บท
ตั้งค่า

โดนโขลกสับมาแค่ไหน

ลั่วเฟินเยว่กำลังจะเรียกคนบังคับเกวียนให้หยุดแต่ฝ่ามือแห้งกร้านจับแขนนางเอาไว้เสียก่อน

“หากเจ้าลงกลางทางคนพวกนั้นจะไม่กลับมาลากตัวเจ้าไปหรือ“ แววตาอ่อนแสงทำนางขยับนั่งลงที่เดิม

”ไปเถอะ ถึงอย่างไรเจ้ากับเซียวซีก็ประทับตราเป็นสามีภรรยากันแล้ว เท่ากับว่าเจ้าคือคนในบ้านข้า“ จากที่คิดว่าสตรีสูงอายุผู้นี้คงไม่ชอบพฤติกรรมนางเท่าไหร่นัก แต่กลับกลายเป็นว่าท่านยังมีความเป็นห่วงหากนางลงกลางทางเพียงลำพัง

”ท่านป้า ท่านถูกคนบ้านใหญ่โขลกสับมาเท่าไหร่แล้วเจ้าคะ“ นางมองคนที่แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าเก่าๆมีเครื่องประดับคือปิ่นเงินเพียงคู่เดียว ฝ่ามือที่หยาบกระด้างบ่งบอกว่าทำงานหนักแค่ไหน

สายตาหวานยังไล่ดูรอบๆเกวียนพบว่า…ผ้าสีแดงที่นำมาประดับ เพื่อรับตัวเจ้าสาว เป็นเพียงผ้าบางๆ กระดาษมงคลที่แปะตามด้านนอกก็เป็นเพียงอักษรที่ทำขึ้นมาด้วยมือแน่นอน เพราะไม่สวยและดูไม่สดใส

“ข้า…เพราะเซียวซีต้องไปขึ้นเรือนสินค้า ข้าทำได้เพียงเท่านี้” เห็นสายตาสะใภ้แล้วนึกเวทนาบุตรชายอยากให้ลูกมีครอบครัวเพราะตัวเองป่วยออดๆแอดๆ ยอมรับข้อเสนอที่บ้านใหญ่ให้มา นำเงินเพียงน้อยนิดมาแต่งสะใภ้ เพียงเพราะหวังว่าบุตรชายจะหลุดพ้นจากคนบ้านนั้น แต่ดูท่าแล้วสะใภ้ที่นางได้มา น่าจะทำให้บ้านใหญ่ลุกเป็นไฟมากกว่า

“ท่านป้า ท่านไม่เต็มใจรับข้าเป็นสะใภ้ไม่เป็นไร ระหว่างที่บุตรชายท่านไปล่องเรือสินค้า ข้าจะปกป้องท่านเอง ขอเพียง…พักอาศัยอยู่กับท่านชั่วคราว หาทางไปได้ข้าจะไม่รบกวนท่าน ที่สำคัญ คนแบบบ้านใหญ่สกุลเหวินต้องเจอกับข้า!! ถึงจะสมน้ำสมเนื้อ!!”

ตลอดทางที่นั่งเกวียนกลับมายังบ้านสามสกุลเหวินทำให้นางรับรู้เรื่องของสามีพอสมควร เหวินเซียวซี คือบุตรชายคนโตของบ้านสาม มีบิดาเป็นบุตรชายของอนุใต้เท้าเหวิน เมื่อแต่งงานกับสตรีที่บ้านใหญ่ไม่เต็มใจ คนบ้านสามจึงถูกมองข้ามเสมอมา

จนกระทั่งบิดามารดาของเหวินเซียวซี มีบุตรสาวเพิ่มมาอีกคน คนบ้านสามถูกสั่งให้ย้ายออกจากบริเวณบ้านใหญ่เพียงเพราะมีลูกเยอะเกินไป เงินกองกลางไม่พอจะเลี้ยงคนทั้งสามบ้าน พ่อสามีจึงพาภรรยาและลูกอีก2คนมาสร้างบ้านที่หมู่บ้านเฟิง ตอนนั้นทั้งครอบครัวใช้อาชีพหาของป่าขาย แต่บิดาที่ล่าหมูป่าอยู่ในป่าลึกถูกควายป่าทำร้ายจนตาย ผ่านไปไม่นานบุตรสาวในวัย6หนาวก็เป็นไข้ตายเพราะไร้เงินรักษา

