ตอนที่ 2 ตลาดพนันหินและการพบกันครั้งแรก - 2
แต่ทว่าเมื่อมองทะลุเข้าไป ภาพที่เห็นกลับไม่ได้สวยงามอย่างที่คิด
‘ขยะ... ขยะ... ก้อนนั้นก็ขยะ’
มู่หลานส่ายหน้าอย่างลับๆ ถอนหายใจในใจ หินดิบกว่าเก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ในแผงลอยเหล่านี้ เมื่อมองทะลุเข้าไปแล้ว ล้วนแต่เป็นหินปูนสีเทาหม่น หรือไม่ก็มีเพียงเศษคริสตัลสีขาวขุ่นที่เต็มไปด้วยรอยร้าวและสิ่งเจือปน ไร้ราคาค่างวด ไม่มีแม้แต่เงาของหยกสีเขียวเลยสักนิด
ยิ่งไปกว่านั้น บางก้อนที่มีคนกำลังรุมประมูลแย่งกันในราคาสูงลิ่ว ระบบของเธอก็สแกนพบว่าเป็นหินย้อมสีที่ถูกพ่อค้าหัวใสเจาะรูฉีดสีเขียวเข้าไปแล้วอุดปิดไว้อย่างแนบเนียน
สมกับคำกล่าวที่ว่าสิบคนพนันหิน เก้าคนสูญสิ้นเนื้อประดาตัว พ่อค้าพวกนี้ช่างหน้าเลือดนัก เอาหินขยะมาหลอกขายให้พวกคนโลภในราคาสูงลิ่ว!
มู่หลานเดินลัดเลาะลึกเข้าไปในตลาด หลีกเลี่ยงแผงลอยใหญ่โตที่มีคนรุมล้อมและมีแต่หินจัดฉาก จนกระทั่งมาถึงมุมอับมุมหนึ่งท้ายตลาด ที่นี่เงียบเหงากว่าด้านหน้ามาก มีแผงลอยเล็กๆ ซอมซ่อตั้งอยู่ เถ้าแก่เจ้าของร้านเป็นชายวัยกลางคนรูปร่างอ้วนท้วม กำลังนั่งสัปหงกอยู่บนเก้าอี้โยกตัวเก่า มือหนึ่งถือพัดใบลานตบยุงอย่างเกียจคร้าน หินในร้านของเขาส่วนใหญ่เป็นหินก้อนเล็กก้อนน้อยที่ดูผิวเผินก็รู้ว่าเป็นเศษหินที่ถูกคัดทิ้งมาจากเหมือง ไร้ราคาและไม่มีนักพนันคนไหนอยากจะเสียเวลาแวะดู
หญิงสาวกวาดตามองผ่านๆ อย่างไม่ใส่ใจนัก เตรียมจะหมุนตัวเดินจากไปเพื่อหาโอกาสที่ร้านอื่น แต่แล้วจังหวะที่สายตาของเธอเลื่อนผ่านโต๊ะไม้วางชาเก่าๆ ข้างเก้าอี้ของเถ้าแก่ ที่ขาโต๊ะข้างหนึ่งหักและถูกหนุนไว้ด้วยก้อนหินสกปรกๆ เพื่อไม่ให้โต๊ะเอียง
[ติ๊ง! คำเตือนระดับสูง! ค้นพบแหล่งพลังงานหยกบริสุทธิ์ ระดับความหายาก: A+]
แสงสีเหลืองทองอร่ามสว่างวาบขึ้นในศูนย์กลางการมองเห็นของเธออย่างกะทันหัน! แสงนั้นเจิดจ้าเสียจนมู่หลานต้องหรี่ตาลง เส้นสายข้อมูลในระบบวิ่งพล่านก่อนจะแสดงผลลัพธ์การวิเคราะห์โครงสร้างสามมิติที่ทำให้ลมหายใจของปรมาจารย์หยกถึงกับสะดุด
‘นี่มัน ก้อนนี้เนี่ยนะ?!’
มู่หลานรีบก้าวเข้าไปใกล้อย่างรวดเร็ว นั่งยองๆ ลงตรงหน้าขาโต๊ะตัวนั้นทันที หินก้อนนี้มีขนาดเท่าลูกแตงโม ก้อนสีดำสนิท มีคราบโคลนตะไคร่และคราบน้ำชาเกาะกรังจนมองไม่เห็นสภาพผิวเดิม ดูเผินๆ เหมือนก้อนหินรองล้อรถสิบล้อที่ถูกเตะทิ้งอยู่ริมถนน ไม่มีใครชายตามอง แต่มันกลับซ่อนของวิเศษที่สะเทือนเลื่อนลั่นเอาไว้ด้านใน!
ภาพสแกนในดวงตาของเธอแสดงให้เห็นถึงเนื้อหยกด้านในที่โปร่งแสง ไร้รอยร้าว และมีสีเหลืองทองอมส้มสุกปลั่งราวกับน้ำผึ้งเดือนห้า!
'หยกสายน้ำผึ้ง แถมยังเป็นเนื้อแก้วที่ความบริสุทธิ์สูงขนาดนี้!'
หัวใจที่เยือกเย็นของมู่หลานเต้นแรงขึ้นมาหนึ่งจังหวะ นี่คือสมบัติล้ำค่าที่ต่อให้อยู่ในยุคของเธอก็ยังหายากยิ่งกว่างมเข็มในมหาสมุทร แต่มันกลับถูกเอามาหนุนขาโต๊ะผุๆ ในปี 1987
ในขณะที่มู่หลานกำลังใช้มือเล็กๆ ที่เปื้อนฝุ่นลูบคลำก้อนหินอย่างทะนุถนอม ราวกับกำลังลูบคลำสมบัติล้ำค่า พร้อมกับคิดหาคำพูดเพื่อจะขอซื้อหินหนุนขาโต๊ะก้อนนี้จากเถ้าแก่ขี้เซาโดยไม่ให้อีกฝ่ายผิดสังเกตนั้นเอง
บรื้นนนน!!
เสียงคำรามของเครื่องยนต์ที่ทรงพลังดังกึกก้อง แผดเสียงคำรามกลบเสียงอึกทึกของตลาดไปจนสิ้น เสียงนั้นหนักแน่นและดุดันราวกับสัตว์ร้ายที่กำลังประกาศอาณาเขต รถจี๊ปทหารเปิดประทุนสีเขียวขี้ม้าคันใหญ่ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของผู้มีอำนาจล้นฟ้าในยุค 80 แล่นฝ่าฝูงชนเข้ามาอย่างโอ่อ่าและเย่อหยิ่ง
