บท
ตั้งค่า

ตอนที่ 4 เด็กสองคนที่ไม่มีใครต้องการ

ลุงต้าฝูประกาศเสียงแข็ง “บ้านหลังนี้มันเก่าจนจะพังอยู่แล้ว ไม่มีผู้ใหญ่อยู่ดูแลมันอันตราย ฉันจะแยกพวกแกไปอยู่คนละบ้าน อันผิง แกไปอยู่บ้านฉัน ส่วนอันหนิง ป้าหลิวจะให้ญาติหมู่บ้านอื่นรับไปเลี้ยง!”

ประโยคนั้นเหมือนฟืนที่โยนเข้ากองไฟ อันหนิงตัวสั่นเทา เธอซุกหน้าลงกับแผ่นหลังของอันผิง สองมือเล็กกำเสื้อกันหนาวของพี่ชายแน่นจนข้อนิ้วซีดขาว

อันผิงสัมผัสได้ถึงความกลัวของน้องสาว เขายืดหลังตรง เผชิญหน้ากับกลุ่มญาติที่ยืนค้ำหัวอยู่ ในใจของกู้เหยียนชายวัยสามสิบเอ็ดปีเดือดปุด ๆ แต่เขาดึงสติกลับมาอย่างรวดเร็ว โวยวายไปก็ไม่มีประโยชน์ ร่างกายเด็กแปดขวบสู้แรงผู้ใหญ่ไม่ได้อยู่แล้ว สิ่งที่ต้องทำคือการเจรจาและถ่วงเวลา

“ถ้าพวกเราไปอยู่ที่อื่น แล้วใครจะดูแลบ้านหลังนี้ล่ะครับ” อันผิงถามด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ไม่ได้แข็งกร้าวแต่ก็ไม่ได้ยอมจำนน

ป้าหลิวชะงักไปนิดหนึ่งก่อนจะเชิดหน้าขึ้น “ผู้ใหญ่จัดการเอง แกเป็นเด็กไม่ต้องสอด”

“แล้วสมุดทะเบียนบ้านกับสมุดรับปันส่วนธัญพืชของเราอยู่ไหนครับ” อันผิงถามต่อ “เงินช่วยเหลือที่ทางการส่งมาให้พวกเรา ใครเป็นคนรับเก็บเอาไว้”

ลุงต้าฝูมีสีหน้าเลิ่กลั่ก อึกอักอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะชี้มือไปทางภรรยา “ถามป้าแกสิ นางเป็นคนจัดการเรื่องในบ้าน”

ป้าหลิวถลึงตาใส่สามีทันที “อะไรกันตาเฒ่า! เรื่องแบบนี้ต้องถามลุงแกโน่น ฉันจะไปรู้เรื่องเงิน ๆ ทอง ๆ ได้ยังไง”

อันผิงหรี่ตามองผู้ใหญ่สองคนที่โยนกลองกันไปมา เขาเห็นความผิดปกติชัดเจน แต่ไม่คิดจะไล่ต้อนให้จนมุมตรงนี้ เขาเพิ่งอายุแปดขวบ พูดฉอด ๆ เป็นทนายความไปก็มีแต่จะทำให้ผู้ใหญ่หมั่นไส้และใช้กำลังรังแก

“งั้นผมว่า... เราควรรอหัวหน้ากองการผลิตมาถึงก่อนค่อยคุยกันดีกว่าครับ” อันผิงสรุปง่าย ๆ “เมื่อกี้ย่าหลัวกำลังจะไปตามหัวหน้าหลัวมาดูรอยรองเท้าในบ้านเรา อีกเดี๋ยวก็คงมา”

พอได้ยินชื่อหัวหน้าหลัว ป้าหลิวก็หน้าตึงกรามบดเข้าหากันกรอด เธอรู้ดีว่าถ้าปล่อยให้หลัวเต๋อไห่มาเห็นสภาพบ้านและเข้ามาซักไซ้ แผนที่วางไว้คงพังไม่เป็นท่า

“รอทำไม! ฉันเป็นป้าแกนะ มีสิทธิ์จัดการลูกหลานตัวเอง!”

ป้าหลิวก้าวพรวดเดียวเข้ามากระชากแขนอันหนิงอย่างแรง เด็กหญิงร้องเสียงหลงด้วยความตกใจและเจ็บปวด เธอพยายามขืนตัวไว้แต่ก็สู้แรงผู้ใหญ่ไม่ได้ ป้าหลิวออกแรงลากหลานสาวตัวน้อยให้เดินตามไปทางประตูครัว

อันผิงไม่ได้กระชากแขนน้องสาวกลับมา เขาพุ่งเข้าไปคว้ามืออีกข้างของอันหนิงเอาไว้ แล้วก้าวเดินตามแรงลากของป้าหลิวไปติด ๆ การเล่นชักเย่อโดยมีเด็กห้าขวบอยู่ตรงกลางมีแต่จะทำให้น้องเจ็บตัวฟรี เขายอมเดินตามไปจนกระทั่งถึงธรณีประตูครัว ซึ่งเป็นจุดที่เสียงตะโกนจะดังออกไปถึงลานบ้านข้าง ๆ ได้ชัดเจนที่สุด

อันผิงสูดลมหายใจเข้าลึกเต็มปอด แล้วตะโกนสุดเสียง

“ย่าหลัวครับ! ย่าหลัว! ป้าหลิวจะลากอันหนิงไป น้องไม่อยากไปครับ!”