สองแม่ลูกต้องกลับไปขอพึ่งใบบุญคนบ้านใหญ่ ผ่านไปไม่นาน เหวินเซียวซีถูกกดดันต่างๆนาๆทั้งบังคับให้ออกบวชเพื่อลดค่าใช้จ่าย หรือเรียกง่ายๆว่ากดดันและบีบทุกทางให้สองคนแม่ลูกออกจากตระกูล

แต่ความเป็นแม่ที่อยากให้ลูกได้ดีเพราะหากอยู่กับท่านปู่ที่เป็นถึงใต้เท้าทำงานราชการ อาจต่อยอดไปเป็นราชการได้ แต่จนแล้วจนรอดเหวินเซียวซีถูกกดต่ำลงไปจนกระทั่ง…สั่งให้ไปทำงานตำแหน่งเลี้ยงม้าในราชวัง และรับความผิดแทนคุณชายรองเหวินเรื่องทำผิดกฏต่อคุณชายห้า

ความอดทนของเหวินหลิวฮวาผู้เป็นมารดาจบลง ยอมรับข้อเสนอว่าจะรับสะใภ้บ้านลั่วเข้ามาแต่งงานแทนคุณชายใหญ่เหวิน เพราะคนบ้านใหญ่เชื่อว่าลั่วเฟินเยว่คือคนอับโชค ไม่ควรแต่งงานเข้าจวนใหญ่ ตามสัญญาของสองตระกูล

“เช่นนั้นตอนนี้แยกเรือนกลับมาอยู่ลำพังแล้วหรือเจ้าคะ” เหวินหลิวฮวาพยักหน้าดวงตามีน้ำตาจับคลอ

“ข้าต้องขอโทษด้วยที่ทำได้เพียงให้เหวินเซียวซีประทับตราแต่งงานก่อนไป ไม่สามารถพาเขามารับเจ้าสาวได้ด้วยตัวเอง คนบ้านใหญ่หาทุกทางให้เขารับผิดแทนคุณชายรองเรื่องกฏเกณฑ์การล่าสัตว์ ข้าจำเป็นต้องรีบส่งเขาขึ้นเรือ อีก100วัน เขาถึงจะกลับมา” ลั่วเฟินเยว่เอื้อมมือไปจับมือแห้งกร้านของแม่สามีก่อนยกยิ้ม

“ข้าจะปกป้องท่านป้าเองเจ้าค่ะ รับรองว่า…คนพวกนั้นจะต้องคาดไม่ถึงที่ชีวิตท่านจะได้ดี ที่สำคัญ…ข้าคือตัวนำโชคของบ้านสาม ไม่ใช่ตัวอับโชคอย่างที่ใครเล่าลือ”

ตลอดเวลาที่นั่งเกวียนกลับมานางมองข้างทางตลอดเวลา ที่นี่คือเมืองหลวง หมู่บ้านก็ยังอยู่ในเขตเมืองหลวง เพียงแต่ว่า…บ้านแม่สามีของนางอยู่ท้ายหมู่บ้านที่เป็นเพียงบ้านหลังเล็ก และมันเก่าจนนางถอนหายใจ

“ท่านป้า สุขภาพท่านไม่ดีข้าเกรงว่าอยู่ในที่เช่นนี้ท่านจะป่วยหนักขึ้น” นางรู้ดีว่าเหวินหลินฮวามีอาการป่วยออดๆแอดๆ จากการที่ไอมาตลอดทาง จึงต้องเอ่ยปากอย่างตรงไปตรงมา

