บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 3 หยกสายน้ำผึ้ง! กรีดหินพลิกชะตา - 3

แต่คนที่อาการหนักที่สุดคือ เถ้าแก่อ้วนเจ้าของร้าน

ดวงตาของเขาเบิกโพลงจ้องมองแสงสีเหลืองทองที่สาดส่องออกมาจากหินที่เขาเคยใช้หนุนขาโต๊ะมานับเดือน เลือดในกายเย็นเฉียบ หัวใจเต้นกระหน่ำจนแทบจะระเบิดออกมาจากอก ความเสียใจและความเสียดายพุ่งพล่านขึ้นมาจุกอยู่ที่คอหอยจนหน้าดำหน้าแดง เขาเพิ่งจะขายสมบัติระดับตำนานไปด้วยราคาเพียงสิบหยวน!

"อึก..." เถ้าแก่อ้วนกุมหน้าอกตัวเอง ร่างท้วมๆ โงนเงนไปมา แทบจะล้มทั้งยืน "หินของฉัน สมบัติของฉัน"

"ใครบอกว่าเป็นหินของแก! แกขายให้แม่หนูคนนี้ไปแล้วต่างหาก!" นักธุรกิจสวมแว่นตากรอบทองที่ดวงตาเต็มไปด้วยความโลภ รีบพุ่งพรวดเข้ามาที่หน้าแท่นตัดหิน เขาไม่สนใจเถ้าแก่ที่กำลังจะอกแตกตาย แต่หันมาตะโกนใส่มู่หลานด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"แม่หนู! ฉันให้หนึ่งพันหยวน! ขายหยกก้อนนี้ให้ฉันเถอะ!"

"หนึ่งพันหยวนบ้าอะไรของแก! หยกสายน้ำผึ้งเนื้อแก้วชิ้นใหญ่ขนาดนี้ แกคิดจะปล้นเด็กหรือไง!" นักธุรกิจอีกคนจากกวางโจวกระแทกไหล่คนสวมแว่นออกไป พร้อมกับชูห้านิ้วขึ้นฟ้า

"แม่หนู! ฉันให้ห้าพันหยวน! เงินสดจ่ายตรงนี้เลย!"

"แปดพันหยวน! ฉันให้แปดพัน!"

"ฉันให้หนึ่งหมื่น! ขายให้ฉันเถอะ!"

ลานตัดหินเล็กๆ ที่เคยเงียบเหงา บัดนี้เดือดพล่านราวกับน้ำในหม้อไฟ เหล่านักธุรกิจและพ่อค้าหยกที่อยู่บริเวณใกล้เคียง เมื่อได้ยินคำว่าหยกสายน้ำผึ้งเนื้อแก้วต่างก็แหกปากตะโกนเสนอราคากันอย่างบ้าคลั่ง เบียดเสียดยัดเยียดกันเข้ามาจนแทบจะเหยียบกันตาย จากเงินสิบหยวน พุ่งทะยานสู่หลักหมื่นหยวนในเวลาเพียงไม่ถึงห้านาที! นี่คือความบ้าคลั่งของวงการพนันหิน!

มู่หลานยืนนิ่งอยู่ท่ามกลางวงล้อมของผู้คนที่กำลังคลุ้มคลั่ง แสงแดดที่กระทบกับเนื้อหยกสีเหลืองทอง สะท้อนขึ้นมาอาบไล้ใบหน้ามอมแมมของเธอให้ดูงดงามและลึกลับอย่างประหลาด นัยน์ตาหงส์กวาดมองฝูงชนที่กำลังแย่งชิงกันเสนอราคาด้วยสายตาเรียบเฉย ไร้ซึ่งความตื่นตระหนกตกใจอย่างที่เด็กสาววัยสิบแปดควรจะเป็น

เธอรู้ดีว่ามูลค่าของหยกก้อนนี้ไปได้ไกลกว่าหนึ่งหมื่นหยวนมากนัก

ทว่าในขณะที่เสียงตะโกนต่อรองราคากำลังดุเดือดถึงขีดสุดนั้นเอง

"ห้าหมื่นหยวน"

เสียงทุ้มต่ำ ทรงอำนาจ และเย็นชาจนบาดลึกเข้าไปในกระดูก ดังกังวานแหวกอากาศขึ้นมากลางวงล้อม!

