บทย่อ
ไป๋เยว่ฉือ นักเขียนนิยายออนไลน์ชื่อดัง ตื่นขึ้นมาพบว่าตัวเองหลุดเข้ามาอยู่ในนิยายเรื่องล่าสุดที่ยังเขียนไม่จบ! แต่โชคร้ายที่เธอไม่ได้เป็นนางเอกผู้แสนดี แต่กลับมาอยู่ในร่างของ 'คุณหนูไป๋' คู่หมั้นตัวร้ายที่กำลังจะถูก 'เย่เสวียนเยว่' ท่านอ๋องผู้เย็นชาสั่งประหารในข้อหาลอบสังหารนางเอกต้นฉบับ เพื่อเอาชีวิตรอดในโลกที่มีแต่ศัตรู เยว่ฉือจึงต้องใช้ความรู้จาก 'พล็อตเรื่อง' ที่เธอเป็นคนสร้างดักทางทุกคน และพยายามยกเลิกการหมั้นหมายเพื่อหนีไปใช้ชีวิตสโลว์ไลฟ์ ทว่ายิ่งเธอพยายามถอยห่าง ท่านอ๋องจอมมารกลับยิ่งสงสัย และเริ่มเข้าหาเธอด้วยท่าทีที่เปลี่ยนไป จากคู่หมั้นที่เขาเคยชิงชัง กลับกลายเป็นสตรีเพียงคนเดียวที่กุมความลับและหัวใจของเขาเอาไว้... ท่ามกลางสงครามชิงบัลลังก์และระบบนิยายที่พยายามจะดึงพล็อตกลับไปสู่จุดจบเดิม ไป๋เยว่ฉือจะเปลี่ยนชะตาตัวเองได้หรือไม่? หรือเธอจะต้องพ่ายแพ้ให้กับความคลั่งรักของตัวร้ายที่เธอสร้างมากับมือ!
บทที่ 1: ลืมตาในรอยหมึก
บทที่ 1: ลืมตาในรอยหมึก
ความรู้สึกแรกคือกลิ่น... มันไม่ใช่กลิ่นยาฆ่าเชื้อในโรงพยาบาลที่ฉันคุ้นเคยก่อนสติจะดับวูบ แต่เป็นกลิ่นหอมจางๆ ของไม้กฤษณาที่อบอวลอยู่ในอากาศ ผสมกับกลิ่นคาวเลือดที่ทำให้กระเพาะอาหารมวนจนอยากจะอาเจียน
"ไป๋เยว่ฉือ... เจ้าแสร้งสลบไสลไปก็ไร้ประโยชน์ ในเมื่อกล้าลงมือสังหารซิงอวี๋ เจ้าก็ต้องกล้ารับผิดชอบด้วยชีวิต!"
เสียงทุ้มต่ำที่เย็นยะเยียบราวกระบี่ที่เพิ่งถอนออกจากฝักน้ำแข็งดังขึ้นข้างใบหู ฉันพยายามปรือตาที่หนักอึ้งขึ้น ภาพที่เห็นคือเพดานไม้แกะสลักลวดลายวิจิตร และเงาร่างสีดำสายหนึ่งที่ยืนค้ำหัวฉันอยู่
วินาทีที่สายตาโฟกัสได้ชัดเจน หัวใจของฉันแทบจะหยุดเต้น
บุรุษตรงหน้าสวมอาภรณ์สีนิลเดินดิ้นทองคำ ใบหน้าของเขาหล่อเหลาราวกับภาพวาดที่สวรรค์ตั้งใจรังสรรค์ ผิวขาวซีดรับกับเส้นผมสีเงินยวงที่ทิ้งตัวยาวถึงบั้นเอว และที่โดดเด่นที่สุดคือ ปานแดงรูปจันทร์เสี้ยว เล็กๆ ที่หางตาข้างซ้าย...
เขามองมาที่ฉันด้วยดวงตาคมกริบสีรัตติกาลที่เต็มไปด้วยความรังเกียจชิงชัง
‘เดี๋ยวนะ... ผมสีเงิน? ปานแดงจันทร์เสี้ยว? จิ่วอ๋อง เย่เสวียนเยว่?’
สมองของฉันประมวลผลอย่างบ้าคลั่ง นี่มันตัวร้ายจากนิยายเรื่อง ‘บุปผาร่วงโรยที่วังบูรพา’ นิยายที่ฉันเพิ่งปั่นตอนล่าสุดจบก่อนจะหัวใจวายคากองต้นฉบับไม่ใช่หรือไง!
"ท่านอ๋อง... ได้โปรดเมตตา คุณหนูเพียงแค่..." เสียงสั่นเครือของเด็กสาวคนหนึ่งดังขึ้นข้างเตียง เธอคือ อาฝู สาวใช้ผู้ซื่อสัตย์ที่ฉันเขียนให้มีจุดจบถูกโบยจนตายเพื่อปกป้องเจ้านายโฉด
"เมตตา? นางวางยาพิษในน้ำชาของซิงอวี๋ หากข้าไปไม่ทัน ป่านนี้นางเอกของข้าจะเป็นเช่นไร!"
