ทะลุมิติมาเป็นลูกสาวนางร้ายตกอับ

77.0K · ยังไม่จบ
คุณแม่แฝดสาม
42
บท
1.0K
ยอดวิว
9.0
การให้คะแนน

บทย่อ

ทะลุมิติมาอยู่ในร่างของลูกสาวนางร้ายในตอนจบพอดี ซึ่งนางร้ายกำลังได้รับผลกรรมนั่นก็คือ พระเอกยื่นใบหย่าถูกลงโทษด้วยการโบยอย่างหนักแล้วขับออกจากจวน สองแม่ลูกนางร้ายต้องเผชิญชะตากรรมแสนเข็ญอย่างหนัก

นิยายจีนโบราณราชวงศ์/ชนชั้นเจ้าข้ามมิตินางเอกเก่งพลิกชีวิตอาหารจีนโบราณโรแมนติก

ตอนที่1 การเริ่มชีวิตต้นใหม่

อี๋เมิ่งพานายสาวทั้งสองที่ร่างกายบาดเจ็บอย่างแสนสาหัส มาที่เรือนสับปะรังเคของนาง ยามนี้ไม่มีใครต้อนรับนายหญิงของนางและคุณหนู นายท่านฟ่านประกาศตัดขาดความสัมพันธ์พ่อลูกรวมทั้งหลานอย่างไร้เยื่อใย นางที่เป็นบ่าวที่จงรักภักดีไม่อาจทอดทิ้งเจ้านายที่กำลังลำบากและได้รับบาดเจ็บได้ลงคอ นางจึงพานายสาวและคุณหนูมารักษาตัวที่เรือนหลังเก่าของนาง

ฟ่านหว่านโหรวที่นอนคว่ำหน้าอยู่บนเตียง นางพยายามพยุงร่างขึ้นมาอย่างยากลำบาก เพราะร่างกายปวดร้าวระบมจากการถูกโบย นางพยายามดึงปิ่นที่ปักอยู่บนผมออกมา จากนั้นก็ถอดกำไลบนข้อมือยื่นให้อี๋เมิ่ง “เจ้าเอาปิ่นกับกำไลนี่ไปขายแล้วซื้อยาและของใช้ที่จำเป็นมาเถอะ”

อี๋เมิ่งรับมาอย่างไม่อาจปฏิเสธได้ เพราะสถานการณ์ยามนี้คือต้องรีบไปซื้อยามารักษาโดยด่วน “อี๋เหยาเจ้าไปหากะละมังและผ้ามาเช็ดเลือด เดี๋ยวข้ากลับมา”

“เจ้าค่ะท่านแม่” อี๋เหยาที่เป็นลูกสาวของอี๋เมิ่งรีบผลุนผลันออกไปจัดการทันที

อี๋เมิ่งรีบนำกำไลและปิ่นหยกไปขายอย่างเร่งรีบ แม้จะได้เงินไม่มากนักแต่อย่างน้อยก็เพียงพอที่จะซื้อยาลดไข้และยาทาแผล

อี๋เมิ่งตรงไปที่ร้านขายยา แล้วซื้อยามาตามที่หมอเขียนใบสั่งยามาให้ โชคดีที่หมอเป็นคนคุ้นเคยกันดี และเขาก็รับรู้เรื่องราวมาแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น เขาจึงไม่ได้ซักถามอะไรมาก เขาเพียงเขียนใบสั่งยาและแนะนำการดูแลให้อี๋เมิ่งอย่างละเอียด

ฟ่านหว่านโหรวและกู้หว่านชิงมีอาการจับไข้ทั้งคืนจากอาการปวดระบมของบาดแผลที่ถูกโบย อี๋เมิ่งและอี๋เหยานั่งเฝ้ากันทั้งคืนเพราะเป็นห่วง สองแม่ลูกถูกปลุกมาให้กินยาแล้วก็หลับไป เป็นอยู่แบบนี้จนครบสามวันพวกนางจึงเริ่มดีขึ้น

กู้หว่านชิงนอนน้ำตาไหลพรากเพราะคิดถึงพ่อแม่ในยุคปัจจุบันที่เธอได้จากมา แต่พอพยุงร่างลุกขึ้นนั่ง เธอก็ต้องตกใจสุดขีดเมื่อมารดาที่เป็นนางร้ายในนิยาย หน้าเหมือนกับแม่ของเธอในยุคปัจจุบันไม่มีผิด นี่มันอะไรกัน! คนหน้าเหมือนกันหรือว่า เป็นแม่ของเธอจริง ๆ แต่ไม่น่าจะเป็นไปได้ ถึงไม่ใช่แม่ของเธอจริง ๆ แต่ใบหน้าเหมือนกันมากแบบนี้ เธอก็รู้สึกอุ่นใจอยู่มากทีเดียว

ฟ่านหว่านโหรวขยับเขามาจับมือบุตรสาวด้วยความเป็นห่วงและรู้สึกผิด ภายในใจรู้สึกเจ็บปวดมากกว่าแผลบนร่างกายมากมายนัก “แม่ขอโทษนะลูกรักที่ทำให้เจ้าต้องเจ็บตัวเช่นนี้”

พีรดาในร่างของกู้หว่านชิงยิ้มอ่อนให้มารดา ถึงจะเป็นคนหน้าเหมือนกัน แต่นางคือมารดาของร่างนี้ และใบหน้าของนางก็เหมือนแม่ของเธอทุกอย่าง แค่นี้เธอก็ดีใจมากแล้ว “ข้าไม่เป็นไรแล้วเจ้าค่ะท่านแม่”