น้ำเสียงนั้นไม่ได้ตะโกนแข่งกับใคร แต่มันกลับแฝงไปด้วยพลังกดดันมหาศาลที่ทำให้ทุกคนรู้สึกเหมือนถูกมือที่มองไม่เห็นบีบคอเอาไว้ เสียงจอแจเมื่อครู่พลันเงียบกริบลงราวกับถูกปิดสวิตช์

ฝูงชนที่กำลังเบียดเสียดกัน หันขวับไปมองยังต้นเสียง ก่อนที่ความหวาดกลัวจะแล่นริ้วขึ้นไปตามไขสันหลัง พวกเขารีบถอยกรูด แหวกทางออกเป็นช่องกว้างประดุจทะเลแดงที่ถูกแหวกออกด้วยอำนาจศักดิ์สิทธิ์

สุดปลายทางเดินนั้น ปรากฏร่างสูงใหญ่ของชายหนุ่มในเสื้อโค้ทสีเข้ม รองเท้าบูทหนังแท้ก้าวเดินอย่างเชื่องช้าแต่มั่นคงเข้ามาหาเธอ ทุกย่างก้าวของเขาแผ่ซ่านไปด้วยรังสีสังหารและความเย่อหยิ่งที่อยู่เหนือผู้คนทั้งปวง

หยางจื่อเซวียนมัจจุราชหน้าหยกแห่งเมืองหลวง ก้าวเข้ามาหยุดยืนอยู่ตรงหน้าแท่นตัดหิน

ลูกน้องชุดดำนับสิบคนเดินตามหลังมาติดๆ คอยยืนคุมเชิงอยู่รอบนอก ไม่มีพ่อค้าคนไหนกล้าแม้แต่จะส่งเสียงหายใจแรงๆ เมื่ออยู่ต่อหน้าคุณชายใหญ่แห่งตระกูลหยาง

หยางจื่อเซวียนปรายตามองหยกสายน้ำผึ้งเนื้อแก้วบนแท่นเหล็กเพียงชั่วครู่ แววตาของเขามีประกายพึงพอใจพาดผ่านบางเบา ก่อนที่นัยน์ตาสีรัตติกาลลึกล้ำคู่ดุร้ายนั้น จะตวัดกลับมาจ้องมองลึกเข้าไปในดวงตาของมู่หลาน

เขาพยายามใช้รัศมีอำนาจของตนกดข่มเด็กสาวตรงหน้า หวังจะเห็นความหวาดกลัว อาการตัวสั่น หรือความประหม่า อย่างที่เขาเคยเห็นจากสตรีทุกคนที่เข้าใกล้

ทว่าสิ่งที่เขาสัมผัสได้จากเด็กสาวมอมแมมคนนี้ กลับมีเพียงความสงบนิ่งที่ลึกล้ำดุจห้วงมหาสมุทร นัยน์ตาหงส์คู่นั้นสบตาเขาอย่างตรงไปตรงมา ไม่มีแม้แต่เศษเสี้ยวของความหวาดหวั่นต่อรัศมีมัจจุราชของเขาเลยแม้แต่น้อย ซ้ำยังแฝงไปด้วยความทระนงที่เทียบเท่าหรืออาจจะเหนือกว่าเขาด้วยซ้ำ!

มุมปากของมู่หลานค่อยๆ ยกยิ้มขึ้นบางๆ มันเป็นรอยยิ้มที่สง่างาม เยือกเย็น และเย้ายวนอย่างประหลาดท่ามกลางใบหน้าที่เปื้อนฝุ่น เธอไม่ได้มองเขาในฐานะผู้มีอำนาจล้นฟ้า แต่มองเขาในฐานะลูกค้า กระเป๋าหนักคนหนึ่ง

หญิงสาวยื่นมือเรียวเล็กที่เปื้อนคราบโคลนออกไปแตะที่ขอบของก้อนหินสีเหลืองทองเบาๆ ก่อนจะเอ่ยด้วยน้ำเสียงกังวานใสที่เต็มไปด้วยความมั่นใจ

"ตกลงค่ะเถ้าแก่ หยกชิ้นนี้เป็นของคุณ"

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel