บท
ตั้งค่า

ดัดแปลงเสื้อผ้าเก่า 1

"ยอมรับไม่ได้ ให้ตายฉันก็ไม่ยอมใส่ชุดที่ทำลายสุนทรียภาพทางศิลปะแบบนี้ออกจากบ้านเด็ดขาด!"

สัญชาตญาณดีไซเนอร์ในสายเลือดเดือดพล่าน กู้หว่านชิวโยนเสื้อทรงกระสอบลงบนเตียง ก่อนจะหยิบชุดเข็มและด้ายระดับพรีเมียมที่ได้รับจากระบบออกมา นิ้วเรียวยาวที่เคยจับแต่กรรไกรสั่งทำพิเศษราคาหลักแสน บัดนี้หยิบกรรไกรตัดผ้าอันเก่าที่เป็นสนิมเขรอะขึ้นมาหมุนเล่นในมืออย่างคล่องแคล่ว

ดวงตาหงส์หรี่ลงเล็กน้อย สมองของเธอประมวลผลโครงสร้างของเนื้อผ้าและสัดส่วนของร่างเดิมอย่างรวดเร็ว

ชึบ! ชึบ! แคร่ก!

เสียงกรรไกรตัดลงบนเนื้อผ้าสลับกับเสียงฉีกผ้าด้วยมือเปล่าดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง กู้หว่านชิวลงมือดัดแปลงเสื้อเชิ้ตตัวเก่าอย่างฉับไว เธอตัดแขนเสื้อที่ยาวรุ่มร่ามออกให้กลายเป็นแขนเต่อ จับจีบตรงช่วงเอวเพื่อให้เข้ารูปอวดทรวดทรงที่ซ่อนอยู่ และที่สำคัญที่สุด เธอใช้กรรไกรเลาะคอเสื้อทื่อๆ นั้นทิ้ง แล้วใช้เศษผ้าที่เหลือมาเย็บประกบใหม่ กลายเป็นคอปกบัวที่ดูอ่อนหวานและแฝงความขี้เล่น

แม้จะไม่มีจักรเย็บผ้า แต่ฝีเข็มของปรมาจารย์แห่งวงการระดับสูงนั้นประณีตไร้ที่ติ ด้ายทุกเส้นถูกเย็บซ่อนซับอย่างแนบเนียนจนมองไม่เห็นรอยต่อ

จากนั้นเธอก็หันไปหยิบผ้าฝ้ายสีเบจความยาว 5 เมตรที่เป็นของรางวัลจากระบบออกมาสัมผัสเนื้อผ้าที่นุ่มลื่นและทิ้งตัวสวย กู้หว่านชิวตัดสินใจตัดมันเป็นกระโปรงทรงเอเอวสูง ความยาวคลุมเข่าพอดี ทรงเอจะช่วยพรางสะโพกและเน้นให้เอวดูคอดกิ่ว ส่วนความยาวระดับนี้ก็ดูสุภาพเรียบร้อย ไม่ขัดกับค่านิยมของยุคสมัย แต่กลับดูทันสมัยกว่าผู้หญิงทุกคนในยุคนี้

เวลาผ่านไปเพียงหนึ่งชั่วโมงเศษ ผลงานชิ้นเอกฉบับยุค 80 ก็เสร็จสมบูรณ์

กู้หว่านชิวสวมเสื้อเชิ้ตคอปกบัวเข้ารูปสีฟ้าเทาที่บัดนี้ดูมีราคาขึ้นมาทันตา สอดชายเสื้อเข้าในกระโปรงทรงเอสีเบจที่ขับเน้นเอวบางคอดราวกับกิ่งหลิว เธอสางผมที่ยาวสลวยให้คลายความยุ่งเหยิง แล้วมัดรวบครึ่งหัวด้วยเศษผ้าสีเดียวกับกระโปรง ปล่อยปอยผมสองข้างระหน้าผากอย่างเป็นธรรมชาติ

