บทที่สาม ช่วยผ่อนคลายก่อน 18
“ฉะนั้นหน้าที่แรกในคืนนี้คือการที่แม่นางหลินต้องพิสูจน์ว่าตนเองสามารถทำหน้าที่เป็นพาหนะตัวนำยาถอนพิษเข้าร่างกายของท่านอ๋องได้หรือไม่”
“มะ หมายความว่าคืนนี้ข้าต้องเอากับเขาหรือท่านเจ้าคะ ท่านอู๋เจี้ยน”
“วาจาตรงไปตรงมาเกินไปนัก ไม่กระดากปากสตรีอย่างเจ้าเลยรึ”
แหมนั่งเงียบมาตั้งนาน เปิดปากได้ก็ด่ากันเชียวนะอ๋องหน้าหนวด หลินอวี่ถงเหลือบตามองเขาแปบนึงแล้วเก็บสายตากลับมาส่ายหน้าอย่างไม่สะทกสะเทือน “เรื่องธรรมชาติไยต้องอายด้วยเพคะท่านอ๋อง”
“หึ”
ชิ หึทำไม เป็นเมะหึหรืออย่างไร ช่างเหมือนผู้ชายขี้เก๊กในยุคของนางยิ่งนัก หากไม่ติดว่ากลัวตัวเองโดนบั่นคอนะ หลินอวี่ถงพูดแรงได้มากกว่านี้อีก โทษฐานทำให้นางเครียดจนจะบ้าตายหลายรอบต่อวันตั้งแต่ทะลุมิติมาโผล่ที่นี่
“เอ่อ ความจริงแล้วคืนนี้แม่นางหลินไม่จำเป็นต้องถึงขนาด...เอ่อ...เอา อืม ขนาดเสพสังวาสกัน เพียงลองใกล้ชิดกับท่านอ๋องดูก่อน ดูว่าพระองค์รังเกียจแม่นางหรือไม่ก็พอ”
“อ้อ สรุปทั้งหมดที่ท่านพูดมาคือหน้าที่ของข้าแลกกับการไว้ชีวิตข้าคือเอากับเจ้านายท่านเพื่อช่วยถอนพิษ หากสำเร็จข้ารอดหากไม่สำเร็จข้าตายใช่หรือไม่”
“ใช่ สรุปตามแม่นางบอก”
“แล้วบอกได้หรือไม่ว่าต้องเอากี่รอบหรือ รอบเดียวพอหรือไม่”
“...”
บุรุษในห้องนี้ทั้งเจ้านายและลูกน้องพากันหน้าแดง ก้มหน้าหลบตานางมองปลายเท้ากันเกือบหมดยกเว้นจ้าวสี่เย่ที่คงจะทนฟังวาจาตรงไปตรงมาต่อไปไม่ไหวเลยชักดาบที่วางอยู่บนโต๊ะข้างกายออกมาจากฝัก ปลายด้านคมทาบลงมาบนลำคอเรียวระหงของสตรีวาจาแปลกประหลาดหน้าหนายิ่งกว่าบุรุษเสเพลตรงหน้า
“...”
ตึกตัก ตึกตัก
หลินอวี่ถงหัวใจเต้นรัวจนแทบกระโดดออกมาจากอก กะพริบตาปริบ ๆ มองคมดาบสลับกับเจ้าของดาบด้วยความหวาดกลัวสุดหัวใจ
ท่าทีของเขาจริงจังทำให้หญิงสาวรู้ซึ้งแล้วว่าต่อจากนี้นางต้องระวังปากมากขึ้นแบบทวีคูณ
เขาไม่ใช่คนที่นางควรโต้เถียงด้วย
“มะ หม่อมฉันขออภัยที่พูดตรงเกินไป เอ่อ อย่าทรงกริ้วเลยเพคะ เดี๋ยวท่านจะไม่มีคนช่วยถอนพิษนะเพคะ แฮ่ ๆ”
หลิวอวี่ถงค่อยขยับตัวเอาลำคอตัวเองออกจากปลายคมดาบอย่างเชื่องช้า
“...”
พรู่ว...