“ตอนนี้เงินในบ้านมีน้อยนัก จะให้ขยับขยายดูจะเป็นเรื่องยากไปสักหน่อย เจ้าเอง…อดทนหน่อยเถอะนะ” เพราะความใจเย็น ใจโอบอ้อมเช่นนี้แม้แต่นางพึ่งสร้างวีรกรรมมาก็ยังพูดดีกับนางอีก ทำลั่วเฟินเยว่ส่ายหน้า

“ข้าจะปรับปรุงทำความสะอาดก่อน ท่านนั่งที่ม้านั่งนี่ดีหรือไม่ ด้านในฝุ่นเยอะ” แม่สามีที่เกรงใจนางเตรียมหยิบจับช่วย

“พึ่งย้ายมาเมื่อวาน บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่ราคาถูกที่สุด เลยยังไม่เข้าที่เข้าทางนัก” เสียงแหบแห้งทำนางส่ายหน้า

“ข้าจัดการเองเจ้าค่ะ”

“ไม่ได้ๆ เดิมทีข้าก็ตั้งใจจะทำอยู่แล้ว ช่วยกันย่อมเสร็จไวกว่า” เมื่อเห็นว่าไม่มีทางที่คนแก่จะวางมือนางจึงต้องปล่อยเลยตามเลย

“ของตรงนั้นเป็นของที่ท่านย้ายมาหรือเจ้าคะ” มุมนึงของบ้านมีเพียงถุงผ้าขนาดไม่ใหญ่นัก และตระกร้าใส่ถ้วยชามที่มีไม่กี่ใบ

“ใช่แล้ว มีแค่นี้แหละยังขาดอีกหลายอย่าง” ลั่วเฟินเยว่เลือกเอาทุกอย่างที่ไม่ใช่ของแม่สามีออกมากองไว้หน้าบ้านทั้งหมด เพราะเจ้าของบ้านคนเดิมขนออกไปไม่หมด นางจึงคิดว่าสามารถนำมาคัดหาสิ่งของไปขายในมิติได้

“ใช้แค่ที่เป็นของเราก็พอเจ้าค่ะ อย่าใช้ของที่คนอื่นทิ้งแล้วเลย” นางจัดการเก็บของที่ไม่ใช่ของแม่สามีมากองรวมกัน ก่อนจะกลับเข้าไปใช้ผ้าเก่าๆถูพื้น กวาดหยากไย่ เช็ดถูรอบบ้าน บ้านหลังนี้มีเพียง1ห้อง ด้านหลังเป็นครัว และเป็นโถงกลางบ้าน หากอยู่2-3คนก็คงพออยู่ได้ แต่หากมากกว่านี้น่าจะคับแคบเกินไป

“ห้องนั้นทำเป็นห้องหอของเจ้ากับเซียวซีแม่ว่าเหมาะ” นางที่เก็บกวาดจนเอี่ยมทำสายตาผู้ใหญ่เอ็นดู เนื้อตัวที่เปื้อนฝุ่นแต่ไม่บ่นสักคำยิ่งทำแม่สามีถูกใจ

“ไม่ได้เจ้าค่ะ กลางคืนอากาศเย็นห้องนั้นควรเป็นของท่าน ข้าจะนอนมุมนี้ลับตาคนหน่อย ส่วนตรงนี้ข้าจะเอาไว้วางโต๊ะกินข้าว พรุ่งนี้เราไปซื้อของใช้กันนะเจ้าคะ” นางวางแผนคร่าวๆให้แม่สามีดูแต่ท่านกลับส่ายหน้า

“ตอนนี้เงินในบ้านเหลือเพียง10ตำลึง ข้าต้องคืนค่าสินสอดเจ้า5ตำลึง เราต้องใช้อย่างประหยัดเพราะข้ายังไปรับผ้ามาปักขายไม่ได้”

ดาวน์โหลดแอปทันทีเพื่อรับรางวัล
สแกนคิวอาร์โค้ดเพื่อดาวน์โหลดแอปHinovel