บทที่ 3: ซูเจินคนใหม่และศัตรูหัวใจ
แสงตะวันยามเช้าสาดส่องผ่านยอดไม้ ลงมากระทบลานดินหน้าบ้านตระกูลลู่ ไก่ตัวผู้ขันเจื้อยแจ้วปลุกสรรพสิ่งให้ตื่นจากหลับใหล
ซูเจิน ตื่นขึ้นมาตั้งแต่ฟ้ายังไม่สาง หลังจากจัดการธุระส่วนตัวเสร็จ เธอก็เดินมาส่องกระจกบานเล็กที่ร้าวเป็นรอยยาวตรงมุมห้อง ภาพที่สะท้อนออกมาในวันนี้ดูแปลกตาไปถนัดตา
หญิงสาวในกระจกไม่ได้ดูเหมือน "นางงิ้วตกอับ" ที่แต่งหน้าหนาเตอะ ทาปากแดงแจ๋ และปล่อยผมกระเซอะกระเซิงเหมือนเมื่อก่อนอีกแล้ว ซูเจินคนใหม่ล้างเครื่องสำอางออกจนหมดเกลี้ยง เผยให้เห็นผิวพรรณที่แม้จะดูซีดเซียวจากการขาดสารอาหาร แต่ก็เนียนละเอียดและขาวผ่องราวกับหยกเนื้อดี ดวงตาหงส์เรียวยาวที่เคยฉายแววริษยา บัดนี้กลับดูสงบนิ่งและลึกล้ำราวกับบ่อน้ำในฤดูใบไม้ร่วง
เธอรวบผมยาวดำขลับขึ้นเป็นหางม้าสูง มัดด้วยเชือกผ้าสีน้ำเงินเข้มเรียบๆ สวมเสื้อเชิ้ตลายสก๊อตเก่าๆ ของสามีที่เธอเอามาแก้ทรงให้เข้ารูป และกางเกงผ้าฝ้ายสีดำทะมัดทะแมง
"ดูเป็นผู้เป็นคนขึ้นมาหน่อย" เธอยิ้มให้ตัวเองในกระจก พลางหยิบอ่างน้ำออกไปเทที่ลานบ้าน
ที่ลานบ้าน ลู่เฟิง กำลังนั่งขัดรองเท้าคอมแบททหารของเขาอยู่ แม้ขาจะเจ็บ แต่กิจวัตรของชายชาติทหารยังคงเคร่งครัด เขาเงยหน้าขึ้นมองหญิงสาวที่เดินออกมา แววตาคมกริบฉายแววแปลกใจวูบหนึ่ง
ปกติเวลานี้ซูเจินต้องนอนตะวันโด่ง หรือถ้าตื่นมาก็ต้องบ่นกระปอดกระแปดเรื่องเสื้อผ้าหน้าผม แต่วันนี้เธอกลับดูสะอาดสะอ้าน กระฉับกระเฉง และสวยจนน่าตกใจ
[ ลู่เฟิง (สามี) : -79.8% ]
(ตัวเลขขยับขึ้นอีกนิดเดียว แต่สายตาที่มองมาลดความรังเกียจลงไปมาก)
ซูเจินไม่พูดอะไร เธอเพียงแค่พยักหน้าให้เขาเล็กน้อยตามมารยาท แล้วเดินไปหยิบไม้กวาดมากวาดลานบ้านเงียบๆ
ทว่าความสงบสุขยามเช้าก็อยู่ได้ไม่นาน
"พี่ลู่เฟิงคะ! อยู่บ้านไหมคะ?"
เสียงหวานใสราวกับระฆังแก้วดังขึ้นที่หน้าประตูรั้ว พร้อมกับการปรากฏตัวของหญิงสาวรูปร่างอรชรในชุดเสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดตา กระโปรงพลีทยาวคลุมเข่าสีน้ำเงิน และถักเปียสองข้างดูเรียบร้อยอ่อนหวาน ในอ้อมแขนของเธอกอดหนังสือเรียนปึกใหญ่ไว้แน่น
'ซ่งหว่าน' ครูสาวประจำโรงเรียนในหมู่บ้าน ผู้เป็นที่หมายปองของหนุ่มๆ ทั้งตำบล และเป็นที่รู้กันทั่วว่าเธอมีใจปฏิพัทธ์ต่อลู่เฟิง นายทหารหนุ่มอนาคตไกล
"ครูซ่ง?" ลู่เฟิงวางแปรงขัดรองเท้าลง ขมวดคิ้วเล็กน้อย "มีธุระอะไรแต่เช้าครับ?"
