ตอนที่ 3 หยกสายน้ำผึ้ง! กรีดหินพลิกชะตา - 2
ประโยคนี้ทำเอาช่างตัดหินและฝูงชนที่มุงดูอยู่รอบๆ ถึงกับเบิกตากว้าง
ในวงการพนันหิน การผ่าครึ่งตรงกลางถือเป็นวิธีที่บ้าบิ่นที่สุด เพราะหากมีหยกอยู่ด้านในจริงๆ การผ่าครึ่งอาจจะไปทำลายเนื้อหยกจนเสียราคาได้ ปกติคนเขาจะค่อยๆ ขัดเปลือกหินออกทีละมิลลิเมตรเพื่อดูเนื้อใน แต่เด็กสาวคนนี้กลับสั่งให้ผ่าครึ่งราวกับกำลังหั่นแตงโม!
"ได้! ในเมื่อเธออยากเห็นโลงศพถึงค่อยหลั่งน้ำตา ฉันก็จะจัดให้!" ช่างตัดหินแค่นเสียง โยนบุหรี่ทิ้งแล้วเดินมากดสวิตช์เครื่อง
ครืดดดดดดดด!!
มอเตอร์ไฟฟ้าคำรามเสียงดังกึกก้อง ใบเลื่อยวงเดือนขนาดใหญ่หมุนวนด้วยความเร็วสูงจนเกิดเสียงแหวกอากาศที่น่าขนลุก ช่างตัดหินดึงคันโยกบังคับให้ใบเลื่อยค่อยๆ กดลงบนกึ่งกลางของหินสีดำก้อนนั้น
เสียง จื่อออ! ของโลหะที่เสียดสีกับเนื้อหินดังก้องไปทั่วบริเวณ ประกายไฟสีส้มแลบแปลบปลาบออกมาพร้อมกับฝุ่นผงที่ฟุ้งกระจาย ฝูงชนที่เคยมองด้วยสายตาดูแคลน เริ่มขยับเข้ามาล้อมวงใกล้ขึ้นเรื่อยๆ แม้ปากจะบอกว่าเป็นหินขยะ แต่สัญชาตญาณของนักพนันก็ทำให้พวกเขากลั้นหายใจรอดูผลลัพธ์ รอดูความอับอายของเด็กสาวอวดดีคนนี้
ใบเลื่อยกรีดลึกลงไปเรื่อยๆ ครึ่งนิ้ว... หนึ่งนิ้ว... สองนิ้ว...
ไม่มีสีเขียว ไม่มีแสงใดๆ เล็ดลอดออกมา มีเพียงโคลนและฝุ่นหินสีเทาที่ถูกใบเลื่อยบดขยี้
"ฮ่าๆๆ เห็นไหมล่ะ ฉันบอกแล้วว่ามันเป็นแค่หินขยะ!" ชายหน้าแหลมคนเดิมตะโกนเยาะเย้ยขึ้นมา
"ผ่าไปตั้งครึ่งก้อนแล้ว ยังเห็นแต่สีดำกับสีเทา นังหนูเตรียมตัวเดินร้องไห้กลับบ้านได้เลย!"
เถ้าแก่อ้วนที่ยืนกอดอกดูอยู่ก็หัวเราะจนพุงกระเพื่อม "สิบหยวนของเธอ กลายเป็นฝุ่นไปแล้วล่ะนังหนูเอ๊ย!"
มู่หลานยังคงยืนนิ่ง ไม่ขยับเขยื้อนแม้แต่น้อย นัยน์ตาของเธอจับจ้องไปที่รอยแยกของก้อนหินอย่างแน่วแน่ เธอรู้ดีว่าเปลือกนอกของหินก้อนนี้หนามาก แต่เมื่อใบเลื่อยตัดผ่านชั้นหินปูนเข้าไปถึงแกนกลาง ทุกอย่างจะเปลี่ยนไป
"เปิดน้ำหล่อเย็น!" มู่หลานสั่งเสียงเรียบ
ช่างตัดหินเบะปาก แต่ก็ยอมเปิดวาล์วน้ำ สายน้ำสีขุ่นพุ่งเข้าใส่ใบเลื่อยและรอยผ่าของก้อนหินเพื่อลดความร้อน ชะล้างเอาฝุ่นผงสีเทาและคราบโคลนที่บดบังสายตาออกไปจนหมดสิ้น
และในวินาทีที่หยาดน้ำล้างรอยตัดจนสะอาดเอี่ยมนั้นเอง
กริ๊ก!
