ตอนที่5 ทนให้พวกเขาโขกสับ
เสวียนอ๋องถอนใจออกมา “ข้ารู้สึกว่าพวกเราอ่อนหัดอย่างไรไม่รู้”
“เป็นเพราะนางเจ้าเล่ห์เกินไปต่างหากเล่า” ไท่จื่อยกยิ้มมุมปาก ได้ฟังชื่อเสียงของนางมาบ้าง เขาได้เปิดหูเปิดตาก็วันนี้ เขาหัวเราะออกมาอย่างขบขัน นางอายุเท่านี้ยังมีเล่ห์เหลี่ยมมากถึงเพียงนี้ ช่างน่าสนใจจริง ๆ
“เจ้าอายุ25 ข้าก็อายุ25 มาแพ้เล่ห์เหลี่ยมของสตรีที่เพิ่งผ่านพ้นการปักปิ่นมาได้ไม่นาน รู้ถึงไหนอายไปถึงนั่น พวกเจ้าสองคนห้ามแพร่งพรายออกไปเด็ดขาด” เสวียนอ๋องหันไปกำชับองครักษ์คนสนิททันที
“กระหม่อมจะปิดปากให้สนิทพ่ะย่ะค่ะ”
หว่านชิงเดินกลับบ้านเช่าอย่างอารมณ์ดี นางเดินไปก็คิดหาวิธีหาเงินไปด้วย จากความสามารถที่จู่ ๆ นางก็มีขึ้นมาอย่างมหัศจรรย์ บุรุษสูงศักดิ์สองคนนั้นมีเงินและเป็นถึงไท่จื่อและท่านอ๋อง นางต้องทำดีและเอาใจพวกเขาให้มาก ๆ ขาทองคำนางต้องเกาะเอาไว้ให้แน่นๆ แต่หากว่าพวกเขากลั่นแกล้งนางเกินไป นางก็คงไม่อดทนเหมือนกัน
ความอยู่รอดนั้นสำคัญในตอนนี้ นางไม่ต้องการให้มารดาออกไปหางานทำ นางจะขอเป็นคนหาเงินมาดูแลมารดาและทุกคนเอง ภาพในนิมิตที่นางเห็นพวกเขาสองคนกลั่นแกล้งนางสารพัด นางจึงต้องแกล้งเรียกค่าแรงที่เกินจริง ไม่คาดคิดว่า… เพียงแค่อยากแกล้งนาง พวกเขาถึงขั้นยอมจ่ายเงินจำนวนมากถึงเพียงนี้
ในนิยายส่วนใหญ่ตัวร้ายหรือว่าพระเอกมักจะกลั่นแกล้งนางร้ายเพื่อเอาใจนางเอก ให้นางเดา…หากนักเขียนจะเขียนภาคต่อไปในรุ่นลูก นางที่เป็นบุตรสาวของนางร้ายก็เป็นนางร้ายรุ่นต่อไป ส่วนกู้ซินหยานก็เป็นนางเอกรุ่นต่อมา
ที่จริงนางไม่จำเป็นต้องเอาตัวเองไปพัวพันกับพวกเขาก็ได้ แต่ว่ายามนี้นางต้องการเงิน จากที่ขายปิ่นและกำไลได้เงินมา20ตำลึง นางจ่ายค่าเช่าบ้านไปแล้ว12ตำลึง อีก8ตำลึงเป็นค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ตอนนี้นางแทบไม่มีเงินเหลือแล้ว
เงินที่มารดาขายปิ่นและกำไลก็เหลือไม่มาก นางต้องหาวิธีแก้ไขเหตุการณ์เฉพาะหน้า นางจะทนให้พวกเขาโขกสับเพียงหนึ่งเดือน ในระหว่างนี้นางจะมองหาวิธีหาเงินอย่างอื่นดู
300ตำลึงใช่ว่าจะหาได้ง่าย ๆ หนึ่งเดือนนางต้องอดทน เมื่อมาถึงบ้านเช่าหว่านชิงก็เล่าเรื่องราวทั้งหมดให้มารดาฟัง หว่านโหรวตกใจมากเพราะนางรู้ดีว่า เสวียนอ๋องและองค์ไท่จื่อนั้นร้ายเพียงใด
“ชิงเอ่อร์เจ้าแน่ใจนะว่าจะไปทำงานให้พวกเขา เสวียนอ๋องและไท่จื่อร้ายมากเลยนะ” หว่านชิงรู้ดีเพราะนางมองเห็นภาพในนิมิต แต่ว่านางต้องยอมเพราะไม่มีทางเลือก
“ท่านแม่จู่ ๆ ข้า ก็มีนิมิตพิเศษ สามารถมองเห็นเหตุการณ์ล่วงหน้าได้ ข้าเห็นพวกเขาสองคนกลั่นแกล้งข้า แต่ที่ข้ายอมรับงานนี้เพราะเงิน300ตำลึง เพียงแค่เดือนเดียวข้าก็เป็นอิสระแล้วเจ้าค่ะ ในระหว่างนี้ข้าจะคิดวิธีหาเงินอย่างอื่นไปด้วย”
หว่านโหรวได้ฟังน้ำตาไหลออกมาด้วยความสงสารบุตรสาว “ชิงเอ่อร์แม่ทำให้เจ้าลำบากแท้ ๆ แม่ขอโทษนะลูก” หว่านชิงรีบยกมือมาเช็ดน้ำตาให้มารดาอย่างอ่อนโยน
“ท่านแม่อย่าร้องไห้เจ้าค่ะ ข้าไม่เป็นไร หากว่าท่านแม่เข้มแข็งและไม่อ่อนแอ ข้าถึงจะมีกำลังใจในการต่อสู้เจ้าค่ะ” หว่านโหรวรีบดึงร่างบางไปกอดเอาไว้แน่น นางช่างรู้ความเสียจริง
