเนื้อแท้ของซูเจินที่ซ่อนอยู่ลึกๆ ที่เขาไม่เคยเห็น? หรือเธออาจจะสำนึกได้จริงๆ?
แต่ไม่ว่าจะเป็นใคร เขาก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า หญิงสาวตรงหน้านี้ "ดีกว่า" ซูเจินคนเดิมเป็นร้อยเท่า
"เสร็จแล้ว"
เสียงถอนหายใจยาวของซูเจินปลุกเขาจากภวังค์ เธอพันผ้าสะอาดรอบขาเขาอย่างสวยงามและแน่นหนา "เนื้อตายออกหมดแล้ว ทีนี้ก็เหลือแค่ระวังอย่าให้โดนน้ำ เดี๋ยวฉันจะต้มสมุนไพรมาให้กินลดไข้"
ซูเจินเก็บอุปกรณ์แล้วหันมาจะช่วยพยุงลู่เฟิงให้นอนหนุนหมอนดีๆ
"ลุกขึ้นหน่อย เดี๋ยวฉันจัดหมอนให้"
เธอสอดแขนเข้าไปใต้แผ่นหลังกว้างของเขา ออกแรงดึงให้เขาลุกขึ้นนั่ง
แต่ทว่า ร่างกายของซูเจินในตอนนี้ผอมแห้งแรงน้อยเกินไป ประกอบกับลู่เฟิงเป็นชายชาติทหารรูปร่างสูงใหญ่หนาตัน น้ำหนักตัวของเขาจึงมากโข
"ฮึบ โอ๊ะ!"
แขนของซูเจินอ่อนแรงกะทันหัน ขาของเธอสะดุดเข้ากับขอบเตียง ร่างบางเสียหลักล้มคว่ำลงไปข้างหน้า
"เฮ้ย!" ลู่เฟิงร้องเสียงหลง พยายามจะคว้าตัวเธอไว้ แต่ด้วยความเจ็บที่ขาทำให้เขาขยับตัวไม่ถนัด
ตุบ!
ร่างของซูเจินล้มทับลงบนอกแกร่งของลู่เฟิงเต็มรัก และด้วยความบังเอิญระดับพระเจ้ากลั่นแกล้ง
ริมฝีปากนุ่มนิ่มของเธอ ประทับลงบนริมฝีปากหยักลึกของเขาพอดีเป๊ะ!
โลกทั้งใบเหมือนหยุดหมุนไปชั่วขณะ
ดวงตาของลู่เฟิงเบิกกว้างจนแทบถลน สัมผัสที่ริมฝีปากนั้นนุ่มหยุ่น หอมหวาน และร้อนผ่าวราวกับไฟช็อต มันแล่นปราดไปทั่วร่างจนขนอ่อนลุกชัน
ซูเจินเองก็ตกตะลึงจนทำอะไรไม่ถูก ดวงตาคู่สวยสบเข้ากับดวงตาคมกริบของเขาในระยะประชิด ลมหายใจอุ่นร้อนของกันและกันเป่ารดใบหน้า
ตึกตึก ตึกตึก เสียงหัวใจของใครบางคนเต้นแรงจนแทบจะได้ยินออกมาข้างนอก และดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่แค่ของซูเจินคนเดียว
เวลาผ่านไปเพียงเสี้ยววินาที แต่ยาวนานราวกับชั่วกัปชั่วกัลป์ ก่อนที่สติของลู่เฟิงจะกลับเข้าร่าง
"เฮ้ย!!"
เขารวบรวมแรงผลักไหล่เธอออกอย่างแรง จนซูเจินกระเด็นไปนั่งจุมปุ๊กอยู่ที่ปลายเตียง
ใบหน้าของนายทหารหนุ่มผู้เคร่งขรึม บัดนี้แดงก่ำลามไปจนถึงใบหู แดงยิ่งกว่าก้นลิงเสียอีก!
"คุณ.. คุณ ผู้หญิงไร้ยางอาย!"
ลู่เฟิงชี้นิ้วสั่นระริกมาที่หน้าเธอ ปากคอสั่นทำอะไรไม่ถูก "คุณฉวยโอกาส! คุณลวนลามผม! กลางวันแสกๆ แท้ๆ คุณยังกล้า!"