หินขนาดเท่าลูกแตงโมถูกใบเลื่อยผ่าแยกออกเป็นสองซีก น้ำหนักของมันทำให้หินทั้งสองฝั่งล้มแผ่ลงบนแท่นเหล็ก
แสงแดดช่วงบ่ายที่สาดส่องลงมา กระทบเข้ากับรอยผ่า ของก้อนหินที่เพิ่งเปิดออก ทันใดนั้น!
ลำแสงสีเหลืองทองอร่ามประดุจดวงอาทิตย์ยามอัสดง ก็สาดประกายพุ่งทะลุรอยผ่าออกมาสะท้อนเข้าตาผู้คนนับสิบที่ยืนมุงดูอยู่!
แสงนั้นไม่ได้เป็นสีเขียวมรกตอย่างที่นักพนันหินคุ้นเคย แต่มันเป็นสีเหลืองอำพันที่สุกปลั่ง ใสกระจ่างไร้ที่ติ และเปล่งประกายเจิดจ้าเสียจนทุกคนต้องหรี่ตาลง เนื้อหยกด้านในเนียนละเอียดจนมองไม่เห็นผลึกหิน มันโปร่งแสงราวกับกระจกชั้นดีที่บรรจุน้ำผึ้งป่าเดือนห้าเอาไว้เต็มเปี่ยม
รอยผ่าที่มู่หลานสั่งให้ตัดตรงกลาง ไม่ได้ทำลายเนื้อหยกเลยแม้แต่น้อย แต่มันกลับเป็นการเปิดหน้าต่างบานใหญ่ที่เผยให้เห็นความสมบูรณ์แบบของหยกก้อนนี้อย่างเต็มตา! เนื้อหยกสีเหลืองทองกินพื้นที่กว้างเกือบเท่าขนาดของก้อนหิน มีเพียงเปลือกหินสีดำบางๆ หุ้มอยู่ด้านนอกเท่านั้น
ความเงียบสงัดราวกับป่าช้าโรยตัวลงปกคลุมทั่วทั้งบริเวณ เสียงเครื่องตัดหินที่ยังคงหมุนอยู่ดูเหมือนจะห่างไกลออกไป ทุกคนเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า อ้าปากค้างจนสามารถยัดไข่เป็ดเข้าไปได้ทั้งฟอง
เสียงหัวเราะเยาะที่เคยดังกึกก้อง ถูกกลืนหายลงไปในลำคอ แทนที่ด้วยเสียงสูดลมหายใจเฮือกใหญ่ดังก้องไปทั่ว
"สะ... สวรรค์มีตา! นี่มัน... นี่มัน…" เซียนหยกเฒ่าคนหนึ่งที่เดินผ่านมาพอดี ถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไปนั่งกับพื้น มือที่เหี่ยวย่นชี้ไปที่ก้อนหินบนแท่นเหล็กด้วยความสั่นเทา
"เนื้อแก้ว! ขะ... ความโปร่งแสงระดับนี้ ไม่มีสิ่งเจือปนเลยแม้แต่นิดเดียว! หยกสายน้ำผึ้งเนื้อแก้ว!"
คำว่าเนื้อแก้วเปรียบเสมือนระเบิดปรมาณูที่ถูกทิ้งลงกลางตลาดรุ่ยลี่!
ในยุค 80 หยกสีเขียวอาจจะเป็นที่นิยม แต่หยกสีเหลืองหรือสีแดงที่มีความใสระดับเนื้อแก้วนั้น หายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทรเสียอีก! มันคือสุดยอดแห่งอัญมณีที่เหล่าเศรษฐีและนักสะสมกระเป๋าหนักต่างตามหากันให้ควั่ก มูลค่าของมันเมื่อนำไปแกะสลักเป็นเครื่องประดับนั้น แทบจะประเมินค่าไม่ได้!
"หะ... หยกสายน้ำผึ้ง! เป็นไปไม่ได้! ก้อนหินรองขาโต๊ะนั่นเนี่ยนะ!" ชายหน้าแหลมที่เคยด่ามู่หลานเมื่อครู่ ตอนนี้หน้าซีดเผือดราวกับกระดาษ ขาของเขาสั่นพั่บๆ รอยยิ้มเยาะเย้ยบนใบหน้าแข็งค้างกลายเป็นความโง่งม