“เจ้าเข้มแข็งกว่าที่แม่คิดเอาไว้เสียอีก แม่จะต้องเข้มแข็งให้ได้เหมือนกับเจ้า” สองแม่ลูกโผเข้ากอดกันแน่นด้วยความรู้สึกเต็มตื้น อย่างน้อยพวกนางก็ยังมีกันและกัน ต่อจากนี้พวกนางจะเริ่มต้นชีวิตใหม่และใช้ชีวิตให้ดี
เป็นเวลาเกือบหนึ่งเดือนแล้วที่หว่านชิงมาทำงานรับใช้พวกเขาที่จวนเสวียนอ๋อง องค์ไท่จื่อที่มีจวนนอกวังติดกันกับเสวียนอ๋อง ก็มาทุกวันเพื่อกลั่นแกล้งหว่านชิง นางเขียนสัญญาขึ้นมาว่าจะทำงานที่นี่เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น และขอรับเงินล่วงหน้าก่อน150ตำลึง เมื่อครบหนึ่งเดือน นางจะขอรับส่วนที่เหลืออีก150ตำลึง
พวกเขายินยอมพร้อมใจลงนามโดยไม่เอ่ยสิ่งใด เพราะพวกเขาคิดว่าภายในหนึ่งเดือนก็คงเพียงพอที่จะกลั่นแกล้งนางเล่น แต่ละวันพวกเขาหางานให้นางทำสารพัด หว่านชิงเหนื่อยล้าสายตัวแทบขาด แต่นางก็อดทนจนอี๋เหยาต้องแอบร้องไห้ด้วยความสงสารนายสาวของตน
เพราะนอกเหนือจากพวกเขาที่กลั่นแกล้งหว่านชิงแล้ว ยังมีกู้ซินหยานที่ได้รู้จักกับท่านอ๋อง นับตั้งแต่เขาช่วยนางและมารดาในครานั้น นางและเขาก็เริ่มสนิทกันมากขึ้น นางจึงหมั่นแวะเวียนมาที่นี่อยู่เสมอ และพอรู้ว่าหว่านชิงมาทำงานให้เสวียนอ๋องและองค์ไท่จื่อ นางก็หาเรื่องมาที่นี่บ่อยขึ้น เพื่อที่จะได้กลั่นแกล้งและเอาคืนฉือหว่านชิงจากเรื่องที่ผ่านมา ไหนจะนางกำนัลที่มาแกล้งด้วยการนำใบไม้มาเทหลังจากที่หว่านชิงกวาดเสร็จแล้ว
หว่านชิงยืนกวาดใบไม้ที่กวาดเท่าไหร่ก็กวาดไม่หมดเสียที เพราะจะมีคนนำใบไม้มาเทเพิ่มอยู่เรื่อย ๆ หว่านชิงแหงนหน้ามองแดดที่เริ่มจะร้อนขึ้นเรื่อย ๆ ก่อนจะถอนใจออกมา อีกสองวันก็ครบหนึ่งเดือนแล้ว นางรู้สึกภูมิใจกับตัวเองเป็นอย่างมาก ที่อดทนมาได้อย่างยาวนานถึงเพียงนี้
แต่ในความอดทนนางก็จดจำเอาไว้ทุกรายละเอียด ไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยาง ท่านอ๋องเสวียนหรงจื้อ คุณหนูใหญ่กู้ซินหราน พวกเขารวมหัวกันกลั่นแกล้งนางมากเพียงใด นางก็เก็บและจดจำเอาไว้โดยไม่ปริปากบ่น สักวันนางต้องมีโอกาสเอาคืนพวกเขาแน่ แต่การเอาคืนต้องทำอย่างมีสติ เพราะพวกเขาไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป ถึงร่างนี้จะเคยร้ายแต่ก็เป็นคนมีชีวิตมีจิตใจ โกรธเป็นเสียใจเป็น
ตอนนี้นางทำตัวคล้ายต้นอ้อที่ลู่ไปตามลม เพราะนางอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องยอม ครอบครัวของนางร้ายในนิยายตกต่ำลำบากยากแค้น นางต้องอดทนเพื่อที่จะลุกขึ้นมาอีกครั้ง นางต้องยอมรับว่าผลกรรมที่ได้รับในตอนนี้ คือผลกรรมที่ร่างเดิมทำเอาไว้ทั้งสิ้น และมันกำลังจะจบลงในอีกสามวัน นางได้เงินแล้วก็จะจากไปและจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับพวกเขาอีกต่อไป
“หว่านชิงไท่จื่อให้ไปฝนหมึก”
“หว่านชิงท่านอ๋องให้ไปชงชา”
เสียงนางกำนัลมาเรียกหว่านชิงที่กำลังกวาดใบไม้บนลานกว้างด้วยท่าทีเย้ยหยัน คุณหนูตกอับต้องมาทำงานรับใช้ไท่จื่อและท่านอ๋อง สมน้ำหน้าเมื่อก่อนร้ายกาจและเอาแต่ใจแกล้งคนอื่นไปทั่ว มายามนี้ถูกเอาคืนบ้างก็สมควรแล้ว