ซูเจินที่เพิ่งตั้งหลักได้ พอเห็นท่าทาง "สาวน้อยตกน้ำ" ของสามีตัวโต ก็อดหมั่นไส้ไม่ได้แทนที่จะเขินอาย เธอกลับเท้าสะเอวขึ้นมาทันที
"นี่คุณ! พูดให้มันดีๆ นะ ใครลวนลามใคร? มันอุบัติเหตุย่ะ!"
"อุบัติเหตุบ้าอะไร! ปากประกบปากขนาดนั้น!" ลู่เฟิงโวยวายกลบเกลื่อนเสียงหัวใจตัวเอง "คุณมันแผนสูง! เห็นผมเจ็บอยู่ก็เลยถือโอกาสล่วงเกินผมงั้นสิ!"
คำกล่าวหาที่ไร้เหตุผลนั้นทำให้ซูเจินของขึ้น เธอจ้องหน้าเขาเขม็ง เชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย
"แล้วมันจะทำไมฮะ!"
เธอตะโกนสวนกลับเสียงดังฟังชัด "ฉันเป็นเมียคุณนะ! แต่งงานกันถูกต้องตามกฎหมาย กราบไหว้ฟ้าดินแล้วด้วย! ผัวเมียเขาจะแตะเนื้อต้องตัวกัน จะหอมแก้มหรือจะจูบปากกัน มันผิดกฎหมายข้อไหนไม่ทราบ!"
"คุณ.. คุณ" ลู่เฟิงอ้าปากพะงาบๆ เถียงไม่ออก เจอทฤษฎี 'เมียถูกต้องตามกฎหมาย' เข้าไปถึงกับไปไม่เป็น
"ทำไม? หรือหวงตัว?" ซูเจินขยับตัวเข้าไปใกล้ แกล้งยื่นหน้าเข้าไปหาเขาอีกครั้ง ทำเอาลู่เฟิงถดตัวหนีจนหลังติดฝาผนัง
"อย่าเข้ามานะ!" เขาตะโกนเสียงหลง หน้าแดงจนแทบจะระเบิด
"เชอะ! นึกว่าอยากจะจูบนักหรือไง ปากก็แข็ง หนวดก็แข็ง เจ็บปากจะตาย!" ซูเจินเบ้ปาก ใส่จริตมารยานิดๆ ก่อนจะลุกขึ้นจากเตียง ปัดเสื้อผ้าให้เรียบร้อย
"นอนพักไปเลยนะพ่อตัวดี อย่าเพิ่งขยับไปไหน เดี๋ยวฉันจะไปต้มยา ถ้าออกมาแล้วเห็นว่าแผลเปิดล่ะก็ แม่จะจับจูบให้ขาดใจตายไปเลยคอยดู!"
พูดจบเธอก็สะบัดหน้าเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ลู่เฟิงนั่งกุมอกข้างซ้ายที่หัวใจยังเต้นรัวเร็วไม่หยุดอยู่บนเตียง
ชายหนุ่มยกหลังมือขึ้นแตะริมฝีปากตัวเองเบาๆ สัมผัสนุ่มนิ่มเมื่อครู่ยังคงติดตรึงอยู่ ไม่จางหายไปไหน
"ยัยปีศาจ" เขาพึมพำกับตัวเอง แต่ในน้ำเสียงนั้นกลับไม่มีความเกลียดชังเจือปนอยู่เลย มีเพียงความขัดเขินและความสับสนที่ก่อตัวขึ้นอย่างเงียบงัน
[ ติ๊ง! ]
เสียงแจ้งเตือนระบบดังขึ้นในขณะที่ซูเจินกำลังเดินไปห้องครัว เธอยิ้มกว้างเมื่อเห็นข้อความ
[ ลู่เฟิง: -75% —› -65% ] [ ค่าความประทับใจพุ่งสูง! (เหตุผล: สัมผัสทางกาย หัวใจหวั่นไหว) ] [ คำเตือน: ระวังเป้าหมายหัวใจวาย ]
"หึ ปากแข็งแต่ใจอ่อนนะพ่อคุณ" ซูเจินหัวเราะเบาๆ "รอให้ถึง -50% ก่อนเถอะ แม่จะขุนให้อ้วนเลย!"
