บทที่สี่ เจ้าช่างบ้าบิ่นนัก
หลินอวี่ถงชุบน้ำผ้าขาวสะอาด บิดหมาดแล้วลูบไล้ไปตามแผงอกและต้นแขนแข็งแรงของจ้าวสี่เย่ ทุกสัมผัสระมัดระวังราวกับกำลังบรรเลงท่วงทำนองบนหยกเนื้อเนียน น้ำอุ่นผสมสมุนไพรช่วยชะล้างคราบเหนื่อยล้าจากร่างชายผู้ผ่านศึกหนักมานานหลายเดือน
นางเอื้อมมือเล็กนวดคลึงเบาๆ ที่ไหล่และต้นคอ รู้สึกได้ว่ากล้ามเนื้อที่ตึงเกร็งค่อย ๆ คลายลง ดวงตาคมเข้มหลับพริ้มชั่วขณะ เงียบสงบคล้ายเคลิ้มหลับไปกับสัมผัสนั้น
เสียงหวานของนางดังขึ้นอย่างกล้า ๆ กลัว ๆ “หม่อมฉัน...พอจะเอ่ยถามได้หรือไม่เพคะ เหตุใดท่านอ๋องถึงมิทรงโปรดสตรี ทั้งที่ทุกคนต่างหมายปองจะได้อยู่ใกล้ชิด”
จ้าวสี่เย่ไม่ลืมตา เสียงทุ้มต่ำเอ่ยออกมาช้า ๆ “เจ้ากำลังอยากรู้สิ่งที่ไม่ควรรู้”
หลินอวี่ถงกัดริมฝีปาก กลั้นใจถามต่อ “หม่อมฉันเพียงคิดว่า หากได้รู้สาเหตุที่แท้จริง บางทีหม่อมฉันอาจช่วยท่านอ๋องได้ดีมากขึ้นเพคะ หม่อมฉันเองก็อยากมีชีวิตรอด ท่านเองก็อยากหายจากพิษร้าย ความจริงพวกเราเปรียบเสมือนลงเรือลำเดียวกันแล้ว”
สายน้ำกระเพื่อมเพียงเล็กน้อย ร่างใหญ่ที่ยังคงเอนพิงขอบอ่าง สุดท้ายเขาเปิดเปลือกตาขึ้น ดวงตาคมลึกสบกับนางตรง ๆ คล้ายทะลุทะลวงเข้าไปในจิตใจ “เรื่องนั้นคืนนี้หากเจ้าพิสูจน์ได้ว่าทำให้ข้าทนสัมผัสเรือนกายเจ้าโดยมิอยากฆ่าเจ้าทิ้งไปเสียก่อน เจ้าจะได้รู้ทุกอย่างเอง”
น้ำเสียงราบเรียบ หากคำพูดกลับแฝงแรงกดดันจนหลินอวี่ถงใจสั่นสะท้าน นางก้มหน้าลงรับคำเบา “เพคะ...”
เมื่อการสรงน้ำสิ้นสุดและนางช่วยโกนหนวดของเขาออกไปจนเกลี้ยงเกลา จ้าวสี่เย่ลุกขึ้นจากอ่างหยก หยาดน้ำไหลรินไปตามกล้ามเนื้อกำยำแกร่งราวรูปสลัก เขาคลุมกายด้วยเสื้อคลุมดำเพียงชั้นเดียว อาภรณ์บางพลิ้วแนบกับเรือนกายสูงสง่า ยิ่งเผยความน่าเกรงขามในทุกย่างก้าว
เขาไม่กล่าวสิ่งใดต่อ เพียงก้าวเดินมั่นคงออกจากห้องสรงไปยังห้องบรรทมใหญ่ หลินอวี่ถงยกชายกระโปรงตามหลัง รู้สึกราวกับทุกก้าวที่เดินตามไปคือการก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งโชคชะตาที่ไม่อาจหวนกลับ
เงาร่างสูงใหญ่ของจ้าวสี่เย่ทอดตัวลงบนเตียงบรรทม เสื้อมิได้ติดกระดุม ปล่อยให้แผงอกเปียกชื้นเผยออกมา เขาทิ้งร่างสูงสง่าเอนเอกเขนกลางกลางฟูกใหญ่โดยไม่เหลียวแลสตรีที่เดินตามเข้ามาเลยแม้แต่น้อย
หลินอวี่ถงยืนนิ่ง ฝ่ามือบีบกระโปรงแน่น ใจเต้นไม่เป็นจังหวะ นางสูดลมหายใจลึก ก่อนคุกเข่าเบื้องหน้าแล้วเอ่ยเสียงสั่นแต่แฝงความดื้อดึง
“หม่อมฉันขอถามคำสุดท้ายเพคะ ท่านอ๋องทรงเป็นเกย์ใช่หรือไม่เพคะ”
ดวงตาคมเข้มเบิกขึ้นเล็กน้อย ขมวดคิ้วเข้ม “เกย์? คือสิ่งใดกัน”
แก้มนางร้อนผ่าว รีบอธิบายพลางก้มหน้า “ก็...ผู้ที่มิใคร่ชอบสตรีเพคะ ในยุคนี้เขาเรียกเช่นไรหม่อมฉันก็ไม่แน่ใจ”
เสียงทุ้มต่ำคล้ายหัวเราะในลำคอพลันดังขึ้นเบา ๆ “หากตามความหมายของเจ้า เช่นนั้นก็คงใช่...ข้าเป็นเกย์”
ว่าแล้ว!
