บทที่ 4: อาคันตุกะยามวิกาลกับความทรงจำที่หายไป
บทที่ 4: อาคันตุกะยามวิกาลกับความทรงจำที่หายไป
ดวงจันทร์ลอยเด่นอยู่กลางท้องฟ้ารัตติกาล แสงนวลสาดส่องลงมากระทบหลังคากระเบื้องเคลือบของจวนตระกูลไป๋ แต่สำหรับข้า... ค่ำคืนนี้ช่างยาวนานและน่าหวาดหวั่นยิ่งนัก
"คุณหนูเจ้าคะ ท่านอ๋องจะเสด็จมาจริงๆ หรือเจ้าคะ?" อาฝูกระซิบถามพลางจุดเทียนในห้องให้สว่างไสว นางดูตื่นเต้นแกมหวาดกลัว "บ่าวเตรียมน้ำชาและขนมกุ้ยฮวาไว้แล้ว..."
"เขาไม่ได้มากินขนมแน่อาฝู" ข้าถอนหายใจ พลางเดินวนไปวนมาหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง "เขามาเพื่อ... จับผิด"
คำขู่ทิ้งท้ายในงานเลี้ยงไม่ใช่เรื่องล้อเล่น เย่เสวียนเยว่คือตัวละครประเภท 'พูดจริงทำจริง' และถ้าเขาบอกว่าจะมา 'พิสูจน์ความลับ' เขาก็จะมา และอาจจะมาในรูปแบบที่ข้าไม่ทันตั้งตัว
"เจ้าไปนอนเถอะ อาฝู ห้ามใครเข้ามาในเรือนนี้เด็ดขาด" ข้าสั่งเสียงเข้ม
เมื่อสาวใช้คนสนิทถอยออกไป ความเงียบก็เข้าปกคลุม ข้าตัดสินใจไม่เปลี่ยนชุดนอน แต่ยังคงสวมชุดคลุมตัวยาวที่ดูมิดชิด นั่งรออยู่ที่โต๊ะน้ำชา พยายามทบทวนพล็อตนิยายในหัวเพื่อหาทางหนีทีไล่
ก๊อก... ก๊อก...
เสียงเคาะเบาๆ ดังขึ้นที่... หน้าต่าง?
ข้าสะดุ้งสุดตัว หันขวับไปมองบานหน้าต่างไม้แกะสลักที่ถูกแง้มออกช้าๆ ลมราตรีพัดกรูเข้ามาพร้อมกับกลิ่นอายสังหารจางๆ และร่างสูงโปร่งในชุดสีดำสนิทที่กลมกลืนกับความมืด
เย่เสวียนเยว่ก้าวเข้ามาในห้องนอนหญิงสาวราวกับเดินเล่นในสวนหลังบ้าน
"ประตูใหญ่มีให้เข้า แต่ท่านอ๋องกลับเลือกปีนหน้าต่าง... ช่างสมกับฉายา 'พยัคฆ์ทมิฬ' ที่เล่าลือกันจริงๆ" ข้าเอ่ยทักทายด้วยน้ำเสียงที่พยายามบังคับไม่ให้สั่น จิบน้ำชาเพื่อกลบเกลื่อนความประหม่า
เขายกยิ้มมุมปาก... รอยยิ้มที่ไปไม่ถึงดวงตา
"ข้าบอกแล้วว่าจะมาพิสูจน์ความลับ การเข้าทางประตูอาจจะทำให้... เจ้าไหวตัวทันแล้วสร้างภาพลวงตาขึ้นมาอีก"
ร่างสูงเดินย่างสามขุมเข้ามาหาข้า ทุกย่างก้าวเงียบกริบจนน่าขนลุก เขาหยุดยืนที่อีกฝั่งของโต๊ะน้ำชา ดวงตาสีรัตติกาลจ้องมองข้าราวกับจะทะลุเข้าไปถึงวิญญาณ
"สูตรเครื่องหอมนั่น... เจ้าไปได้มาจากไหน?" เขาถามเข้าประเด็นทันที
"ข้าทูลไทเฮาไปแล้ว ว่าศึกษาจากตำรา..."
ปัง!
ฝ่ามือหนาตบลงบนโต๊ะเบาๆ แต่แฝงด้วยพลังปราณที่ทำให้ถ้วยน้ำชาของข้าเกิดรอยร้าว
"อย่ามาโกหกข้า! ไป๋เยว่ฉือ!" น้ำเสียงของเขากดต่ำลงจนน่ากลัว "สูตรยาสมุนไพรเก้าบุปผา เป็นสูตรลับของ 'หมอเทวดาแซ่ฮวา' ที่สาบสูญไปเมื่อยี่สิบปีก่อน ตำราของตระกูลไป๋ไม่มีทางบันทึกไว้ และคนโง่เขลาอย่างเจ้า... ไม่มีทางปรุงมันได้ภายในข้ามคืน!"