ซ่งหว่านเดินเข้ามาด้วยท่าทีขัดเขิน ใบหน้าขึ้นสีระเรื่อเมื่อสบตาลู่เฟิง "เอ่อ พอดีฉันเห็นว่าช่วงนี้ ลู่ชิง เรียนไม่ค่อยทันเพื่อน เลยอาสาเอาแบบฝึกหัดมาติวให้ที่บ้านน่ะค่ะ แล้วก็ ได้ข่าวว่าพี่ลู่เฟิงบาดเจ็บ เลยซื้อไข่ไก่มาเยี่ยมด้วยค่ะ"
เธอยื่นตะกร้าสานใบเล็กที่มีไข่ไก่ 5-6 ฟองส่งให้ สายตาหวานเชื่อมหยดเยิ้มจนมดแทบขึ้น
ซูเจินที่กวาดพื้นอยู่ใกล้ๆ หยุดมือทันที เธอมองฉากละครรักน้ำเน่าตรงหน้าด้วยสายตาเรียบเฉย ในความทรงจำเดิม ซูเจินคนเก่าเกลียดครูซ่งคนนี้เข้าไส้ เพราะทั้งสวยกว่า มีการศึกษากว่า และชอบมาเกาะแกะสามีชาวบ้าน ถ้าเป็นเมื่อก่อนคงพุ่งเข้าไปกระชากผมตบกลางลานบ้านไปแล้ว
แต่สำหรับซูเจินคนนี้
'เหอะ ก็แค่ดอกบัวขาวจอมมารยา' เธอคิดในใจพลางส่ายหัวเบาๆ แล้วก้มหน้ากวาดพื้นต่อโดยไม่สนใจจะเข้าไปแทรกแซง
ลู่เฟิงเหลือบตามองภรรยา แอบเกร็งตัวเตรียมรับมือกับพายุอารมณ์ แต่เมื่อเห็นซูเจินกวาดพื้นเฉยๆ ราวกับครูซ่งเป็นแค่อากาศธาตุ เขาก็เลิกคิ้วสูงด้วยความประหลาดใจ
"ขอบคุณครับครูซ่ง แต่เกรงใจแย่" ลู่เฟิงตอบเสียงเรียบ พยายามรักษาระยะห่าง "อาชิง! ออกมาหาครูซ่งหน่อย!"
ลู่ชิงรีบวิ่งออกมาจากในบ้านพร้อมสมุดการบ้าน "ครูซ่ง! สวัสดีค่ะ"
"จ้ะ อาชิง มานั่งตรงนี้สิ ครูจะสอนโจทย์คณิตที่เธอทำผิดเมื่อวานให้" ซ่งหว่านยิ้มหวาน แต่หางตาแอบปรายมองซูเจินด้วยความดูแคลน 'นังผู้หญิงบ้านนอกไร้การศึกษา ต่อให้แต่งตัวดีขึ้น ก็ยังเป็นแค่ไก่รองบ่อนวันยังค่ำ'
การติวหนังสือเริ่มขึ้นที่โต๊ะหินอ่อนใต้ต้นพุทรา โดยมีลู่เฟิงนั่งอ่านหนังสือพิมพ์เก่าๆ อยู่ใกล้ๆ คอยสังเกตการณ์
ซูเจินกวาดพื้นเสร็จ ก็เดินไปตักน้ำใส่ถังเพื่อเตรียมทำอาหารเช้า จังหวะที่เธอเดินผ่านโต๊ะหินอ่อน เสียงเจื้อยแจ้วของซ่งหว่านก็ลอยเข้าหู
"อาชิง ดูข้อนี้ดีๆ นะจ๊ะ โจทย์ถามว่า ถ้ามีข้าวสาร 300 จิน แบ่งให้คนงาน 15 คน โดยที่คนงานชายได้มากกว่าคนงานหญิง 2 เท่า และมีคนงานชาย 5 คน คนงานหญิง 10 คน เราต้องตั้งสมการแบบนี้"
ซ่งหว่านเขียนยุกยิกในกระดาษ "ให้คนงานหญิงได้ X จิน คนงานชายได้ 2X ดังนั้นสมการคือ $5(2X) + 10(X) = 300$ รวมกันเป็น $20X = 300$ ดังนั้น $X = 15$ สรุปคือคนงานหญิงได้คนละ 15 จิน คนงานชายได้คนละ 30 จิน ถูกต้องไหมจ๊ะ?"