ทำไมซื้อหวยไม่ถูกสักงวดนะ
หลินอวี่ถงเงยหน้าขึ้นน้อย ๆ ดวงตาสั่นระริก แต่ริมฝีปากกลับกล้ากระซิบต่อ
“เช่นนั้นคืนนี้พระองค์คงต้องลำบากใจหน่อยแล้วเพคะ ก็ไม่แปลกเป็นเกย์จะให้ใกล้ชิดกับสตรีย่อมไม่ชอบใจ แต่ในเมื่อพิษอะไรก็ไม่รู้ของพระองค์จำเป็นต้องใช้สตรี หม่อมฉันคิดว่ามีวิธีที่พวกเราจะใกล้ชิดกันโดยมือท่านอ๋องไม่เผลอหยิบดาบมาปาดคอกันเสียก่อน คืนนี้พวกเรามาลองวิธีหม่อมฉันหน่อยดีหรือไม่”
“เจ้าคิดจะทำอันใดกันแน่ พูดจาประหลาดนัก”
“เถิดน่าเพคะ ท่านเพียงนอนนิ่ง ที่เหลือหม่อมฉันจะเป็นฝ่ายจัดการเองเพคะ”
“...”
หลินอวี่ถงสูดลมหายใจลึก ก่อนเอ่ยเสียงนุ่มแต่หนักแน่น
“ในเมื่อท่านอ๋องไม่อยากแตะต้องเนื้อตัวสตรี เช่นนั้นหม่อมฉันขอเสนอวิธีลดความรังเกียจลง”
จ้าวสี่เย่เหลือบตามองต่ำ เสียงทุ้มต่ำเย็นเยียบเอ่ย “วิธีลดความรังเกียจสตรีอย่างเจ้าหรือ...ไหนว่ามา”
“ท่านอ๋องต้องถูกมัดมือไพล่หลัง และปิดตาเสียเพคะ เพียงเท่านี้ก็ไม่เห็นและไม่ต้องสัมผัสสิ่งที่ท่านไม่ชอบแล้วเห็นด้วยหรือไม่เพคะ”
“เหอะ! เจ้าช่างกล้าคิดนัก หากเจ้าเป็นสายลับแฝงตัวมาข้าคงไม่แคล้วกลายเป็นหมูที่ลงไปนอนบนเขียง”
“โถ่ท่านอ๋อง ท่าทางอย่างหม่อมฉันเนี่ยนะเป็นสายลับได้ แล้วทรงจำไม่ได้หรือว่าหม่อมฉันคือคนที่ตะโกนเสี่ยงชีวิตช่วยเหลือพระองค์ด้วยซ้ำ และนี่เป็นวิธีการเพื่อรักษาพิษอะไรนั่นของท่านมิใช่หรือ ในเมื่อร่างกายไม่ชอบแต่อยากหายจากพิษก็ต้องฝืนหน่อยสิเพคะ”
“เจ้ากล้าสอนข้ารึ”
“มิกล้าหรอกเพคะ”
หลินอวี่ถงอยากเหลือบตามองบนแต่ก็ทำได้แค่คิดในใจเพราะกลัวโดนบุรุษตรงหน้าควักลูกตานางออกมาเสียก่อนเลยทำได้เพียงฝืนยิ้มประจบสอพอสักหน่อย
“ทรงท่องไว้เถิดว่าต้องอดทนเพื่อถอนพิษ เดี๋ยวหม่อมฉันทำให้พระองค์มีความสุขเองไม่ได้ต้องอดทนขนาดนั้นเสียหน่อย”
“...” สายตาที่จ้องมองกลับมาเหี้ยมเกรียมยิ่งกว่าเดิม
นางเผลอกลืนน้ำลาย แต่ยังฝืนเชิดคางขึ้นเล็กน้อย “โปรดวางพระทัยเพคะ แขนเล็กแค่นี้ไม่อาจทำร้ายท่านอ๋องได้หรอก อีกทั้งคนนอกห้องก็ล้วนเป็นคนของพระองค์ หม่อมฉันหนีไปไหนไม่รอดแน่เพคะ ไม่ต้องกลัว”
ร่างสูงขยับเอนหลังพิงหมอน ดวงตาคมลึกกดลงมาราวเหยี่ยว “เอาเถอะ...ข้าไม่เคยกลัวสตรีอ่อนแออย่างเจ้า”
“งั้นก็ดีเพคะ” นางรีบแทรกขึ้น น้ำเสียงหวานปนกล้า “ปล่อยให้หม่อมฉันพิสูจน์ความแซ่บ เอ้ย ความสามารถสักครั้ง...หากสำเร็จท่านย่อมได้ทั้งความสุข ทั้งวิธีแก้พิษไปพร้อมกันแน่นอนเพคะ”
จ้าวสี่เย่หัวเราะในลำคอเบา ๆ คล้ายเย้ยหยันนาง “เจ้าจงรู้ไว้ซะว่าแม้ข้าถูกมัดมือ หากข้าอยากสังหารเจ้า เชือกเหล่านั้นย่อมมิอาจยั้งมือข้าได้”
หัวใจหลินอวี่ถงสะท้านวาบ แต่ในใจแอบคิด อย่างน้อยก็ซื้อเวลาหนีได้บ้างนี่นา... นางยิ้มบางประหนึ่งไม่หวาดหวั่น
“หม่อมฉันรู้เพคะ แต่คืนนี้ขอให้ท่านอ๋องเชื่อในฝีมือหม่อมฉันเถิด”