อาจราบรื่น
ดวงตาคมวาวขึ้นเล็กน้อย “แล้วเจ้าคิดจะทำอย่างไร คิดว่าทำเพียงแต่นั้นจะเปลี่ยนแปลงผลลัพธ์ได้หรือ”
นางกัดริมฝีปาก สูดหายใจเข้าลึก “โปรดให้หม่อมฉันได้ลองเถิดเพคะ หากไม่ลองย่อมไม่รู้ มีความเป็นไปได้ว่าขั้นต่อไปอาจราบรื่นกว่าที่ผ่านมา”
เขาเลิกคิ้วเล็กน้อย แววตาน่ากลัวที่จ้องมานั้นทำให้นางแทบตัวแข็ง “เจ้าช่างกล้าต่อรองกับข้านัก ไม่กลัวรึ”
“หม่อมฉันกลัวเพคะ” หลินอวี่ถงตอบทันควัน ดวงตาเอ่อคลอด้วยน้ำตาเล็กน้อยแต่กลับแฝงความดื้อรั้นไว้ “แต่หากต้องตาย หม่อมฉันก็ขอเลือกตายหลังจากได้พยายามแล้ว ไม่ใช่ถูกฆ่าโดยไม่ทันได้ทำอะไรเลย”
ความเงียบกดทับไปทั่วห้องอีกครู่ยาว ฉินอ๋อง จ้าวสี่เย่เอนกายลงเล็กน้อย เสียงหัวเราะทุ้มต่ำเอื้อนออกมาแผ่วๆ คล้ายเหี้ยมเกรียม
“ในเมื่อเจ้ากล้าเสนอ ข้าก็กล้าสนอง เอาสิ”
เขายกมือขึ้นเล็กน้อยเป็นสัญญาณอนุญาต
แสงตะเกียงในห้องสรงน้ำส่องวูบไหวสะท้อนผิวน้ำอุ่นที่อบอวลด้วยกลิ่นสมุนไพร หลินอวี่ถงก้าวช้าๆ เข้าไป จัดเตรียมทุกสิ่งด้วยมือของนางเอง บ่าวชายที่เคยตามมาได้รับคำสั่งให้ออกไปด้านนอก เหลือเพียงนางกับจ้าวสี่เย่ในห้องกว้าง
มือเรียวของนางสั่นเล็กน้อยยามบรรจงหยดน้ำมันหอมลงในอ่างไม้ กลิ่นสมุนไพรจาง ๆ ช่วยกลบความตึงเครียด นางหันไปประสานสายตากับร่างสูงใหญ่ที่ยืนอยู่อีกฟาก ใบหน้าเคร่งขรึมของเขายิ่งทำให้หัวใจสั่นระรัว
“หม่อมฉันจะเตรียมน้ำให้ท่านอ๋องสรงก่อนนะเพคะ” เสียงของนางเบาแฝงความประหม่า
มือหนาปลดอาภรณ์สีเข้มหลุดร่วงจากไหล่กว้างทีละชั้น เสียงผ้าไหมเสียดสีกับผิวกายแผ่วเบาก้องกังวานไปทั้งห้องสรง ไอระเหยจากน้ำสมุนไพรลอยขึ้นโอบคลุมร่างสูงใหญ่ไว้ราวม่านหมอกสวรรค์ ยามที่จ้าวสี่เย่ก้าวเข้ามา ทุกฝีเท้าของเขาสะท้อนความมั่นคงและอำนาจเกินกว่าจะต้าน
แผ่นอกกว้างตึงแน่นด้วยกล้ามเนื้อสลักงดงามเหมือนสลักจากหยกเนื้อแข็ง ร่องรอยบาดแผลศึกพาดผ่านเป็นเส้นสีเข้มบนผิวกายแทนเกียรติยศของแม่ทัพผู้คุมทัพ ขับให้ความแข็งกร้าวยิ่งน่าหลงใหล กล้ามท้องเรียงชัดเป็นแนวสมบูรณ์แบบ เคลื่อนไหวไปตามจังหวะลมหายใจเชื่องช้าและหนักแน่น
ดวงตาหลินอวี่ถงพลันไหววูบเมื่อสายตานางเผลอไล่ต่ำลง สองแขนและขาแข็งแรงดุจเสาหิน รองรับร่างสูงสง่ามั่นคง ทุกสัดส่วนเต็มไปด้วยพลังอำนาจของบุรุษแท้ที่ผ่านสมรภูมิและการฝึกฝนอย่างเข้มงวด แม้ส่วนลับยังสงบนิ่ง หากแต่ขนาดและรูปทรงกลับสะท้านใจหญิงสาวผู้เผลอกลืนน้ำลายลงคออย่างฝืดเฝื่อน