เสียงเล็ก ๆ ของเด็กชายดังก้องไปทั่วบริเวณ อันหนิงที่กำลังร้องไห้สะอึกสะอื้นอยู่ก็ฮึดสู้ เธอหันขวับไปจ้องหน้าป้าสะใภ้ น้ำตาอาบแก้มแดงก่ำ

“ปล่อยหนูนะ! ไม่งั้นหนูจะให้หนูไปกัดถุงเท้าป้าให้ขาดเลย!” เด็กหญิงขู่เสียงสั่น

ญาติผู้ชายสองคนที่ยืนดูเหตุการณ์อยู่หลุดหัวเราะพรืด คิดว่าเด็กน้อยพูดประชดประชันตามประสาเด็กเอาแต่ใจ ป้าหลิวยิ่งโมโห หน้าดำหน้าแดง “นังเด็กบ้า! พูดจาเลอะเทอะ เดี๋ยวฉันจะตบปากแกให้เลือดออกเลย!”

อันผิงบีบมือน้องสาวเบา ๆ เขาก้มลงกระซิบข้างหู “เรื่องถุงเท้าเก็บไว้ก่อน จับมือพี่ไว้แน่น ๆ ก็พอ”

เสียงเอะอะโวยวายทำให้เพื่อนบ้านสองสามคนที่อยู่ละแวกนั้นเปิดประตูชะโงกหน้าออกมาดู

ย่าหลัวที่เพิ่งจะกลับเข้าบ้านไปหยิบเสื้อกันหนาวตัวนอก และยังไม่ทันได้เดินก้าวพ้นรั้วไปตามหัวหน้ากองการผลิต พอได้ยินเสียงเด็กร้องขอความช่วยเหลือ แกก็รีบผลักประตูบ้านพรวดพราดออกมาทันที พอเห็นเหตุการณ์ตรงหน้า หญิงชราก็ชี้หน้าด่าลั่น

“หยุดเดี๋ยวนี้นะหลิวเหมยเซียง!” ย่าหลัวก้าวฉับ ๆ เข้ามาขวาง แกเห็นว่าสถานการณ์ไม่สู้ดี ถ้าแกทิ้งเด็กไว้ตรงนี้แล้วเดินไปตามคนเอง เด็กคงถูกลากไปแน่ แกจึงหันไปสั่งเพื่อนบ้านหนุ่มที่เพิ่งโผล่หน้ามาดู “อาเฉียง! เอ็งขายาววิ่งเร็วกว่าฉัน เอ็งรีบไปตามหัวหน้าหลัวมาที่นี่เดี๋ยวนี้เลยนะ บอกว่ามีคนกำลังจะข่มเหงรังแกเด็กบ้านเฉิน!”

เพื่อนบ้านพยักหน้ารับแล้วสับตีนแตกวิ่งออกไปทันที

ป้าหลิวเห็นท่าไม่ดีจึงยอมปล่อยแขนอันหนิง แต่ยังยืนจังก้าบังทางออกเอาไว้ “นี่มันเรื่องครอบครัวฉัน ยายแก่หัวเดียวกระเทียมลีบอย่างแกมาแส่เรื่องอะไรด้วยฮึ!”

อันผิงรีบดึงน้องสาวมาหลบอยู่ด้านหลัง เขาลูบแขนอันหนิงเบา ๆ เพื่อปลอบโยน ก่อนจะหันไปเผชิญหน้ากับป้าหลิว

“ผมแค่อยากให้เราคุยกันให้รู้เรื่องตอนที่หัวหน้าหลัวมาถึงครับ” อันผิงพูดด้วยท่าทีสงบ ไม่ด่าทอ ไม่ก้าวร้าว แต่มั่นคงจนผู้ใหญ่หลายคนแถวนั้นแปลกใจ

ป้าหลิวกระทืบเท้า ชี้หน้าด่ากราด “ฉันหวังดีกับพวกแกนะ! ฉันดูแลพวกมันอย่างดี ข้าวปลาก็หาให้กิน บ้านนี้มันอันตราย ฉันถึงจะพาไปอยู่ที่อื่น ยายแก่บ้านี่มาทำตัวเป็นศาลเตี้ยตัดสินคนอื่นได้ยังไง!”

ย่าหลัวแค่นเสียงขึ้นจมูก มองสภาพเด็กสองคนที่ผอมโซและเสื้อผ้าหลวมโพรก “ดูแลดีประสาอะไรฮึ เด็กถึงได้ร้องไห้กอดกันกลมขนาดนี้ ลากถูลู่ถูกังหลานตัวเองเหมือนหมูเหมือนหมา”

ลุงต้าฝูที่ยืนเงียบมานานทนดูภรรยาเสียหน้าไม่ไหว เขาเดินฝ่าออกมา หน้าแดงก่ำด้วยความโกรธและอับอายที่มีเพื่อนบ้านมายืนมุงดู

“บอกแล้วไงว่านี่มันเรื่องในครอบครัว คนนอกอย่ามายุ่ง!” ลุงต้าฝูตวาดลั่น

บรรยากาศในลานบ้านตึงเครียดจนแทบจะหายใจไม่ออก อันผิงจับมือน้องสาวแน่น เขารู้ดีว่าสงครามยกแรกเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น การแยกตัวออกจากญาติเห็นแก่ตัวพวกนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่เขาจะไม่มีวันยอมแพ้เด็ดขาด

 
ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel