ตอนที่ 2 ตลาดพนันหินและการพบกันครั้งแรก - 1
แสงแดดแผดเผาของเดือนพฤษภาคมปี 1987 สาดส่องลงมายังเมืองรุ่ยลี่ มณฑลอวิ๋นหนานชายแดนทางตะวันตกเฉียงใต้ที่เชื่อมต่อกับประเทศพม่า ความร้อนระอุเต้นเร่าอยู่เหนือพื้นดินลูกรัง ที่นี่คือศูนย์กลางการค้าหยกดิบที่ใหญ่ที่สุดและดิบเถื่อนที่สุดของยุคสมัย ดินแดนที่กฎหมายยังเข้าไม่ถึงอย่างเต็มที่ และอำนาจมักถูกตัดสินด้วยเงินตราและคมมีด
ตลาดพนันหินรุ่ยลี่คลาคล่ำไปด้วยผู้คนนับหมื่นที่หลั่งไหลเข้ามาพร้อมกับความโลภและความหวัง ถนนดินลูกรังแคบๆ สองข้างทางเต็มไปด้วยแผงลอยที่ปูด้วยผ้าใบเก่าๆ ขาดรุ่งริ่ง บนนั้นวางเรียงรายไปด้วยก้อนหินสีเทาดำนับไม่ถ้วน ตั้งแต่ก้อนขนาดเท่ากำปั้นไปจนถึงขนาดเท่าโอ่งมังกร
กลิ่นฉุนกึกของยาสูบราคาถูกยี่ห้อต้าเฉียนเหมิน ผสมปนเปกับกลิ่นเหงื่อไคล กลิ่นดินชื้น และกลิ่นฝุ่นควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ ทุกย่างก้าวเต็มไปด้วยเสียงจอแจของผู้คนที่เบียดเสียดกันราวกับฝูงมด
"ห้าพันหยวน! ฉันให้ห้าพันหยวนสำหรับหินหน้าต่างเขียวก้อนนี้!" ชายวัยกลางคนพุงพลุ้ยตะโกนหน้าดำหน้าแดง มือสั่นเทาขณะชี้ไปที่ก้อนหินที่มีรอยขัดจนเห็นสีเขียวจางๆ
"ฝันไปเถอะ! หินก้อนนี้เนื้อเนียนละเอียดขนาดนี้ ฉันให้แปดพัน!" อีกเสียงหนึ่งสวนขึ้นมาทันควัน
"จื่ออออ! ครืดดด!"
เสียงตะโกนต่อรองราคาอย่างดุเดือดสลับกับเสียงคำรามแสบแก้วหูของเครื่องตัดหินไฟฟ้าที่กำลังกรีดลงบนเนื้อหินดังระงมไปทั่วทุกสารทิศ น้ำหล่อเย็นสีขุ่นกระเซ็นเปรอะเปื้อนไปทั่วพื้น ที่นี่คือสมรภูมิไร้ควันปืน ที่ซึ่งสวรรค์และนรกห่างกันเพียงแค่คมมีดกั้น!
เพียงชั่วพริบตาเดียว ชายที่เพิ่งทุ่มเงินหมื่นหยวนซื้อหินไปก็อาจจะทรุดลงไปกองกับพื้น ร่ำไห้ราวกับคนเสียสติเมื่อพบว่าหินที่ผ่าออกมาเป็นเพียงก้อนกรวดไร้ค่า ในขณะที่ชายยาจกอีกคนอาจจะกลายเป็นเศรษฐีชั่วข้ามคืนเพียงเพราะหินราคาไม่กี่สิบหยวน
ท่ามกลางความบ้าคลั่งนี้ มู่หลานในชุดเสื้อแขนยาวสีซีดและกางเกงผ้าฝ้ายตัวเก่า ก้าวเท้าเข้ามาในตลาดด้วยใบหน้าเรียบเฉย ท่ามกลางฝูงชนที่หน้าดำคร่ำเครียดและเต็มไปด้วยความกระวนกระวาย หญิงสาวร่างบอบบางที่ดูเหมือนเด็กสาวชาวบ้านธรรมดาคนนี้กลับแผ่กลิ่นอายสงบเยือกเย็นที่ขัดกับบรรยากาศโดยรอบอย่างสิ้นเชิง แผ่นหลังของเธอตั้งตรง นัยน์ตาหงส์กวาดมองแผงลอยซ้ายขวาด้วยแววตาประเมินค่าอย่างผู้เจนจัด
เธอล้วงมือเข้าไปในกระเป๋ากางเกง สัมผัสกับธนบัตรยับยู่ยี่มูลค่าสิบหยวน นี่คือเงินก้อนสุดท้ายในชีวิตของร่างเดิม เป็นสิบหยวนที่ต้องแลกมาด้วยหยาดเหงื่อแรงกายของพ่อแม่ที่ล่วงลับ
‘วงการพนันหิน หนึ่งมีดรวยพันล้าน หนึ่งมีดล้มละลายใส่เสื้อผ้ากระสอบ...’ มู่หลานพึมพำในใจ มุมปากยกยิ้มบางเบาอย่างเย้ยหยัน
ในโลกก่อน เธอคือปรมาจารย์หยกที่ได้รับการยกย่องสูงสุด ‘ในอดีตฉันต้องอาศัยประสบการณ์นับสิบปี การมองผ่านแว่นขยาย และไฟฉายส่องหยกกำลังสูง ถึงจะสามารถคาดเดาและมองทะลุความลับของสวรรค์ได้ แต่ตอนนี้ มาดูกันเถอะว่าระบบที่ผูกมัดกับจิตวิญญาณของฉันจะแน่สักแค่ไหน!’
‘ระบบสแกนหยกสวรรค์ เปิดใช้งาน’
มู่หลานออกคำสั่งในใจอย่างเยือกเย็น
[ติ๊ง! ระบบสแกนหยกสวรรค์เริ่มทำงาน ทำการเชื่อมต่อเนตรวิญญาณ สำเร็จ!]
พริบตานั้นโลกทั้งใบในสายตาของมู่หลานพลันเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง!
ความวุ่นวายรอบด้านคล้ายกับถูกกดปุ่มสโลว์โมชั่น นัยน์ตาสีดำขลับของเธอปรากฏเส้นสายข้อมูลสีฟ้าครามสว่างวาบวิ่งวนอยู่ในรูม่านตาอย่างรวดเร็วราวกับรหัสคอมพิวเตอร์ล้ำยุค เมื่อเธอกวาดสายตามองไปยังกองหินดิบที่วางระเกะระกะอยู่ตามแผงลอย เปลือกหินหนาเตอะที่ธรรมชาติสร้างขึ้นเพื่อซ่อนเร้นความงามนับล้านปี พลันโปร่งใสราวกับก้อนน้ำแข็งในสายตาของเธอ!