ลู่ชิงพยักหน้าหงึกหงัก "ขอบคุณค่ะครู! หนูเข้าใจแล้ว"
ซูเจินที่กำลังแบกถังน้ำเดินผ่าน ชะงักฝีเท้ากึก คิ้วเรียวสวยขมวดเข้าหากันทันที
เธอวางถังน้ำลงเสียงดัง ตึง! จนทุกคนหันมามอง
"เดี๋ยวนะ" ซูเจินพูดขึ้นเสียงเรียบ "ครูสอนผิดหรือเปล่า?"
บรรยากาศในลานบ้านเงียบกริบทันที ซ่งหว่านหน้าตึงขึ้นมาทันควัน ส่วนลู่เฟิงวางหนังสือพิมพ์ลง จ้องมองภรรยาด้วยความสงสัย
"ว่าไงนะ?" ซ่งหว่านถามเสียงสูง พยายามรักษามาดนางเอกผู้ถูกรังแก "พี่สะใภ้ซู คุณหมายความว่ายังไงคะ?"
"สมการน่ะถูก" ซูเจินชี้ไปที่สมุดของลู่ชิง "แต่เธอลืมคิดเรื่อง 'ส่วนหักลด' ตามโจทย์ข้อเมื่อกี้ไม่ใช่เหรอ? โจทย์ข้างบนระบุว่า 'ข้าวสารต้องหักค่ากระสอบและความชื้นออก 5%' ก่อนจะนำมาคำนวณแบ่ง ถ้าเธอข้ามขั้นตอนนี้ไป ตัวเลขที่ออกมาจะผิดหมด ชาวบ้านจะได้ข้าวไม่ครบนะ"
ซูเจินพูดด้วยน้ำเสียงราบเรียบเหมือนคุยเรื่องดินฟ้าอากาศ "คณิตศาสตร์ไม่ใช่แค่คิดเลขให้ลงตัว แต่ต้องอ่านเงื่อนไขให้ครบ โดยเฉพาะเรื่องปากท้องชาวบ้าน พลาดนิดเดียวคือเรื่องใหญ่นะคุณครู"
ซ่งหว่านหน้าแดงก่ำด้วยความอับอายระคนโกรธ เธอเป็นถึงปัญญาชนที่ส่งมาจากในเมือง จะมาถูกหญิงบ้านนอกที่เรียนไม่จบประถมฉีกหน้าได้ยังไง!
"พี่สะใภ้ซู!" ซ่งหว่านลุกขึ้นยืน เชิดหน้าขึ้น "ฉันเรียนจบมัธยมปลายจากในเมือง ฉันเป็นครูนะคะ! คุณวันๆ เอาแต่แต่งตัวสวยๆ อยู่บ้าน ไม่เคยเรียนหนังสือสูงๆ คุณจะมารู้ดีกว่าฉันได้ยังไง? อย่ามาแกล้งป่วนตอนฉันสอนหนังสือจะได้ไหมคะ มันเสียมารยาท!"
เธอหันไปทำตาแดงๆ ใส่ลู่เฟิง "พี่ลู่เฟิงดูสิคะ พี่สะใภ้คงไม่พอใจที่ฉันมาที่นี่ เลยหาเรื่องแกล้งฉันแบบนี้"
ลู่เฟิงมองหน้าภรรยา เขากำลังจะอ้าปากพูด ตามบทเดิมๆ ซูเจินต้องกรี๊ดและด่ากราดว่า 'นังจิ้งจอก' แน่นอน
แต่ซูเจินกลับทำในสิ่งที่เขาคาดไม่ถึง
เธอยักไหล่อย่างไม่ยี่หระ มุมปากยกยิ้มนิดๆ ที่ดูเย็นชาและทรงเสน่ห์
"ก็แล้วแต่จะคิด" ซูเจินปัดมือเหมือนไล่แมลงวัน "ฉันแค่หวังดีไม่อยากให้อาชิงจำไปผิดๆ ส่วนใครจะมีความรู้จริงหรือมีความรู้แค่หางอึ่ง ตัวเลขมันไม่โกหกหรอก"
พูดจบ เธอก็ก้มลงยกถังน้ำขึ้นอย่างคล่องแคล่ว แล้วเดินสะบัดก้นเข้าครัวไปหน้าตาเฉย ทิ้งให้ซ่งหว่านยืนกำหมัดแน่นด้วยความแค้นเคืองจนตัวสั่น
"พี่ลู่เฟิงคะ! ดูเธอพูดเข้าสิคะ!" ซ่งหว่านฟ้องเสียงเครือ
ลู่เฟิงไม่ได้ตอบ เขาเอื้อมมือไปหยิบสมุดการบ้านของลู่ชิงมาถือไว้
"ไหนขอดูหน่อย"
เขาเป็นทหารที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างหนัก เรื่องการคำนวณเสบียงและยุทธปัจจัยเป็นสิ่งที่เขาทำจนชำนาญ สายตาคมกริบกวาดมองโจทย์คณิตศาสตร์ข้อนั้น
โจทย์: กองกลางแจกจ่ายข้าวสาร 300 จิน (หักค่าความชื้นและส่วนต่าง 5%)
คิ้วเข้มของลู่เฟิงขมวดมุ่น เขาลองคำนวณในใจอย่างรวดเร็ว
$300$ จิน หัก $5\%$ คือหักออก $15$ จิน เหลือข้าวสุทธิ $285$ จิน
เข้าสมการ $20X = 285$
ค่า $X$ (หญิง) จะได้ $14.25$ จิน ไม่ใช่ $15$ จินแบบที่ครูซ่งสอน
ซูเจินพูดถูก.