ข้าลอบกลืนน้ำลาย... พลาดแล้ว! ข้าลืมไปว่าในนิยาย ข้าเขียนให้หมอเทวดาคนนั้นเป็นตัวละครลับที่มีบทบาทในภาคหลัง แต่ดันเอาความรู้นั้นมาใช้เร็วเกินไป!
"ข้า..." สมองของข้าหมุนจี๋ "ข้าไปเจอมันซ่อนอยู่ใน... สมุดบันทึกเก่าๆ ของท่านแม่ข้า"
"แม่เจ้า?" เย่เสวียนเยว่หรี่ตาลง เขาเดินอ้อมโต๊ะเข้ามาประชิดตัวข้าอย่างรวดเร็ว จนข้าต้องถอยหลังไปชนกับตู้เสื้อผ้า
เขาใช้แขนข้างหนึ่งยันตู้ไว้ กักขังข้าให้อยู่ในอาณาเขตของเขา (ท่า Kabedon ในตำนาน!) ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงมาจนลมหายใจอุ่นๆ รดรินหน้าผากข้า
"งั้นข้าขอถามอีกข้อ..." ดวงตาของเขาวาวโรจน์ขึ้นด้วยความสงสัย "ถ้าเจ้าคือไป๋เยว่ฉือตัวจริง... เจ้าจำได้หรือไม่ว่า 'คืนวันสารทจีนเมื่อสิบปีก่อน' เจ้าให้อะไรไว้กับข้า?"
ข้าชะงักกึก... สมองว่างเปล่า
‘เดี๋ยวนะ... สารทจีนสิบปีก่อน? ในนิยายข้าเขียนว่าพระเอกกับนางร้ายเจอกันครั้งแรกตอนโตแล้วไม่ใช่เหรอ? ตอนเด็กพวกเขาไม่เคยเจอกันนี่นา!’
"ข้า..." เหงื่อเย็นเริ่มซึมตามไรผม "ข้า... จำไม่ได้ มันนานมากแล้ว"
"โกหก!"
เย่เสวียนเยว่ตะคอกเสียงดังจนข้าสะดุ้ง เขาคว้าข้อมือข้าขึ้นมา บีบแน่นจนเจ็บ
"เจ้าจำไม่ได้... เพราะเจ้า 'ไม่เคย' ให้สิ่งนั้นกับข้า หรือเจ้าจำไม่ได้... เพราะเจ้า 'ไม่ใช่' ไป๋เยว่ฉือคนเดิมกันแน่!"
[ ระบบแจ้งเตือน : เกิดข้อผิดพลาดของพล็อต! (Plot Error) ] [ ตรวจพบ : เนื้อเรื่องส่วนที่นักเขียน 'ไม่ได้เขียน' (Hidden Background) กำลังทำงาน ]
เสียงแจ้งเตือนของระบบดังรัวในหัวข้า หน้าต่างสีแดงกระพริบเตือนถี่ๆ
‘นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน! เนื้อเรื่องส่วนที่ไม่ได้เขียนงั้นเหรอ? โลกนี้มันเติมเต็มช่องว่างของพล็อตเองงั้นสิ!’
ข้าเงยหน้ามองเขา พยายามตั้งสติ สถานการณ์ตอนนี้อันตรายถึงชีวิต หากเขารู้ว่าข้าเป็นวิญญาณสวมรอย เขาอาจจะเชิญนักพรตมาปัดรังควานหรือฆ่าข้าทิ้งเดี๋ยวนี้เลย
"ท่านอ๋อง..." ข้าตัดสินใจใช้ไม้อ่อน ดวงตาเริ่มมีน้ำตาคลอเบ้า (สกิลการแสดงระดับออสการ์ต้องมา) "ที่ข้าจำไม่ได้... เพราะตอนนั้นข้ายังเด็กมาก และหลังจากที่ท่านแม่เสีย... ความทรงจำวัยเด็กของข้าก็เลือนรางไปหมด ท่านจะโทษข้าที่ข้าลืมอดีตอันเจ็บปวดงั้นหรือ?"
เย่เสวียนเยว่ชะงักไปเมื่อเห็นน้ำตาของข้า แววตาแข็งกร้าวเมื่อครู่อ่อนลงวูบหนึ่ง
"ลืมงั้นรึ..." เขาพึมพำ ปล่อยข้อมือข้าช้าๆ แต่ยังคงจ้องหน้าข้าไม่วางตา "ดี... ถ้าเจ้าลืม ข้าจะเตือนความจำให้"
เขาล้วงมือเข้าไปในอกเสื้อ หยิบสิ่งของชิ้นหนึ่งออกมา มันคือ... 'ถุงหอมเก่าๆ ที่ปักลายเป็ดน้ำคู่' (ซึ่งดูเหมือนเป็ดป่วยมากกว่า)
"เจ้าให้สิ่งนี้กับข้า ในวันที่ข้าหนีการตามล่าและไปหลบอยู่ในสวนของตระกูลไป๋ เจ้าเป็นคนช่วยทำแผลให้ข้าและให้ถุงหอมนี้ไว้เพื่อกันภูตผี..."