เมื่อยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลืองบานเก่า ภาพที่สะท้อนออกมาคือเด็กสาววัยสิบแปดปีที่ผิวพรรณขาวผ่องดุจหยกสลัก ใบหน้าจิ้มลิ้มปราศจากเครื่องสำอางใดๆ กลับดูโดดเด่นสะดุดตา ทรวดทรงอรชรที่เคยถูกซ่อนไว้ใต้ชุดกระสอบ บัดนี้ถูกเผยให้เห็นอย่างมีศิลปะ เธอดูสง่างาม มั่นใจ และมีกลิ่นอายของดาราภาพยนตร์จากฝั่งฮ่องกงที่เพิ่งหลุดออกมาจากหน้าปกนิตยสาร!

"พอถูไถไปได้ เอาล่ะ ได้เวลาไปหาเงินหยวนก้อนแรกแล้ว"

มุมปากบางยกยิ้มอย่างพึงพอใจ กู้หว่านชิวผลักประตูบ้านดินเหนียวออกไป เธอจงใจหลีกเลี่ยงการปะทะกับป้าสะใภ้หวังชุยฮวาที่กำลังง่วนอยู่กับการสับอาหารหมูหลังบ้าน หญิงสาวก้าวเดินฉับๆ มุ่งหน้าสู่ตัวอำเภอ ซึ่งอยู่ห่างจากหมู่บ้านไปราวๆ ประมาณ 1.5 กิโลเมตรอย่างมุ่งมั่น

ณ ตลาดสดใจกลางตัวอำเภอ บรรยากาศพลุกพล่านไปด้วยผู้คน เสียงกระดิ่งรถจักรยานดังกรุ๊งกริ๊งสลับกับเสียงตะโกนเรียกลูกค้า บนกำแพงอิฐแดงยังมีสโลแกนตัวอักษรสีขาวเขียนเอาไว้ว่า เรียนรู้จากสหายเหลยเฟิง สร้างสรรค์สังคมนิยม

ผู้คนบนท้องถนนร้อยทั้งร้อยล้วนสวมใส่เสื้อผ้าสีทึบทึม ไม่สีเทาก็สีน้ำเงิน หรือไม่ก็ชุดทหารสีเขียวซีดๆ ใบหน้าของแต่ละคนดูเหน็ดเหนื่อยจากการตรากตรำทำงานหนัก

ทว่าทันทีที่ร่างบางของกู้หว่านชิวปรากฏตัวขึ้นที่หัวถนน บรรยากาศรอบข้างก็คล้ายกับจะหยุดนิ่งไปชั่วขณะ!

ราวกับมีสปอตไลต์ที่มองไม่เห็นส่องลงมาที่เธอ ท่ามกลางฝูงชนที่จืดชืด กู้หว่านชิวเปรียบเสมือนดอกกุหลาบขาวที่เบ่งบานท่ามกลางดงหญ้าแห้ง เสื้อคอปกบัวที่พอดีตัวและกระโปรงทรงเอที่พริ้วไหวตามจังหวะการก้าวเดิน ทำให้เธอดูมีชีวิตชีวาและเปล่งประกาย สายตาของทั้งชายและหญิงต่างจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว

ผู้หญิงคนนี้เป็นใครกัน? ลูกสาวผู้ดีจากในตัวมณฑลหรือเปล่า? ชุดที่เธอใส่นั่นซื้อมาจากห้างไป่ฮั่วที่ปักกิ่งหรือไง ทำไมถึงได้ดูสวยทันสมัยขนาดนี้!

กู้หว่านชิวรับรู้ได้ถึงสายตาทุกคู่ที่จับจ้องมา แต่ระดับตัวแม่ที่เคยเดินพรมแดงมาแล้วนับไม่ถ้วนอย่างเธอมีหรือจะประหม่า หญิงสาวเชิดหน้าขึ้นเล็กน้อย หลังยืดตรงก้าวเดินด้วยท่วงท่าที่สง่างามและเต็มเปี่ยมไปด้วยความมั่นใจ สายตาของเธอกวาดมองหาร้านขายผ้าหรือลู่ทางในการทำธุรกิจอย่างไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้าง

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel