ทะลุมิติมาเป็นแม่หม้ายขายน้ำเต้าหู้ในยุค 70s

76.0K · จบแล้ว
หนึ่งบุปผา
41
บท
752
ยอดวิว
8.0
การให้คะแนน

บทย่อ

 หญิงสาวที่กำลังมีหน้าที่การงานที่มั่นคงในยุคปัจจุบันทั้งยังสร้างความก้าวหน้าให้ชีวิตด้วยการเรียนต่อปริญญาโทอีก แต่ว่าชะตากลับมาพลิกผันเมื่อเธอทำงานหนักมากเกินไปจนต้องจบชีวิตลงแล้วมาเข้าร่างของหญิงสาวในยุค 70's ที่ต้องตายด้วยความรันทดภายในบ้านของอดีตสามี เธอตื่นขึ้นมาอีกครั้งและพบว่ามีอีกหนึ่งชีวิตที่อยู่ในความรับผิดชอบ เด็กชายวัยห้าขวบหน้าตาน่ารักกำลังนั่งร้องไห้อยู่ข้าง ๆ เพราะคิดว่าแม่ของเขาได้ตายไปแล้ว เมื่อความทรงจำทั้งหมดพรั่งพรูเข้ามาเธอก็รู้ว่าจะปล่อยให้เป็นแบบนี้ไม่ได้อีกต่อไป ถึงเวลาแล้วที่จะต้องฮึดสู้และพาชีวิตของพวกเขาออกไปสู่วันที่ดีกว่า

ทหารนางเอกเก่งข้ามมิติเกิดใหม่ต่างโลกนิยายย้อนยุคยุค70มีลูกแฮปปี้เอนดิ้ง

บทที่ 1 หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น (1/2)

หญิงสาวที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่น (1/2)

บนชั้นสิบสี่ในตึกแห่งหนึ่งใจกลางกรุงปักกิ่ง ท่ามกลางความวุ่นวายในอาคารสำนักงานหญิงสาวคนหนึ่งกำลังยุ่งอยู่กับงานที่กองจนแทบจะสูงท่วมหัว ไม่ใช่แค่เธอเท่านั้น เพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ต่างก็มีชะตากรรมที่ไม่ต่างกัน

เจินเหยาหญิงสาววัยสามสิบปีผู้มุ่งมั่นในการทำงานและการเรียน หลังจากใช้เวลาในวัยหนุ่มสาวไปกับการทำงานเพื่อสร้างฐานะ เจินเหยาได้เข้าทำงานในบริษัทส่งออกวัตถุดิบจำพวกอาหารแห้งจากประเทศจีน งานของเธอเกี่ยวข้องกับการติดต่อประสานงานกับลูกค้าต่างประเทศ รวมถึงการจัดการเรื่องเอกสารศุลกากรเพื่อส่งออกสินค้าไปยังประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก ด้วยความรับผิดชอบและความสามารถที่โดดเด่น เจินเหยาได้รับความไว้วางใจจากผู้บริหารและได้รับมอบหมายงานที่ท้าทายอยู่เสมอ

หลังจากส่งอีเมลแจ้งข่าวดีให้กับลูกค้าและหัวหน้าแล้วเจินเหยาก็รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมาก เธอหันมองนาฬิกาบนผนังที่บอกเวลาเกือบห้าทุ่ม วันนี้เป็นวันที่งานของเธอต้องเผชิญกับปัญหาใหญ่ เมื่อสินค้าไม่ผ่านด่านศุลกากรขาเข้าของประเทศปลายทาง ทำให้เกิดความล่าช้าและอาจส่งผลกระทบต่อความน่าเชื่อถือของบริษัท เจินเหยาจำเป็นต้องรีบแก้ไขสถานการณ์นี้ให้เร็วที่สุด เธอจึงติดต่อประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายศุลกากรและลูกค้าที่ต่างประเทศ การแก้ปัญหาเหล่านี้ใช้เวลาหลายชั่วโมงจนในที่สุดก็สามารถคลี่คลายสถานการณ์ได้สำเร็จ แต่กว่าจะจัดการเรื่องราวทั้งหมดเสร็จสิ้นก็เล่นเอาดึกดื่น

“เสี่ยวเหยา พี่จะกลับบ้านแล้วนะ เหนื่อยหน่อยนะวันนี้” เสียงของลี่หยุน เพื่อนร่วมงานที่นั่งโต๊ะข้าง ๆ กล่าวขึ้น

เจินเหยาที่กำลังจดจ่ออยู่กับหน้าจอคอมพิวเตอร์ หันมาสบตากับลี่หยุนแล้วพยักหน้าเบา ๆ ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงอ่อนล้า “อือ ขอบคุณมากค่ะหยุนเจี่ย กลับดี ๆ นะคะ แล้วเจอกันพรุ่งนี้”

“แน่ใจนะว่าไม่กลับพร้อมกัน วันนี้ทุกคนเหนื่อยมากเลย อย่าหักโหมเกินไปล่ะ” ลี่หยุนพูดด้วยความเป็นห่วง พลางมองดูเจินเหยาที่ยังทำงานไม่เสร็จ

“ไม่เป็นไรค่ะ ฉันยังมีอีกหลายอย่างที่ต้องจัดการ” เจินเหยาตอบพร้อมกับยิ้มเล็กน้อย แต่ก็ไม่สามารถซ่อนความเหนื่อยล้าได้

ลี่หยุนพยักหน้าอย่างเข้าใจ “โอเค งั้นพี่ไปก่อนนะ แล้วอย่าอยู่ดึกจนเกินไปล่ะ” หลังจากนั้นเธอก็เดินไปหยิบกระเป๋าและออกจากออฟฟิศ

เจินเหยาหันกลับไปที่หน้าจอคอมพิวเตอร์พร้อมกับถอนหายใจเบา ๆ ในใจเธอรู้ดีว่าตัวเองควรจะหยุดพัก แต่ความกังวลเกี่ยวกับงานทำให้เธอไม่สามารถหยุดพักได้เลย

"วันนี้ต้องกลับบ้านดึกอีกแล้วสินะ" เธอพึมพำกับตัวเองขณะที่เก็บของลงในกระเป๋าเตรียมตัวกลับบ้าน ถึงแม้ว่าร่างกายจะเหนื่อยล้าแต่จิตใจกลับไม่ยอมแพ้ เธอยังคงมุ่งมั่นและตั้งใจทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเสมอ

เจินเหยากลับมาถึงบ้านในสภาพที่เหนื่อยล้าเต็มที ทันทีที่เปิดประตูห้องเช่าเล็ก ๆ ออก ความเงียบสงบภายในห้องทำให้เธอรู้สึกโล่งใจเล็กน้อย ห้องนี้แม้จะไม่หรูหราแต่ก็เป็นที่พักผ่อนที่เจินเหยาหวงแหนที่สุด เธอวางกระเป๋าลงบนโต๊ะและทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ตัวเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ใกล้ ๆ

"ไม่ไหวแล้วจริง ๆ วันนี้" เจินเหยาพึมพำกับตัวเองพร้อมกับยกมือขึ้นนวดขมับที่ปวดตึงจากความเครียด การทำงานหนักมาทั้งวันไม่ใช่สิ่งใหม่สำหรับเธอ เธอเคยชินกับการที่ต้องทำงานจนดึกดื่นไปเสียแล้ว

หลังจากพักสายตาอยู่ครู่หนึ่งเจินเหยาก็ลุกขึ้นเดินไปที่โต๊ะทำงาน ซึ่งมีคอมมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กและหนังสือเรียนวางอยู่อย่างเรียบร้อย เธอกำลังเรียนปริญญาโทในคณะบริหารธุรกิจที่มหาวิทยาลัยชื่อดังแห่งหนึ่ง ตั้งใจว่าจะต้องจบการศึกษาให้ได้ภายในภาคการศึกษานี้ ไม่เพียงแค่เป็นการพิสูจน์ความสามารถของตัวเองแต่ยังเป็นการเพิ่มโอกาสในการเติบโตในสายงานที่เธอรักอีกด้วย

การเรียนปริญญาโทควบคู่ไปกับการทำงานเต็มเวลาไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเจินเหยา การจัดการเวลาให้ลงตัวระหว่างการทำงานและการเรียนเป็นสิ่งที่เธอต้องฝึกฝนมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการบริหารเวลาและแรงกายในการทำวิทยานิพนธ์

เมื่อเปิดคอมพิวเตร์โน้ตบุ๊กขึ้นมาก็เริ่มต้นทำงานวิทยานิพนธ์ทันที แม้จะเหนื่อยแค่ไหนแต่เธอก็ไม่ยอมให้ตัวเองหยุด เธอเข้าใจดีว่าการทำวิทยานิพนธ์ต้องใช้ความทุ่มเทและความใส่ใจในรายละเอียดมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่เธอมีอยู่เสมอ

“ต้องทำให้เสร็จเร็วที่สุด” เจินเหยาพูดกับตัวเองเบา ๆ พร้อมกับมองหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่เต็มไปด้วยข้อมูลและกราฟต่าง ๆ