ตอนที่ 4 ปลดหนี้และเปิดร้านมู่หลาน - 1
ดวงอาทิตย์สีเลือดค่อยๆ ลับขอบฟ้า ทอดเงายาวของหญิงสาวร่างบอบบางที่กำลังก้าวเดินอย่างมั่นคงไปตามตรอกแคบๆ ของเมืองรุ่ยลี่
ในมือของมู่หลานหิ้วกระเป๋าผ้าใบเก่าๆ ที่ภายในอัดแน่นไปด้วยธนบัตรใบละสิบหยวนจำนวนห้าพันใบ! เงินห้าหมื่นหยวนในยุค 80 ที่คนงานกินเงินเดือนเพียงหลักสิบ มันคือความมั่งคั่งที่สามารถพลิกชีวิตคนธรรมดาคนหนึ่งให้กลายเป็นเศรษฐีได้ในชั่วข้ามคืน
แต่ทว่าบนใบหน้าของมู่หลานกลับไม่มีร่องรอยของความตื่นเต้นดีใจจนเสียสติ มีเพียงความเยือกเย็นและรังสีอำมหิตที่แผ่ซ่านออกมารอบตัว เป้าหมายของเธอในค่ำคืนนี้มีเพียงหนึ่งเดียว ชำระความแค้นและปลดแอกชีวิตของร่างเดิม!
ณ บ้านไม้เก่าซอมซ่อของตระกูลมู่ กลิ่นเหล้าขาวราคาถูกคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ
ลุงใหญ่มู่ต้าไห่และลูกสมุนนักเลงอีกสามคนกำลังนั่งล้อมวงดื่มเหล้า ไพ่นกกระจอกถูกวางระเกะระกะอยู่บนโต๊ะ ใบหน้าของพวกมันแดงก่ำ เต็มไปด้วยความหื่นกระหายและโลภโมโทสัน
"ลูกพี่มู่ นี่มันก็ค่ำแล้วนะ นังเด็กนั่นยังไม่โผล่หัวมาเลย หรือว่ามันจะหนีไปแล้ว" นักเลงหน้าบากเอ่ยถามพลางกระดกเหล้าเข้าปาก
"หนี? ฮ่าๆๆ มันจะหนีไปไหนพ้น!" ลุงใหญ่มู่หัวเราะร่วน ตบโต๊ะดังปัง
"รุ่ยลี่กว้างแค่นี้ เด็กผู้หญิงตัวคนเดียวไม่มีเงินติดตัวสักแดง ต่อให้มันมีปีกก็บินหนีไม่พ้นเงื้อมมือเสี่ยหวังหรอก ป่านนี้คงไปเดินเร่ร่อนร้องไห้ขี้มูกโป่งอยู่ข้างถนนแล้วมั้ง เดี๋ยวพอมันซมซานกลับมา พวกแกก็จับมัดส่งไปที่ซ่องชายแดนได้เลย เงินห้าพันหยวนของพวกเราจะได้จบๆ กันไปสักที!"
"ฮ่าๆๆ นังเด็กนั่นหน้าตาสะสวย ผิวพรรณก็ไม่เลว เสียดายจริงๆ ที่ต้องส่งให้เสี่ยหวังก่อน ถ้าไม่ใช่เพราะลูกพี่ติดหนี้บ่อนนะ พวกเราคงได้..."
ปัง!!!
ยังไม่ทันที่คำพูดหยาบโลนนั้นจะจบประโยค บานประตูไม้ที่ผุพังอยู่แล้วก็ถูกถีบอย่างแรงจนหลุดกระเด็นออกจากบานพับ! เสียงกัมปนาทดังสนั่นหวั่นไหวราวกับฟ้าผ่าลงกลางวงเหล้า!
ฝุ่นผงฟุ้งกระจายไปทั่วห้อง ลุงใหญ่มู่และพวกนักเลงสะดุ้งสุดตัวจนทำแก้วเหล้าหล่นแตก เมื่อฝุ่นเริ่มจางลง เงาร่างบอบบางที่ยืนตระหง่านอยู่หน้าประตูก็ปรากฏแก่สายตา แสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาอาบไล้ใบหน้าเรียบเฉยของมู่หลาน นัยน์ตาหงส์คู่นั้นเยือกเย็นและคมกริบดุจยมทูตที่มาทวงวิญญาณ
"นัง... นังตัวดี! แกกล้ากลับมาแล้วเรอะ!" ลุงใหญ่มู่ได้สติเป็นคนแรก เขาลุกขึ้นยืนโอนเอน ชี้หน้าด่าด้วยความโกรธเกรี้ยวที่ถูกขัดจังหวะวงเหล้า "ได้เวลาแล้ว! พวกแกไปลากตัวมันมา ฉันจะเอามันไปส่ง..."
ฟุ่บ! ปึก!!!
คำพูดของลุงใหญ่ถูกกลืนหายกลับลงไปในลำคออย่างกะทันหัน เมื่อก้อนบางอย่างที่ถูกปามาด้วยความเร็วสูง อัดกระแทกเข้าที่ใบหน้าของเขาอย่างจัง!
ความเจ็บปวดแล่นแปลบจนเขาเซถลาล้มก้นจ้ำเบ้า ห่อกระดาษหนังสือพิมพ์ที่ห่อหุ้มสิ่งนั้นไว้แตกออก เผยให้เห็นสิ่งที่อยู่ด้านในปึกธนบัตรใบละสิบหยวนใหม่เอี่ยม กลิ่นหมึกพิมพ์ยังหอมกรุ่น มัดรวมกันเป็นปึกหนาเตอะ ตกกระจายเกลื่อนกลาดอยู่บนพื้นไม้เก่าๆ
ลุงใหญ่มู่และพวกนักเลงทั้งสามเบิกตากว้างจนแทบจะถลนออกจากเบ้า ฤทธิ์เหล้าที่เคยทำให้มึนเมาพลันสร่างสนิทเป็นปลิดทิ้ง! พวกมันอ้าปากค้าง จ้องมองธนบัตรสีเขียวอมฟ้าที่กองอยู่แทบเท้าด้วยความตกตะลึงราวกับเห็นผี!
นี่มัน... เงิน! เงินสดๆ ไม่ใช่สิบหรือร้อยหยวน แต่มันคือปึกเงินที่หนาจนสามารถทับคนตายได้!
มู่หลานก้าวข้ามธรณีประตูเข้ามาอย่างช้าๆ รองเท้าผ้าใบเก่าๆ ของเธอเหยียบลงบนธนบัตรใบหนึ่งอย่างไม่ไยดี เธอโยนกระเป๋าผ้าใบที่เหลือลงบนโต๊ะกลางวงเหล้า ซิปที่เปิดอ้าออกเผยให้เห็นปึกธนบัตรอีกนับหมื่นหยวนที่อัดแน่นอยู่ด้านใน