ครูซ่งสอนผิดจริงๆ.
ลู่เฟิงเงยหน้ามองประตูห้องครัวที่ซูเจินเพิ่งเดินหายเข้าไปด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นตะลึงและสับสน
ผู้หญิงคนนั้น ซูเจินคนเดิมที่เขียนชื่อตัวเองยังโย้เย้ อ่านหนังสือแทบไม่ออก ทำไมจู่ๆ ถึงสามารถคำนวณโจทย์คณิตศาสตร์ที่มีเงื่อนไขซับซ้อนได้ในพริบตาเดียว? แถมยังจับผิดครูที่จบมัธยมปลายได้หน้าตาเฉย?
"พี่ลู่เฟิงคะ? เป็นยังไงบ้างคะ? ฉันสอนถูกแล้วใช่ไหมคะ?" ซ่งหว่านถามย้ำด้วยความมั่นใจ
ลู่เฟิงวางสมุดลงช้าๆ เขาถอนหายใจเบาๆ แล้วมองหน้าครูสาวด้วยแววตาที่เย็นชาลงกว่าเดิม
"ครูซ่งครับ" น้ำเสียงของเขาราบเรียบแต่หนักแน่น "เมียผมพูดถูกแล้ว คุณลืมหัก 5% ตามโจทย์จริงๆ ตัวเลขที่ถูกต้องคือ 14.25 จิน ไม่ใช่ 15"
"คะ อะไรนะคะ?" ซ่งหว่านหน้าซีดเผือดเหมือนไก่ต้ม ราวกับถูกตบหน้าฉาดใหญ่กลางสี่แยก
"การสอนหนังสือเป็นเรื่องสำคัญ ถ้าพื้นฐานผิด เด็กจะลำบากในอนาคต" ลู่เฟิงพูดจบก็หันไปทางลู่ชิง "อาชิง วันนี้พอแค่นี้ก่อน ส่งครูซ่งกลับไปซะ แล้วเดี๋ยวค่อยมาให้พี่สะใภ้เขาสอนใหม่"
"ค่ะ พี่ใหญ่" ลู่ชิงรับคำงงๆ มองครูสลับกับพี่ชาย
ซ่งหว่านยืนตัวแข็งทื่อ ความอับอายแล่นพล่านไปทั่วร่าง เธอรีบคว้าหนังสือแล้วกึ่งเดินกึ่งวิ่งออกจากบ้านไปโดยไม่กล้าสบตาใคร ทิ้งไว้เพียงความเงียบและคำถามที่ดังก้องในใจของลู่เฟิง
[ ติ๊ง! ]
เสียงแจ้งเตือนในหัวซูเจินดังขึ้นขณะที่เธอกำลังหั่นผักอยู่ในครัว
[ ลู่เฟิง (สามี) : -75% ]
[ ค่าความประทับใจเพิ่มขึ้น +4.9% ]
[ เหตุผล: เคารพในสติปัญญา / ประหลาดใจในความสามารถ ]
[ ปลดล็อก: สบู่หอม 1 ก้อน ]
ซูเจินชะงักมือที่ถือมีด เธอยิ้มมุมปากอย่างผู้ชนะ
"เห็นไหมล่ะ ผู้ชายฉลาดน่ะ เขาดูที่สมอง ไม่ใช่แค่น้ำตาปลอมๆ หรอกนะแม่ดอกบัวขาว"
เธอยักไหล่แล้วลงมือสับหมูต่ออย่างอารมณ์ดี เสียงสับหมู ปัง! ปัง! ปัง! ดังเป็นจังหวะ ราวกับเสียงกลองรบที่ประกาศชัยชนะยกแรกของภรรยาตัวร้ายผู้นี้
