ดัดแปลงเสื้อผ้าเก่า 2
ขณะเดียวกัน ณ มุมถนนฝั่งตรงข้ามซึ่งเป็นตรอกแคบๆ ทะลุสู่ตลาดมืด แหล่งค้าขายสินค้านอกระบบที่ใหญ่ที่สุดในอำเภอ
รถบรรทุกทหารรุ่นปลดระวางคันใหญ่จอดเทียบอยู่ข้างกำแพง ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่กำยำยืนพิงหน้ารถจี๊ฟด้วยท่วงท่าเกียจคร้านแต่ทว่าอันตราย เขาคือเสิ่นชิงซานลูกพี่ใหญ่แห่งวงการขนส่งและผู้คุมกฎแห่งตลาดมืดในแถบนี้
เสิ่นชิงซานสวมแจ็กเก็ตทหารสีเขียวเข้มที่ไม่ได้ติดกระดุม เผยให้เห็นเสื้อกล้ามสีดำแนบเนื้อด้านในที่รัดรึงกล้ามเนื้อหน้าอกและหน้าท้องเป็นมัดๆ รูปร่างของเขาสูงโปร่งไหล่กว้าง ท่อนขายาวเหยียดตรงอยู่ในกางเกงผ้าใบเนื้อหยาบ ใบหน้าคมคายหล่อเหลาราวกับรูปสลักของเทพเจ้าสงคราม สันกรามคมชัด จมูกโด่งเป็นสัน แต่สิ่งที่ทำให้ผู้คนหวาดกลัวคือดวงตาเรียวยาวที่ดุดันและเย็นชา
รอบตัวเขาแผ่กลิ่นอายของความเหี้ยมเกรียมและผ่านการนองเลือดมาอย่างโชกโชน ไม่มีนักเลงหัวไม้คนไหนในอำเภอที่ไม่เคยลิ้มรสหมัดเหล็กของลูกพี่เสิ่น
ชายหนุ่มคาบบุหรี่ยี่ห้อต้าเฉียนเหมินไว้ที่มุมปาก ควันสีเทาลอยคลุ้งบดบังใบหน้าหล่อเหลา เขาหรี่ตามองความวุ่นวายของตลาดด้วยความเบื่อหน่าย ชีวิตของเขาเต็มไปด้วยความดิบเถื่อนและการต่อสู้ ผู้หญิงในสายตาเขาก็เป็นแค่สิ่งมีชีวิตที่น่ารำคาญและอ่อนแอ
จนกระทั่งสายตาคมกริบของมาเฟียหนุ่มปะทะเข้ากับร่างบางที่กำลังเดินข้ามถนน
จังหวะนั้น ราวกับโลกทั้งใบถูกกดปุ่มสโลว์โมชัน
เสิ่นชิงซานชะงักงัน นัยน์ตาสีรัตติกาลที่เคยเย็นชาไร้ก้นบึ้งเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ภาพของเด็กสาวในชุดเสื้อคอปกบัวและกระโปรงพริ้วไหวสะกดสายตาของเขาไว้อย่างจัง แสงแดดอ่อนๆ ที่กระทบลงบนผิวขาวผ่องและเส้นผมที่ปลิวไสวของเธอ ทำให้เธอดูราวกับนางฟ้าที่เดินหลงเข้ามาในดงคนเถื่อน
สิ่งที่ดึงดูดเขาไม่ใช่แค่ความสวยงามสะดุดตา แต่เป็น ความมั่นใจและแววตาที่เย่อหยิ่งของเธอต่างหาก ผู้หญิงคนนั้นเดินผ่านสายตาแทะโลมของผู้ชายทั้งตลาดด้วยท่วงท่าที่สง่างาม ไม่สะทกสะท้าน ไม่ก้มหน้าหลบตาราวกับราชินีที่กำลังเดินตรวจตราอาณาจักรของตนเอง
ตึกตัก... ตึกตัก...
หัวใจที่ด้านชาและเต้นเป็นจังหวะเรียบสนิทมาตลอดหลายปี จู่ๆ ก็กระตุกวูบและเต้นรัวแรงขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย! ความรู้สึกแปลกประหลาดที่ร้อนรุ่มและคันยิบๆ ในอกแผ่ซ่านไปทั่วร่าง มันเป็นความรู้สึกของสัตว์นักล่าที่เพิ่งค้นพบเหยื่อที่คู่ควร!
ลูกพี่เสิ่นผู้ไม่เคยชายตามองสตรีคนใด บัดนี้กลับไม่อาจละสายตาจากแผ่นหลังบางนั้นได้เลยแม้แต่วินาทีเดียว
"ลูกพี่ครับ ของล็อตใหม่จากทางใต้มาถึงแล้ว จะให้เอาไปลงที่โกดังไหน..." หวังเหมิงลูกน้องคนสนิทวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามารายงาน แต่พอเห็นเจ้านายยืนนิ่งเป็นรูปปั้นก็ต้องชะงักคำพูดไป
เสิ่นชิงซานไม่ได้ยินเสียงลูกน้องเลยแม้แต่น้อย เขายกมือขึ้นดึงบุหรี่ที่ยังสูบไม่หมดออกจากปาก ทิ้งมันลงบนพื้นดิน ก่อนจะใช้รองเท้าหนังคอมแบททหารบดขยี้มันช้าๆ หนักแน่นราวกับกำลังใช้ความคิดอย่างหนัก
สายตาของเขายังคงจับจ้องไปที่กู้หว่านชิวที่กำลังเดินเลี้ยวหายไปที่มุมถนน ลิ้นหนาดุนกระพุ้งแก้มเบาๆ มุมปากที่มักจะเหยียดตึงเสมอพลันยกยิ้มขึ้น เป็นรอยยิ้มที่ทั้งร้ายกาจ เจ้าเล่ห์ และเต็มไปด้วยความหมายมาดอย่างที่หวังเหมิงไม่เคยเห็นมาก่อนในชีวิต!
หวังเหมิงลอบกลืนน้ำลาย รังสีความปรารถนาอันรุนแรงที่แผ่ออกมาจากตัวลูกพี่ใหญ่ทำให้เขารู้สึกขนลุกซู่ "ละ... ลูกพี่ มองอะไรอยู่หรือครับ?"
เสิ่นชิงซานยืดตัวขึ้นเต็มความสูง เขาสอดมือทั้งสองข้างล้วงกระเป๋ากางเกง สายตายังคงทอดมองไปในทิศทางที่เด็กสาวหายตัวไป น้ำเสียงทุ้มต่ำและแหบพร่าดุจเชลโล่ที่ถูกสีอย่างหนักหน่วงเอ่ยขึ้นช้าๆ ชัดเจนทุกถ้อยคำ
"หวังเหมิง..."
"ครับลูกพี่!"
"ส่งคนไปสืบมา ว่าผู้หญิงที่ใส่กระโปรงสีเบจคนเมื่อกี้เป็นใคร บ้านอยู่ที่ไหน และสถานะครอบครัวเป็นยังไง"
เสิ่นชิงซานหันขวับมามองลูกน้อง นัยน์ตาของเขาประกายวาวโรจน์ด้วยความคลั่งไคล้และครอบครอง "ไปสืบประวัติว่าที่ซ้อใหญ่ของพวกแกมาให้ละเอียดที่สุด อย่าให้ตกหล่นแม้แต่บรรทัดเดียว!"