ในที่สุดก็เก็บอาวุธอันตรายไปสักที
ภายในห้องเงียบสงัดจนได้ยินเสียงลมหายใจของทุกอู๋เจี้ยนที่ชี้แจงทุกอย่างจบลงแล้วถอยไปข้างหลัง
“กระหม่อมทูลชี้แจงทุกอย่างครบถ้วนแล้วพ่ะย่ะค่ะ กระหม่อมถวายบังคมทูลลา”
สายตาของหลินอวี่ถงพลันสะดุ้งเฮือกเมื่อลูกน้องของเขาพากันเดินออกจากห้องนี้กันหมด นางเหลือบกลับไปบุรุษหน้าหนวดผู้นั่งนิ่งอยู่บนตั่งหลังจากวางดาบเอาไว้ที่เดิม
เขาไม่ต้องขยับกายแม้แต่น้อยก็แผ่แรงกดดันออกมาจนทั้งห้องอึดอัดล้น ขนคอของนางลุกซู่ด้วยเพียงแววตาคมเข้มที่จับจ้องมาเหมือนคมดาบที่กำลังเล็งมาที่นาง
คือตกลงวันนี้นางจะต้องพิสูจน์ว่านางมีประโยชน์ต่อการถอนพิษเขาหรือไม่
ว่าแต่เขาไม่ชอบสตรีเพราะอะไรกันนะไยไม่มีใครบอกข้อมูลอะไรเลย
ตอนนี้ไม่รู้ว่าบุรุษผู้นี้มีปมในใจทำให้ไม่ชอบสตรี หรือจริง ๆ แล้วเขาเป็นพวกรักใคร่นิยมเพศเดียวกันก็ไม่อาจรู้ได้
ยิ่งคิดยิ่งรู้สึกอับจนหนทาง แต่นางรู้เพียงอย่างเดียวว่าหากฝืนทำตามที่พวกเขาเคยทำมาผลลัพธ์คงไม่ต่างจากสตรีที่จบชีวิตไปก่อนหน้า
นางสูดหายใจลึก พยายามบังคับเสียงตัวเองให้มั่นคงที่สุดเท่าที่จะทำได้ก่อนพูด
“ท่านอ๋องเพคะ” นางเอ่ยขึ้น “หม่อมฉันรู้ว่าพระองค์เพิ่งกลับจากศึก คงมีความเหน็ดเหนื่อยและความเครียดสะสมอยู่ไม่น้อย…หากพระองค์ทรงไม่รีบร้อน หม่อมฉันขอเสนอตัวเองช่วยพระองค์ผ่อนคลายก่อนดีหรือไม่เพคะ”
สายตาคมตวัดขึ้นมอง นิ่งเงียบชั่วครู่ “ผ่อนคลายรึ?” เสียงต่ำทุ้มก้องไปทั่วห้อง “เจ้าคิดจะทำสิ่งใดกันแน่”
หลินอวี่ถงกลืนน้ำลายฝืดคอ “หม่อมฉันเพียงจะช่วยพระองค์สรงน้ำ นวดพระวรกาย และช่วยโกนหนวดให้ท่านอ๋องหายอึดอัดก่อนเพคะ ท่านอ๋องจะได้ผ่อนคลายก่อนที่จะทำการพิสูจน์ว่าร่างกายพวกเราเข้ากันได้หรือไม่”
ชายหนุ่มเคราเฟิ้มขยับตัวเล็กน้อย แต่สายตาแข็งกร้าวยังไม่สร่างคลาย “ไม่จำเป็นต้องเสียเวลาเช่นนั้นเพียงเจ้าขึ้นเตียงก็เพียงพอ ข้าจะพิสูจน์ต่อจากนั้นเอง”
คำตอบนั้นทำให้หลินอวี่ถงหัวใจหล่นวูบ ไม่สิ ถ้าเป็นเช่นนั้น นางต้องตายแน่! ความคิดพรั่งพรูในหัว ร่างกายเขาต่อต้านสตรีมาตลอด ขืนยังทำแบบเดิม ผลย่อมไม่ต่างจากสตรีที่ถูกฆ่าตายไปแล้ว
“ท่านอ๋อง โปรดฟังหม่อมฉันก่อนเถิดเจ้าค่ะ” น้ำเสียงสั่นแต่เต็มไปด้วยความกล้า “หากพระองค์ทำเช่นเดียวกับที่ผ่านมา ผลย่อมไม่เปลี่ยนไม่ว่าจะเป็นผู้ใด พระองค์ไม่ทรงอยากรักษาพิษของตนเองหรือเพคะ”