บท
ตั้งค่า

บทที่ 3: บุปผางามในงานเลี้ยงหลวง

บทที่ 3: บุปผางามในงานเลี้ยงหลวง

สามวันผ่านไปหลังจากเหตุการณ์ยาพิษ บรรยากาศในจวนอ๋องยังคงอึมครึม แต่สำหรับฉัน... นี่คือช่วงเวลาแห่งการ 'เตรียมรบ'

วันนี้คือวันเฉลิมพระชนมพรรษาของไทเฮา ซึ่งในพล็อตเดิมที่ฉันเขียนไว้ นี่คือ "จุดหายนะ" ครั้งใหญ่ที่สุดของไป๋เยว่ฉือ นางจะสวมชุดสีแดงสดที่ดูราคาถูก เมามายอาละวาดเพราะหึงหวงเย่เสวียนเยว่ และถูกไทเฮาสั่งโบยต่อหน้าธารกำนัลจนชื่อเสียงป่นปี้ไม่มีชิ้นดี

"คุณหนู... จะใส่ชุดสีแดงเพลิงตัวนี้จริงๆ หรือเจ้าคะ?" อาฝูถามเสียงอ่อย ในมือถือชุดไหมปักดิ้นทองที่ดูลิเกสุดๆ

ฉันมองชุดนั้นแล้วส่ายหน้า "เอาไปเผาทิ้งซะ อาฝู... ไปเอาชุดผ้าไหมสีน้ำเงินเข้มปักลายเมฆาที่ท่านแม่เคยให้ข้าไว้ออกมา"

"สีน้ำเงิน? แต่คุณหนูไม่ชอบสีทึบ..."

"คนเราเปลี่ยนกันได้ อาฝู วันนี้ข้าไม่ได้ไปเพื่อเป็น 'ตัวตลก' ของใคร แต่ข้าจะไปเพื่อทวงคืนที่ยืนของข้า"

...

ณ พระราชวังหลวง

รถม้าของจวนอ๋องจอดเทียบหน้าประตูวัง บรรยากาศรอบด้านเต็มไปด้วยขุนนางและเหล่าคุณหนูตระกูลใหญ่ที่แต่งกายประชันโฉมกันอย่างเต็มที่

ทันทีที่เย่เสวียนเยว่ก้าวลงจากรถม้า เสียงซุบซิบก็ดังขึ้นเซ็งแซ่ เขาดูสง่างามและน่าเกรงขามในชุดเต็มยศสีดำขลิบเงิน ใบหน้าเย็นชาไร้อารมณ์ ทว่าสายตาของเขากลับเหลือบมองมาที่ประตูรถม้า คล้ายกำลังรอดูว่า 'สตรีวิปลาส' คู่หมั้นของเขาจะสร้างเรื่องอะไรอีก

ฉันก้าวลงจากรถม้าอย่างเชื่องช้า ท่วงท่าสง่างามราวกับฝึกมานับพันครั้ง

วินาทีที่ปลายเท้าแตะพื้น เสียงซุบซิบเงียบกริบลงทันตา

ฉันสวมอาภรณ์สีน้ำเงินเข้มขับผิวขาวผ่องให้ดูราวกับหยกเนื้อดี ผมยาวสลวยถูกเกล้าครึ่งศีรษะปักปิ่นหยกขาวเพียงชิ้นเดียว ไร้ซึ่งเครื่องประดับระย้าที่ดูรกรุงรัง ใบหน้าที่เคยแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางหนาเตอะ วันนี้กลับดูเกลี้ยงเกลา เผยเครื่องหน้าคมคายที่แท้จริง

เย่เสวียนเยว่ชะงักไปครู่หนึ่ง ดวงตาสีรัตติกาลฉายแววประหลาดใจวูบหนึ่งก่อนจะเลือนหายไป

"วันนี้เจ้าดู... ผิดหูผิดตา" เขาเอ่ยเสียงเรียบ

"ข้าเพียงแต่ไม่อยากให้ท่านอ๋องต้องอับอายที่มีคู่หมั้นรสนิยมต่ำต้อยเพคะ" ฉันย่อกายเคารพเขาอย่างนอบน้อม รักษาระยะห่างอย่างพอดี ไม่พุ่งเข้าไปกอดแขนเหมือนบทเดิม

มุมปากของเย่เสวียนเยว่กระตุกเล็กน้อย... ดูเหมือนเขาจะไม่ชินกับการที่ฉัน 'เมิน' เขา

เราเดินเข้าสู่ท้องพระโรงพร้อมกัน สายตานับร้อยคู่จับจ้องมาที่ฉัน ทั้งดูแคลน สงสัย และริษยา โดยเฉพาะ 'องค์หญิงเฟยหยาง' น้องสาวต่างมารดาของฮ่องเต้ที่แอบหลงรักเย่เสวียนเยว่มาตลอด

"ตายจริง... นั่นคุณหนูไป๋หรือนี่?" องค์หญิงเฟยหยางเดินเข้ามาขวางทาง แสร้งเอามือป้องปาก "ข้านึกว่าวิญญาณบรรพบุรุษเข้าสิงเจ้าเสียอีก ได้ข่าวว่าเพิ่งจะวางยาน้องสาวตัวเองไปมิใช่หรือ? ไฉนจึงกล้าแบกหน้ามางานมงคลของไทเฮาได้"

คำพูดนั้นจงใจพูดเสียงดังเพื่อให้ทุกคนได้ยิน เฉินซิงอวี๋ที่ยืนอยู่ด้านหลังองค์หญิงแสร้งทำหน้าเศร้า ก้มหน้าลงต่ำเพื่อเรียกคะแนนสงสาร

ในพล็อตเดิม ไป๋เยว่ฉือจะกรีดร้องและด่าทอกลับ แต่ครั้งนี้... ฉันคือ 'ผู้สร้าง' ฉันรู้จุดอ่อนของยัยองค์หญิงนี่ดีที่สุด!

ฉันยิ้มละไม ตอบกลับด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลแต่กังวาน "ถวายบังคมองค์หญิงเฟยหยางเพคะ... เรื่องข่าวลือก็เหมือนลมพัดผ่าน ย่อมมีทั้งจริงและเท็จ แต่สิ่งที่จริงแท้คือพระวรกายขององค์หญิงดูซูบผอมลงนะเพคะ ช่วงนี้ 'ตำหนักเย็นท้ายวัง' คงลมแรงกระมัง ฝุ่นผงจึงเข้าตาจนมองเห็นสิ่งใดก็ขัดเคืองไปเสียหมด"

เกิดเสียงฮือฮาดังลั่น!

ทุกคนรู้ดีว่าองค์หญิงเพิ่งถูกฮ่องเต้ตำหนิและสั่งกักบริเวณ (คล้ายส่งไปตำหนักเย็นชั่วคราว) เรื่องแอบลักลอบส่งจดหมายรักให้แม่ทัพชายแดน แต่ไม่มีใครกล้าพูดออกมาตรงๆ

ใบหน้าขององค์หญิงแดงก่ำด้วยความอับอายและความโกรธ "เจ้า! เจ้ากล้าดี..."

"พอได้แล้ว" เสียงทรงอำนาจของเย่เสวียนเยว่ดังขึ้นขัดจังหวะ เขาก้าวมายืนบังหน้าฉันไว้เล็กน้อย ปกป้องฉันจากสายตาอาฆาตขององค์หญิง "งานเลี้ยงจะเริ่มแล้ว อย่าให้เสียฤกษ์"

เขาไม่ได้ปกป้องฉันเพราะรัก แต่เขาปกป้อง 'หน้าตา' ของจวนอ๋อง แต่แค่นั้นก็เพียงพอให้ฉันเห็น [ ระบบแจ้งเตือน: ความสนใจจากเย่เสวียนเยว่ +5 ]

...

