แต่งงานกันแล้วข้าเป็นคนบ้านอื่น2
ร่างผอมบางที่สวมชุดสีแดงเดินออกมาจากห้องท้ายสุดของเรือนทำใครหลายคนที่กำลังทำงานบ้านตกใจ
“นะ นั่น ลั่วเฟินเยว่มิใช่หรือ” สาวใช้ที่นางเดินผ่านกำลังกระซิบกันนางจึงหันกลับไปมอง
“ใช่ ข้า…ลั่วเฟินเยว่ แต่เมื่อคู่ข้าพึ่งประทับนิ้วลงนามเป็นคนสกุลเหวิน พวกเจ้ามีปัญหาอะไร” ดวงตาแข็งกร้าวของนางทำคนที่จะเข้ามาจับตัวกล้าๆกลัวๆ
“จะจับจับตัวข้าไปทรมานงั้นหรือ พวกเจ้าคงลืมไปแล้วว่าวันนี้เป็นวันออกเรือนของข้า อยากให้เสียฤกษ์งามยามดี ก็ลองดูสิ อย่าหาว่าข้าไม่เตือน!!” จากเด็กสาวพูดน้อยคอยแต่ก้มหน้าทำงาน บัดนี้เหมือนเปลี่ยนไปเป็นคนละคน สองเท้าบางจ้ำอ้าวไปยังกลุ่มคนที่ยืนคุยกันหน้าจวน มุมปากฉีกยิ้มอย่างเย้ยยัน ในความทรงจำนางรู้จักทุกคน ยกเว้นสตรีที่แต่งตัวธรรมดา ยืนอยู่ไม่ไกลจากประตูทางเข้า
“เดี๋ยว!!” นางเรียกสาวใช้คนนึงที่กำลังจะไปรายงานฮูหยินลั่วถึงพฤติกรรมนางแต่นางเรียกเอาไว้ก่อน
“แม่สามีข้าคนไหน?” นางเลิกคิ้วขึ้นข้างนึงก่อนยกมีดขึ้นชี้หน้า
“ตอบ!! หรือไม่ตอบ!!” ท่าทางนักเลงโตทำใครหลายคนกันมามอง
“ฮูหยินเหวินสาม ยะ อยู่ตรงประตู” นางพยักหน้าก่อนเดินเข้าไปในวงสนทนา
“เฟินเยว่!! นี่เจ้า!! ทำบ้าอะไร!!” กลุ่มสตรีที่สวมเสื้อผ้าสวยงามกำลังพูดคุยนินทาว่าที่แม่สามีนางอย่างออกรสออกชาติ หันมาทำท่าทางรังเกียจใส่จนนางแสยะยิ้ม เคว้ง
“ว๊ายยย” นางโยนมีดไปตรงปลายเท้าของอาสะใภ้ก่อนตรงเข้าไปคว้าเงินห้าตำลึงในห่อผ้าสีแดง
“ท่านอาข้าบอกก่อนไปราชการว่า สิ่งใดที่เกี่ยวกับตัวข้า ล้วนเป็นสมบัติของข้า ค่าตัวนี้ก็เช่นกัน!!” นางกวาดตามองทุกคนรวมถึงคุณชายเหวินที่นางเคยไปตะโกนขอให้แต่งงานด้วย สายตาคนพวกนั้นไม่ปิดบังสักนิดว่ารังเกียจนาง
“พวกท่านนี่โสโครกจริงๆ แต่งตัวอวดรวยกันจนน่าแขยง สังคมโสมมเช่นนี้…เหมาะกับ…พวกหน้าไหว้หลังหลอกดี!!” คำพูดจาเจ็บแสบทำหลายคนเต้นเป็นเจ้าเข้า
“ยืนบื้ออยู่ทำไมจับตัวนางไว้!!“ อาสะใภ้นางไม่มีทางปล่อยผ่านอยู่แล้ว เรียกคนของตัวเองออกมาจับตัวนางแต่นางไวกว่า คว้ากระถางต้นไม้อันใหญ่กว่าตัวทุ่มลงบนพื้นจนหนีตายกันจ้าละหวัน
”อยากหัวแบะก็เข้ามา ข้าจับจับทุ่มไม่เลี้ยง!!”
ตู้ม ตู้ม เพล้ง เพล้ง
เหล่าผู้ดีทั้งหลายหนีตายกันจนอลม่าน นางเอาเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเขวี้ยงทั้งกระถางเล็กกระถางใหญ่จนเละเทะเต็มหน้าจวน
“นางบ้าไปแล้ว!!”
“ใช่!!นางบ้าไปแล้วจริงๆ” ใครบางคนส่งสิ่งของให้นางขว้างปา เมื่อหันไปพบว่าเป็นลั่วลู่หานและลั่วลู่อิ่น สองพี่น้องหัวเราะชอบใจ หยิบทั้งจานกระเบื้องสวยงามออกมาช่วยนางเต็มที่ ตรงตามแผนที่วางไว้เมื่อคืนไม่มีผิด
“พี่หญิงท่านสุดยอดไปเลย!!” นางยิ่งสนุกและเหมือนได้ระบายอารมณ์แทนร่างเดิม เหล่าคนใช้ไม่กล้าเข้ามาเพราะเกรงว่าจะถูกทำร้ายจนถึงแก่ชีวิต ส่วนคนที่ถูกบังคับให้เป็นหน่วยกล้าตายบัดนี้นอนกุมหัวร้องโอดโอยอยู่ที่พื้น
“อันนี้ยังน้อยไป ต้องเจอนี่!!” ประทัดนับร้อยลูกที่นางซื้อมาจากมิติถูกโยนไปพาดยาวยังขบวนรถม้าสกุลเหวิน นางจุดไฟที่ปลายประทัด จากนั้นเสียงดังสนั่นทำคนทั่วไปหนีตายกันอุตลุด
“นี่เป็นของที่ข้ารัก มอบให้เจ้าสองคน ดูแลตัวเองดีๆ ว่างก็ไปเยี่ยมข้านะ!!” นางวางก้อนทองที่ได้จากกล่องสมบัติมารดาลงบนมือลั่วลู่หานและลั่วลู่อิ่นก่อนจะวิ่งไปยังสตรีสูงวัยที่นั่งปิดหูอยู่ข้างประตูเข้าจวน
“ท่านป้ามารับตัวข้าใช่หรือไม่ ไปเถอะ!!“” นางจูงมือว่าที่แม่สามีให้วิ่งออกจากจวนใหญ่ ก่อนจะดันประตูปิดและขัดไม้เอาไว้ กันไม่ให้คนด้านในออกมา
”ท่านไปบอกคนขับเกวียน เตรียมตัวออกเดินทางทันทีข้าจะรีบตามไป หากจะดุด่าข้าก็ขอให้ไปถึงบ้านท่านก่อน!!“ แม้จะแปลกใจและอยากห้ามแต่ เหวินอินโหลวกลับรู้สึกสะใจกับการกระทำนี้ไม่น้อย
เมื่อเห็นแม่สามีไปขึ้นเกวียนที่จอดไว้ไม่ไกล นางจึงดึงน้ำหมักที่เหม็นจนแทบอ้วกออกมาจากที่ซ่อนนับสิบไห จากนั้นจัดการโยนเข้าไปในจวน จนกระทั่งได้ยินเสียงวี้ดว้าย และโวยวายของคนเหล่านั้น นางจึงยกยิ้ม
”ไว้ข้าจะมาเล่นสนุกด้วยใหม่!!“ กลิ่นเหม็นคละคลุ้งที่ตามมาด้วยเสียงอาเจียนทำนางที่ขึ้นมาบนเกวียนแล้วหัวเราะจนเจ็บท้อง โดยไม่เห็นท่าทางอิดโรยของแม่สามี
”ท่านไม่อยากได้ข้าเป็นสะใภ้ใช่หรือไม่ เพราะข้าเป็นเป็นเด็กกำพร้า นี่เงินท่าน ข้าทวงคืนมาให้แล้ว ท่านรับไว้แล้วกลับบ้านท่านไปเถอะ ที่เหลือข้าเดินทางต่อเอง ต้องขอโทษท่านป้าด้วยที่ทำให้ตกใจ“
