บทที่ 7 ฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนี้อีกต่อไป (1/2)
ฉันจะไม่ยอมให้เป็นแบบนี้อีกต่อไป (1/2)
เจินเหยาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดหัวอย่างหนัก มือข้างหนึ่งสัมผัสไปที่ศีรษะพบว่าเลือดไหลออกมานิดหน่อย เธอเริ่มจำได้ว่าตอนที่ปวดหัวรุนแรงนั้นอาจจะล้มแล้วไปกระแทกอะไรเข้า แต่เมื่อลืมตาขึ้นมากลับต้องตกใจอย่างมากเพราะที่นี่ไม่ใช่โรงพยาบาลแต่กลับเป็นบ้านแบบชนบทหลังหนึ่ง
เธอพยายามมองไปรอบ ๆ เพื่อทำความเข้าใจว่าตัวเองอยู่ที่ไหน บ้านหลังนี้ดูเก่าและมีสภาพทรุดโทรม มีเฟอร์นิเจอร์ไม้ที่ดูเหมือนทำเองและไม่มีเครื่องใช้ไฟฟ้าทันสมัยใด ๆ ที่เธอคุ้นเคย เจินเหยารู้สึกว่าทุกสิ่งทุกอย่างดูแปลกตาและเหมือนกับว่าอยู่คนละยุคสมัยอย่างไรอย่างนั้น
เสียงเด็กร้องไห้ดังมาจากด้านข้าง เจินเหยาหันไปมองตามเสียงนั้นพบว่าเป็นเด็กผู้ชายอายุประมาณห้าขวบ เด็กน้อยนั่งอยู่ข้าง ๆ และกำลังร้องไห้เสียใจ แต่เมื่อเขาเห็นว่าเธอฟื้นขึ้นมาแล้วก็เปลี่ยนสีหน้าและร้องตะโกนด้วยความดีใจ "แม่ฟื้นแล้ว ๆ!"
เด็กน้อยพุ่งเข้ามากอดเจินเหยาด้วยความรักและความห่วงใย ทำให้รู้สึกอึดอัดแต่ก็อบอุ่นในเวลาเดียวกัน เธอพยายามปรับตัวและหันกลับมามองเด็กน้อยที่กอดเธอแน่น น้ำตาของเขายังเปียกแก้มอยู่และแววตาก็เต็มไปด้วยความหวัง
เหตุการณืที่เกิดขึ้นทำให้เจินเหยารู้สึกสับสนและไม่เข้าใจว่าทำไมเด็กน้อยถึงเรียกเธอว่าแม่และทำไมเธอถึงมาอยู่ที่นี่ แต่ความอบอุ่นจากการกอดของเด็กน้อยทำให้รู้สึกอ่อนโยนลง เธอจึงกอดเด็กน้อยกลับเพื่อปลอบโยนเขา
เวลาผ่านไปสักครู่เจินเหยาพยายามจะลุกขึ้นยืนแต่รู้สึกเวียนหัวและไม่มั่นคง เด็กน้อยจึงช่วยประคองไปที่เตียง
ในขณะที่เด็กชายกำลังดูแลเธออยู่นั้น ความทรงจำของเจ้าของร่างเดิมก็พรั่งพรูเข้ามาในของหัวเจินเหยา ภาพต่าง ๆ ของชีวิตที่ผ่านมาของเว่ยเถียนเถียนเริ่มปรากฏขึ้นมาอย่างชัดเจน ทั้งภาพความสุขในวัยเด็กที่เซี่ยงไฮ้ ความรักและความอบอุ่นจากพ่อแม่ที่ตอนนี้ไม่ได้อยู่แล้ว ความเสียใจและความทุกข์ทรมานที่พบเจอเมื่อชีวิตเปลี่ยนไปหลังการแต่งงานกับจางกวนหย่ง
ความทรงจำที่ชัดเจนที่สุดคือความทรมานที่เว่ยเถียนเถียนต้องทนรับจากคนในบ้านจาง ความรุนแรงทางร่างกายและจิตใจที่เธอต้องเผชิญ ทั้งจากการถูกบังคับให้ทำงานหนักและการถูกข่มเหงเมื่อไม่สามารถให้เงินตามที่ถูกขอ ความทรงจำเหล่านี้ทำให้เจินเหยารู้สึกโมโหและโกรธเกรี้ยวเป็นอย่างมาก ไม่คิดว่าคนบ้านจางจะใจร้ายทำกับเจ้าของร่างถึงขนาดนี้
เจินเหยารู้สึกถึงความเจ็บปวดที่เว่ยเถียนเถียนต้องเผชิญ เธอไม่สามารถยอมรับได้ว่าคนคนหนึ่งจะต้องทนอยู่ในสภาพเช่นนี้ โดยเฉพาะเมื่อเด็กชายที่น่ารักคนนี้ต้องเห็นแม่ของเขาถูกทำร้ายและต้องทนทุกข์ทรมานเช่นนี้ด้วย ความคิดที่ว่าจะต้องทนอยู่ในสภาพนี้ต่อไปทำให้เจินเหยารู้สึกถึงความมุ่งมั่นที่ต้องทำอะไรสักอย่างเพื่อเปลี่ยนแปลงสิ่งเหล่านี้
เมื่อมั่นใจแล้วว่าตัวเองทะลุมิติเข้ามาอยู่ในร่างนี้จริง ๆ และตอนนี้เธอก็คือเว่ยเถียนเถียน เธอคิดว่าต่อไปนี้จะไม่ยอมทนอยู่ในสภาพแบบนี้อีกแล้ว จะไม่ปล่อยให้คนบ้านจางทำร้ายเธอและลูกชายอีกต่อไป ต้องหาทางเปลี่ยนแปลงสถานการณ์นี้ให้ได้
เธอมองดูจางเสวียอี้ที่ยังคงนั่งอยู่ข้าง ๆ เด็กน้อยที่น่ารักและกำลังอยู่ในวัยสดใส คิดว่าหากเขาอยู่ในบ้านจางต่อไปก็คงมีชีวิตที่ไม่ดีแน่ ไม่แน่อนาคตอาจจะกลายเป็นคนเหลวไหลเหมือนพ่อของเขาก็ได้ เพราะเธอก็ไม่แน่ใจนักว่าคนอย่างจางกวนหย่งและแม่สามีจะสั่งสอนจางเสวียอี้ได้ดี
"ลูกแม่ เราจะต้องไปหาหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อขอหย่ากับพ่อของลูก แม่ต้องการให้เรามีชีวิตที่ดีกว่านี้และแม่เชื่อว่าเราจะทำได้ ลูกเข้าใจไหม" เว่ยเถียนเถียนเรียกจางเสวียอี้มาใกล้ ๆ และพูดกับเขาด้วยความอ่อนโยน
จางเสวียอี้พยักหน้าเข้าใจ ถึงแม้ว่าเขาจะยังเด็ก แต่ก็รู้ว่าแม่จำเป็นต้องทำแบบนี้เพื่อชีวิตใหม่ของพวกเขา เขาจับมือแม่แน่นพร้อมส่งสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นให้
เมื่อไปถึงบ้านของหัวหน้าหมู่บ้าน เว่ยเถียนเถียนได้เล่าเรื่องราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นให้กับหัวหน้าหมู่บ้านฟัง "หัวหน้าหมู่บ้าน ฉันถูกสามีทำร้ายอย่างหนักทั้งร่างกายและจิตใจ ฉันไม่สามารถทนอยู่ในสภาพนี้ได้อีกต่อไปแล้ว ฉันต้องการขอหย่ากับเขาค่ะ"