เย่เสวียนเยว่แค่นยิ้มเหี้ยมเกรียม เขาเอื้อมมือหนามาบีบคอฉันทันทีที่ฉันเริ่มขยับตัว แรงบีบนั้นมหาศาลจนฉันเริ่มหายใจไม่ออก ใบหน้าหล่อเหลานั้นโน้มลงมาใกล้จนปลายจมูกแทบชนกัน
"ไป๋เยว่ฉือ... ข้าเตือนเจ้าแล้วว่าอย่าล้ำเส้น สัญญาหมั้นหมายระหว่างสองตระกูลไม่ใช่โล่คุ้มภัยของเจ้าอีกต่อไป"
‘บ้าจริง! นี่มันฉากเปิดตัวนางร้ายที่ต้องถูกส่งเข้าคุกใต้ดินนี่นา!’ ในฐานะคนแต่ง ฉันรู้ดีว่าหลังจากนี้ไป๋เยว่ฉือจะถูกขังและถูกทรมานจนตายในอีกสามตอนข้างหน้า เพื่อเปิดทางให้พระเอกและนางเอกครองรักกันอย่างมีความสุข
ไม่ได้การ... ฉันจะมาตายในนิยายที่ตัวเองเขียนไม่ได้!
ฉันรวบรวมเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิด มือที่สั่นเทาเอื้อมไปจับข้อมือหนาของเขาไว้ ดวงตาของฉันจ้องลึกเข้าไปในตาของจอมมารที่กำลังจะฆ่าฉัน
"ทะ...ท่านอ๋อง..." เสียงของฉันแหบพร่า "ท่านคิดว่า... ถ้าข้าตาย... ใครจะบอกท่าน... ว่าศพของท่านแม่ท่าน... จริงๆ แล้วถูกซ่อนอยู่ที่ใด?"
มือหนาที่บีบคอฉันชะงักกึก แรงบีบค่อยๆ คลายออกทันที ดวงตาของเย่เสวียนเยว่เบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย รังสีฆ่าฟันที่แผ่ออกมาเมื่อครู่เปลี่ยนเป็นความสงสัยและระแวดระวังอย่างรวดเร็ว
เรื่องศพของมารดาเย่เสวียนเยว่ คือปมใหญ่ที่สุดที่ฉันวางไว้ในตอนที่ 300 ของเรื่อง ซึ่งในตอนนี้... ไม่มีใครในโลกนี้รู้เรื่องนี้นอกจากฉันที่เป็นคนเขียน!
"เจ้าพูดว่าอะไรนะ?" เขาเค้นเสียงถาม แรงกดดันมหาศาลทำเอาอาฝูที่นั่งคุกเข่าอยู่ถึงกับเป็นลมล้มพับไป
ฉันพยายามสูดอากาศเข้าปอดพลางยิ้มบางๆ ที่มุมปาก แม้จะเจ็บคอจนแทบขาดใจ "ข้ารู้... มากกว่าที่ท่านคิด เย่เสวียนเยว่... ถ้าอยากรู้... ก็จงไว้ชีวิตข้าเสีย"
จอมมารนิ่งเงียบไปชั่วอึดใจ ความเงียบในห้องกดดันจนแทบได้ยินเสียงหัวใจตัวเองเต้น เขาจ้องหน้าฉันราวกับจะค้นหาความจริง แต่สิ่งที่เขาพบมีเพียงแววตาของหญิงสาวคนใหม่ที่ไม่ได้โง่เขลาและบ้าคลั่งรักเขาเหมือนแต่ก่อน
"ไป๋เยว่ฉือ... เจ้าเปลี่ยนไป" เขาปล่อยมือจากคอฉันแล้วสะบัดแขนเสื้ออย่างแรง "ข้าจะให้เจ้ามีชีวิตอยู่ต่ออีกสักพัก แต่อย่าคิดว่าจะหนีไปไหนได้ ตราบใดที่ข้ายังไม่ได้สิ่งที่ต้องการ... เจ้าคือ 'นักโทษ' ของข้า ไม่ใช่คู่หมั้น!"
เขาสั่งการด้วยเสียงอันดังให้ทหารเฝ้าหน้าห้องอย่างเข้มงวด ก่อนจะเดินจากไปโดยไม่หันกลับมามอง
ฉันทิ้งตัวลงบนหมอนอย่างหมดแรง เหงื่อเย็นๆ ผุดพรายทั่วแผ่นหลัง
‘รอดไปได้หนึ่งฉาก...’ ฉันคิดในใจ พลางมองเพดานไม้แกะสลักอย่างปลงตก
‘แต่ทางข้างหน้ายังมีอีก 499 ตอน... ไป๋เยว่ฉือเอ๋ย ชีวิตใหม่ในรอยหมึกของเจ้านี่มันช่าง... เร้าใจจริงๆ!’