ข้าเบิกตากว้าง... ‘เฮ้ย! นี่มันพล็อตละครหลังข่าวชัดๆ แต่ข้าไม่ได้เป็นคนเขียนโว้ยยย!’
"แต่สิ่งที่เจ้าไม่รู้..." เย่เสวียนเยว่ขยับเข้ามาใกล้ขึ้นอีก จนริมฝีปากแทบจะแตะใบหูข้า เสียงกระซิบของเขาทำให้ขนลุกซู่ "คือในถุงหอมนั้น... มี 'กระดาษข้อความ' ซ่อนอยู่... ข้อความที่เจ้าเขียนว่า 'โตขึ้นข้าจะเป็นเจ้าสาวของพี่ชายเอง' "
เขาถอยหน้าออกมาสบตาข้าอีกครั้ง มุมปากยกยิ้มร้ายกาจ
"ไหนเจ้าลองบอกข้าซิ... ว่าลายมือในกระดาษแผ่นนั้น กับลายมือที่เจ้าใช้เขียนเทียบยาสมุนไพรเก้าบุปผา... ทำไมมันถึง 'ไม่เหมือนกัน' แม้แต่นิดเดียว?"
ตู้ม!
เหมือนระเบิดลงกลางหัวข้า เขาไม่ได้แค่สงสัยเรื่องยา แต่เขาตรวจสอบลายมือข้ามาแล้ว! ไอ้ท่านอ๋องฉลาดเป็นกรดคนนี้มันน่ากลัวเกินไปแล้ว!
ข้าสูดหายใจลึก พยายามควบคุมจังหวะหัวใจที่เต้นรัวเร็ว สมองประมวลผลหาทางรอดสุดท้าย
"ลายมือคนเราย่อมเปลี่ยนไปตามวัยเพคะ..." ข้าตอบเสียงแข็ง "แต่ถ้าท่านอ๋องสงสัยในตัวข้านัก... ก็พิสูจน์สิเพคะ ว่าข้าใช่ไป๋เยว่ฉือคู่หมั้นของท่านหรือไม่"
"พิสูจน์?" เขาเลิกคิ้ว
"ใช่..." ข้าเชิดหน้าขึ้นอย่างท้าทาย "ด้วยวิธีที่คู่หมั้นเขาทำกัน... ท่านกล้าไหมล่ะ?"
ข้าเดิมพันด้วยความบริสุทธิ์ใจ (และความหน้าด้าน) ทั้งหมดที่มี ถ้าเขาถอย คือข้ารอด แต่ถ้าเขาบุกต่อ... ข้าก็คง...
เย่เสวียนเยว่นิ่งอึ้งไป เขาคาดไม่ถึงว่าข้าจะกล้าท้าทายเช่นนี้ ดวงตาสีรัตติกาลหรี่ลงพิจารณาข้าอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะแค่นหัวเราะในลำคอ
"หึ... เจ้าคิดจะใช้มารยาหญิงกลบเกลื่อนความผิดงั้นรึ?" เขาถอยห่างออกมาหนึ่งก้าว หันหลังให้ข้า "เก็บมารยาของเจ้าไว้เถอะ ข้ายังไม่อยากฝืนใจสตรีวิปลาส... แต่จำไว้ ไป๋เยว่ฉือ ข้าจะจับตาดูเจ้าทุกฝีก้าว หากเจ้าคิดทำอะไรตุกติกอีก... ข้าจะไม่ปรานี!"
พูดจบ ร่างสูงก็กระโจนออกทางหน้าต่าง หายวับไปกับความมืดราวกับภูตพราย
ข้าทรุดฮวบลงกับพื้นทันที ขาแข้งอ่อนแรงจนยืนไม่ไหว
‘เกือบไปแล้ว...’
แต่สิ่งที่น่ากลัวกว่าเย่เสวียนเยว่ คือความจริงที่ว่า... "โลกนี้มีอดีตที่ข้าไม่รู้" และถุงหอมใบนั้น... เจ้าของร่างเดิมไปผูกพันกับตัวร้ายตั้งแต่เมื่อไหร่?
[ ระบบ : ปลดล็อคภารกิจหลักบทที่ 2 ] [ ภารกิจ : ตามหาความทรงจำที่หายไปของ 'ไป๋เยว่ฉือ' (0/5 ชิ้นส่วน) ] [ รางวัล : ความลับจุดอ่อนของเย่เสวียนเยว่ ]
ข้ามองหน้าจอระบบแล้วกัดฟันแน่น... ดูเหมือนนิยายเรื่องนี้ จะไม่ได้มีแค่ข้าที่เป็นคนเขียนเสียแล้ว!