“ลูกแม่…แม่ขอโทษนะที่ทำให้เจ้าลำบาก” ฟ่านหว่านโหรวร้องไห้ออกมาอย่างกลั้นเอาไว้ไม่อยู่อีกต่อไป เพราะรู้สึกเจ็บปวดภายในใจเหลือคณานับ กู้หว่านชิงพยายามขยับร่างอย่างยากลำบาก เพื่อมาสวมกอดมารดาเพื่อให้กำลังใจซึ่งกันและกัน

เธอรู้และเข้าใจเรื่องราวเป็นอย่างดีเพราะอ่านนิยายมา มันเป็นตอนจบของนิยายที่นางร้ายได้รับผลกรรม แต่ต่อจากนี้เธอไม่รู้เลยว่าเรื่องราวจะเป็นอย่างไรต่อไป ไม่มีเงิน ไม่มีบ้าน สงสัยสวรรค์คงจะอยากทดสอบความอดทนและสามารถของเธอ

“ท่านแม่อย่าโทษตนเองเลยเจ้าค่ะ อย่างน้อยเราก็ยังมีกันและกัน มีป้าอี๋เมิ่ง มีอี๋เหยา แต่ว่าท่านแม่ข้าอยากจะขอร้อง ในเมื่อพวกเราถูกตัดขาดจากพวกเขาแล้ว ข้าอยากให้ท่านแม่ลืมทุกอย่างให้หมด ข้าก็จะลืมทุกอย่างเช่นเดียวกัน เรามาเริ่มต้นใหม่กันนะเจ้าคะ ต่อจากนี้ข้าจะดูแลท่านแม่เองเจ้าค่ะ” นางคิดว่าควรบอกให้มารดาเปลี่ยนแปลงตัวเอง เพราะกู้หว่านชิงก็ไม่ใช่คนเดิมอีกต่อไปแล้ว

ฟ่านหว่านโหรวมองบุตรสาวตรงหน้าด้วยสายตาครุ่นคิด ก่อนจะใคร่ครวญไตร่ตรองอย่างจริงจัง นางและลูกทำตัวร้ายกาจจนสภาพเป็นเช่นนี้ หากว่าไม่ปรับเปลี่ยนนิสัย วันข้างหน้าก็ไม่รู้ว่าจะเป็นอย่างไร บทเรียนที่ได้รับในครั้งนี้นางจะจดจำให้ขึ้นใจ และจะไม่กลับไปทำตัวเช่นนั้นอีกแล้ว

“หากว่าเป็นความต้องการของเจ้า แม่จะลืมและเริ่มต้นใหม่อย่างที่เจ้าว่า เรามาเริ่มต้นใหม่ไปด้วยกัน”

“ขอบคุณเจ้าค่ะท่านแม่ ท่านแม่ไม่ต้องกังวล ต่อไปข้าจะดูแลท่านแม่เองเจ้าค่ะ” ฟ่านหว่านโหรวได้ยินก็น้ำตาไหลออกมาอีกครั้งด้วยความตื้นตันใจ นางกอดกู้หว่านชิงแน่น ถ่ายทอดความรู้สึกอบอุ่นให้บุตรสาวด้วยความรักทั้งหมดที่มี

จุดจบของนางร้ายในเรื่องนี้ คือถูกขับออกจากจวน ไม่มีบ้านไม่มีทรัพย์สินเงินทอง สิ้นเนื้อประดาตัว ต้องมาอาศัยบ้านหลังเก่าของป้าอี๋เมิ่งมารดาของอี๋เหยา เครื่องประดับที่พอจะติดตัวมา มารดาของนางก็ขายไปแล้ว แต่ยังมีปิ่นของนางกับกำไล กว่าจะหาวิธีหาเงินได้ นางคงต้องขายมันเพื่อมาประทังชีวิตด้วยเช่นกัน

“ในเมื่อบิดาเจ้าหย่าขาดกับข้าแล้ว ทางตระกูลฟ่านก็ตัดขาดกับพวกเรา เรามาเปลี่ยนแซ่เพื่อเริ่มต้นชีวิตใหม่กันดีหรือไม่?” ฟ่านหว่านโหรวเอ่ยขึ้นมาอย่างตัดสินใจอย่างแน่วแน่

“หากท่านแม่ตัดสินใจดีแล้ว ข้ายังไงก็ได้เจ้าค่ะ”

“แม่ชอบคำว่า ฉือที่แปลว่าเมตตา ฉือหว่านชิง ฉือหว่านโหรว เป็นอย่างไรดีหรือไม่?”

“ดีเจ้าค่ะ”

“อี๋เมิ่งข้าขอบใจเจ้ามากนะที่ไม่ทิ้งข้าและลูก” ฉือหว่านโหรวเอ่ยด้วยความซาบซึ้งใจ โชคดีที่นางมีบ่าวที่จงรักภักดีมากเช่นนี้ ในวันข้างหน้านางจะต้องตอบแทนบุญคุณในครั้งนี้อย่างแน่นอน

“นายหญิงช่วยเหลือบ่าวและลูกจากการถูกทำร้าย แล้วยังพาบ่าวกับลูกมาอยู่ด้วย บุญคุณของนายหญิงบ่าวจดจำไม่มีวันลืมเจ้าค่ะ หากตอบแทนได้บ่าวย่อมยินดีทำเจ้าค่ะ”

อี๋เหยาเอ่ยขึ้นมาอย่างจงรักภักดีและให้ความเคารพฉือหว่านโหรวอย่างไม่เปลี่ยนแปลง สองแม่ลูกพอได้ยินก็ถึงกับน้ำตาคลอเบ้า คนเราจะเห็นความจริงใจกันอย่างแท้จริงก็ยามลำบากเช่นนี้