เขาก้าวลงสู่สายน้ำอุ่นโดยไม่เหลียวมองนาง ราวกับมิได้ใส่ใจว่าสตรีเบื้องหน้าได้เห็นทุกเรือนร่างที่สมบูรณ์แบบนั้น เสียงน้ำแตกกระเซ็นเล็กน้อยเมื่อร่างสูงจมหายครึ่งกายลงในอ่างหยก กล้ามเนื้อแกร่งสะท้อนกับหยดน้ำเกาะพราวยิ่งงดงามดุจภาพเขียนโบราณ
ไอสมุนไพรหอมกรุ่นล้อมรอบ ใบหน้าคมเข้มยังคงเครารกครึ้มปกคลุม แต่ดวงตาคมลึกเมื่อปรายมองมาทีเดียวกลับทำเอาหัวใจนางเต้นแรงไม่เป็นส่ำ
บ้าไปแล้ว นี่เขาหุ่นดีกว่าผู้ชายทุกคนที่นางเคยเห็นมาเสียอีกนะเนี่ย
หลินอวี่ถงสูดลมหายใจลึก ข่มใจไม่ให้สั่น นั่งลงข้างอ่างหยกเนื้อดี มือบางบรรจงใช้ผ้าชุบน้ำถูไปตามแขนและแผ่นหลังหนาอย่างระมัดระวัง
“หม่อมฉันจะช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้าให้ท่านอ๋องเพคะ”
ไอระเหยจากน้ำสมุนไพรลอยคลุ้ง หลินอวี่ถงบังคับมือตัวเองไม่ให้สั่นเมื่อผ้าเปียกแนบลงบนผิวกายของบุรุษตรงหน้า ร่างสูงใหญ่สงบนิ่งราวรูปสลัก แต่กลับทำให้นางยิ่งรู้สึกเกร็งกว่าเดิม
นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน นางไม่เคยต้องอาบน้ำให้ผู้ชายคนไหนมาก่อนเลย
หัวใจเต้นระส่ำในอก ความทรงจำเก่าๆ ผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่ได้
ชาติเดิมทั้งชีวิตของนางวนเวียนอยู่กับงานวิศวกรโยธาที่วัน ๆ ต้องคุมไซต์ก่อสร้าง ตากแดดตากลม ลุยดินลุยฝุ่น เขียนแบบ แก้แบบ วางแปลน ทุกสิ่งทุกอย่างคือความกดดันและตัวเลขที่วิ่งวนในหัว
เวลาจะผ่อนคลายก็มิใช่การกอดใครสักคน หากแต่นางเลือกเข้าบาร์โฮสต์เสียมากกว่า จ่ายเงินซื้อเวลาของเด็กหนุ่มหน้าตาหล่อเหลา ให้พวกเขานวดบ่า กดขา ช่วยสร้างความสุขให้นางหรือเอ่ยคำหวานที่ซื้อได้ด้วยเงิน เท่านั้นก็ช่วยให้นางลืมความเหนื่อยล้าไปชั่วครู่แล้ว
และบัดนี้นางกลับถูกบีบบังคับให้นำสิ่งที่เคยเสพเพื่อคลายเครียดในชาติก่อน มาประยุกต์ใช้กับบุรุษผู้มีอำนาจที่สุดคนหนึ่งตรงหน้า นางสูดลมหายใจลึก ไหนๆ ก็ต้องทำแล้วก็ทำให้เหมือนตอนใช้บริการพวกโฮสต์ก็แล้วกัน
มือเรียวของนางกดบ่ากว้างด้วยแรงพอดีเพื่อนวดผ่อนคลาย นิ้วโป้งไล้วนบนกล้ามเนื้อแข็งราวหินแกร่ง รู้สึกถึงความตึงเครียดที่สะสมอยู่ นางขยับตำแหน่งลงช้า ๆ ใช้น้ำหนักกดที่เคยเรียนรู้มาจากเด็กหนุ่มเหล่านั้นมาใช้จริง ทุกรายละเอียดที่เคยเป็นเพียงความบันเทิงซื้อได้ กลับกลายเป็นทักษะเอาตัวรอดในยามนี้
ไม่อยากเชื่อเลยว่าชีวิตนางจะถึงขั้นต้องนวดให้ผู้ชายแบบนี้เพื่อรักษาชีวิตตัวเอง นางกัดริมฝีปาก ข่มความอายไว้เบื้องหลังสายตาที่นิ่งสงบ แต่ลึกๆ แล้วใจยังสั่นสะท้านไม่หยุด