ช่วงไฮไลท์ของงานมาถึง คือการถวายของขวัญแด่ไทเฮา

เฉินซิงอวี๋ถวายภาพวาดพระโพธิสัตว์ที่นางวาดเอง เรียกเสียงชื่นชมในความกตัญญูและความสามารถ (แน่นอนว่าฉันเขียนให้นางวาดรูปเก่ง)

ถึงตาของฉัน... สายตาเย้ยหยันกลับมาอีกครั้ง ทุกคนรู้ว่าไป๋เยว่ฉือไร้ความสามารถ ดีแต่ใช้เงิน

ฉันก้าวออกมาหน้าพระที่นั่ง คุกเข่าถวายกล่องไม้จันทน์เรียบง่าย

"ทูลไทเฮา... หม่อมฉันทราบว่าช่วงนี้พระองค์ทรงมีอาการปวดพระเศียรเมื่ออากาศเปลี่ยน และมักจะบรรทมไม่สนิท หม่อมฉันจึงปรุง 'เครื่องหอมสมุนไพรเก้าบุปผา' มาถวายเพคะ"

ไทเฮาเลิกคิ้ว "เจ้าปรุงเองรึ? ข้าไม่ยักรู้ว่าคุณหนูไป๋มีความรู้เรื่องยา"

"หม่อมฉันโง่เขลา แต่อยากแบ่งเบาความทุกข์ของพระองค์ จึงเพียรศึกษาจากตำราเก่าแก่ของตระกูลเพคะ" ฉันโกหกหน้าตาย (จริงๆ คือฉันรู้สูตรนี้เพราะฉันเป็นคนแต่งเรื่องอาการป่วยของไทเฮาเอง!)

เมื่อมหาขันทีนำเครื่องหอมไปเปิด กลิ่นหอมเย็นสดชื่นก็ฟุ้งกระจายไปทั่วท้องพระโรง เพียงแค่ได้กลิ่น ไทเฮาก็แย้มสรวลออกมา "หอมมาก... ข้ารู้สึกโล่งจมูกขึ้นมาทันที ดี! ดีมาก!"

[ ระบบ: ภารกิจกู้ชื่อเสียงสำเร็จ! คะแนนพล็อต +20 ] [ ปลดล็อค: สายตาชื่นชมจากฮ่องเต้ ]

ฉันลุกขึ้นยืน เตรียมจะกลับไปนั่งที่เดิม แต่จังหวะนั้นเองที่สายตาปะทะเข้ากับเย่เสวียนเยว่ เขามองฉันด้วยสายตาที่อ่านยากยิ่งกว่าเดิม มันไม่ใช่ความรังเกียจอีกต่อไป แต่มันคือ 'ความสงสัยใคร่รู้' ที่เจือด้วยความระแวง

"เจ้าไปหัดทำของพวกนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่?"เขากระซิบถามเมื่อฉันนั่งลงข้างๆ

ฉันหันไปสบตาเขา ยิ้มมุมปากอย่างท้าทาย "มีความลับอีกมากมายที่ท่านอ๋องยังไม่รู้เกี่ยวกับตัวข้า... อย่าเพิ่งรีบตัดสินข้าเร็วนักสิเพคะ"

เย่เสวียนเยว่หรี่ตาลง เขาก้มลงมากระซิบที่ข้างหูฉัน ลมหายใจอุ่นๆ รดต้นคอ "ดี... เช่นนั้นคืนนี้ ข้าจะไปพิสูจน์ 'ความลับ' ของเจ้าที่ห้อง... ด้วยตัวเอง"

มือของฉันกำชายกระโปรงแน่น... 'เดี๋ยวนะอีตาท่านอ๋อง! บทคืนนี้มันไม่มีในสคริปต์นะเว้ย!'

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel