บทย่อ
ลั่วเฟินเยว่ตื่นมาท่ามกลางเสียงด่าทอของสตรีวัยกลางคน ก่อนจะนอนนิ่งๆจับใจความคำพูดเหล่านั้นพบว่า…ภาษาโบราณที่สตรีผู้นั้นใช้ ยังไม่น่าตกใจเท่า ด่าว่าสตรีเช่นลั่วเฟินเยว่ คือตัวอัปมงคล!โดนตบสักทีจะดีไหม
สะใภ้แสนร้าย
“สตรีเช่นนี้มีชีวิตคู่ก็แสนจะอัปโชค พ่อแม่ตายตั้งแต่ยังเด็กนิสัยหยาบกระด้างไม่พอ ยังใฝ่สูงเกือบอับอายกันทั้งวงศ์ตระกูล!!”
“ใช่ๆ คนแบบนี้จะแต่งงานกับคุณชายเหวินได้อย่างไร บ้านสามน่าจะเหมาะกว่าอับโชคเหมือนกัน!!“
”เช่นนั้นก็… เอาตามนี้ พรุ่งนี้เอาเงินมาวางไว้บนผ้าแดง และลากตัวนางไปได้เลย อัปมงคลจริงๆ!”
คนที่ตื่นนานแล้วยังงงงวยกับสภาพห้องนอนที่เปลี่ยนไป จู่ๆในหัวหวนนึกถึงก่อนที่เธอจะหลับบนเตียงใหญ่ของห้องชุดในเมืองปักกิ่ง วันที่แฟนหนุ่มที่เห็นแก่เงินของเธอเดินเข้ามาบอกเลิกพร้อมแนะนำลูกสาวท่านประธานที่เขาทำงานด้วยเยาะเย้ยเธอ
เขาบอกว่าเธอเป็นแม่ค้าที่ไม่มีอนาคต ไม่สมควรแต่งงานเข้าตระกูลของเขา… ยานอนหลับ1กำมือเธอกรอกมันใส่ปาก ก่อนสติจะดับวูบคำภาวนาของเธอคือ…ขอให้เธออย่าได้เจอคนประเภทนี้อีก เพราะหากเจอจะตบล้างน้ำสักสามที!!
“ลั่วเฟินเยว่เธอกินยานั่นไปกี่เม็ดกัน 2หรือ3หรือ5หรือ10หรือ20 ทำไมตอนนี้ถึงมาอยู่ในสภาพที่…เก่าครึแบบนี้!!” มือเล็กๆยกขึ้นมาดูก่อนพบว่ามันทั้งผอม ซีด มีแต่บาดแผลเต็มไปหมด แต่แปลก…เธอไม่รู้สึกเจ็บปวดหรือร้าวระบมสักนิด!!
“แล้วที่นี่มันคือที่ไหน สภาพแบบนี้…ห้องเช่าในตลาดยังดีสะกว่า เห้อออ” ยังไม่ทันได้คิดอะไรก็ต้องหลับตานอนนิ่งๆเมื่อได้ยินเสียงฝีเท้าเดินเข้ามา
“พี่หญิงหากวันพรุ่งนี้พี่ยังไม่ตื่น พี่อาจจะต้องถูกส่งไปหมู่บ้านสกุลเหวินเพื่อไปเป็นสะใภ้ปลายแถวนะ จะไม่สู้อีกต่อไปแล้วงั้นหรอ?!” เสียงแตกหนุ่มของใครสักคนที่เธอไม่รู้จักเอ่ยถามเหมือนตัดพ้อ แต่เมื่อเห็นเธอยังนอนนิ่งก็เดินกลับไป
วูบ!! จู่ๆในขณะที่เธอกำลังจะลืมตาเปลือกตากลับหนักอึ่งจนเธอต้องหลับมันลงไปอีกครั้งและสุดท้ายเหตุการณ์บางอย่างก็ไหลบ่าออกมาจากความรู้สึกภายใน
“เฟินเยว่หากวันหน้าไม่มีแม่อยู่แล้ว ลูกต้องแต่งงานออกไปบ้านใด อย่าได้ไปเป็นสะใภ้บ้านรองเด็ดขาดไม่เช่นนั้นชีวิตจะหาความสงบสุขไม่เจอ” สองคนแม่ลูกที่ยืนดูบิดาผู้ให้กำเนิดของลั่วเฟินเยว่กำลังอุ้มชูบุตรสาวกับภรรยารองอย่างออกนอกหน้า แม่รองที่ต่อหน้าบิดาเธอแสร้งเป็นคนดีหันมายิ้มเยาะเย้ยก่อนพากันเดินเข้าบ้าน จากนั้นผู้เป็นพ่อไม่เคยกลับมาที่บ้านเมียแต่งอย่างแม่ของนางเลยด้วยซ้ำ!!
เวลาผ่านไปนานนับปี จนนางอายุ10หนาวสิ่งที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น!!
“ข้าคิดไว้แล้วเวลาตกฟากของนางไม่ดี นำพาแต่ความชั่วร้ายมาให้ในวัยสิบหนาวเช่นนี้หากไม่ใช่เพราะนางร้องขอพี่เซี่ยจะเดินทางกลับมาที่นี่ได้อย่างไร!! สุดท้ายก็ต้องมาโดนโจรฆ่าตายพร้อมแม่ของนาง อัปมงคลจริงๆ ฮื่อๆ” เสียงร้องไห้คร่ำครวญของคนบ้านลั่วที่พากันกอดศพบิดานางเอาไว้ ยังไม่น่าอดสูใจเท่าศพของมารดานางก็นอนอยู่ไม่ห่างกันแต่มีเพียงนางก็กอดและร้องไห้อยู่บนอกท่าน
“เฟินเยว่สงสัยเจ้าต้องไปอยู่กับอารองก่อน ปล่อยแขนออกจากแม่เจ้าเสีย พวกเราจะช่วยกันส่งแม่เจ้าเข้าสุสานตระกูล” อารองผู้เป็นแสงสว่างสุดท้ายตัดสินใจรับเลี้ยงนาง ทุกคนในบ้านอารองดีกับนางทั้งหมดรวมถึงลูกๆของอาด้วย ยกเว้นคนเดียว…อาสะใภ้!!
“อายุเลยวัยปักปิ่นมานับ5หนาวแล้ว บุตรสาวบ้านอื่นเขามีบุรุษมาสู่ขอหมั้นหมาย เหตุใดนางยังเป็นเด็กที่ถูกเอาไว้รองมือรองเท้าอยู่เช่นนี้ หรือว่าเจ้าอยากเก็บนางเอาไว้เป็นสาวใช้แทน” บ่ายวันหนึ่งเพื่อนๆของอาสะใภ้มาดื่มน้ำชาที่เรือนเอ่ยพูดเรื่องนางอย่างสนุกสนาน และเพราะลั่วเฟินเยว่เป็นคนไม่พูด คนพวกนั้นก็พูดจาถากถางนางไม่หยุด!!
“ใช่ที่ไหนกัน!! คนบ้านเหวินอยากแต่งงานตามธรรมเนียมให้บุตรชายบ้านสาม ที่ตอนนี้เป็นเด็กกำพร้าเหมือนกัน มีเพียงมารดาที่ป่วยออดๆแอดๆ จะได้มีคนไปคอยรับใช้ไม่เป็นภาระบ้านใหญ่ รอแค่…พี่กู้ไปราชการ ทุกอย่างก็เรียบร้อย” รอยยิ้มเยาะเย้ยที่ส่งมาให้นางทำนางกัดฟันแน่น ก่อนจะตัดสินใจเดินทางไปหน้าบ้านใหญ่สกุลเหวินกับบุตรชายของท่านอา แววตาทีี่แน่วแน่เพราะจำคำสอนผู้เป็นมารดาได้ขึ้นใจ นางสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนตะโกนออกไป
“ข้าไม่แต่งกับคนบ้านสามสกุลเหวิน หากอยากได้ข้ามาทำงานในจวน ก็ซื้อข้ามาในฐานะทาส แต่หากอยากได้สะใภ้ข้าจะแต่งงานกับ…คุณชายเหวินบ้านใหญ่เท่านั้น!!…หากไม่ได้ชาตินี้ข้าไม่มีทางแต่ง!!” ชาวบ้านที่เดินผ่านไปมารีบมามุงดู ก่อนที่ใครบางคนจะไปตามอาสะใภ้นางเพื่อมาลากนางกลับบ้าน
ปึก ตุ๊บ ปึก พลัก!!!
ตอนนี้สตรีร่างเล็กถูกขังไว้ในโรงเก็บฟืนท้ายสวน ไม่ใช่แค่ขัง แต่อาสะใภ้ของนางยังสั่งให้คนสวนทุบตีนางทุกวันจนกว่าจะถึงวันที่ต้องส่งนางไปแต่งงาน แต่ใครเลยจะรู้ว่าเจ้าของร่างเดิมนั้น…จากไปแล้ว มีเพียงดวงวิญญาณแม่ค้าจากโลกใหม่เข้ามาอยู่แทนที่
หลังจากลั่วเฟินเยว่ที่โดนทุบตีจนสลบ คนพวกนั้นหาทางออกร่วมกันโดยการจะส่งนางไปบ้านสามทั้งๆที่ไม่ได้สติเช่นนี้แหละ!! โหดเหี้ยมดีจริงๆ พรึบ!! ดวงตากลมลืมขึ้นพร้อมความโกรธเคือง
”เดี๋ยวได้รู้กัน ว่าฉันหรือพวกเธอใครจะร้ายกว่ากัน!!“

