ตอนที่4 เอานางไปกลั่นแกล้งเล่น
พรึบ! ร่างสูงโปร่งทรุดกายลงนั่งตรงข้ามกับเสวียนอ๋อง ก่อนเขาจะยกกาสุรามารินให้ตนเอง แล้วยกขึ้นมากระดกอย่างกระหาย เสวียนอ๋องปรายตามองเขาอย่างเบื่อหน่าย “ตามมาทำไม?”
“ข้าตามเจ้ามาที่ไหนกันเล่า ข้าจะแวะมานั่งจิบสุราชมบรรยากาศ แต่บังเอิญเห็นเจ้ามานั่งอยู่ที่นี่พอดี ก็เลยคิดว่ามีเพื่อนนั่งด้วยก็ดีเหมือนกัน” ไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยางเอ่ยออกมาอย่างอารมณ์ดี
“ท่านอ๋องคุณหนูฉือมาแล้วพ่ะย่ะค่ะ” องครักษ์เลี่ยงซูรีบเข้ามารายงาน เมื่อเขาไปพาคุณหนูฉือมาพบตามคำสั่งของเขา
ฉือหว่านชิงไม่รู้ว่าเสวียนอ๋องจะให้นางมาพบทำไม ในนิยายเขาเป็นคนช่วยรถม้าของนางเอกไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ หลังจากนั้นในนิยายก็จบลงโดยไม่ได้กล่าวถึงเขาอีก ต่อจากนี้นางก็ไม่รู้ว่าเรื่องราวจะเป็นไปอย่างไร หรือว่าเรื่องต่อจากนี้จะเป็นภาคต่อของรุ่นลูกในนิยายกันนะ
แต่ว่าสองคนนี้คนไหนคือเสวียนอ๋องเพราะนางก็ไม่เคยพบเจอเขามาก่อน แต่ว่าหน้าตาหล่อเหลาสง่างามทั้งสองคน แบบนี้คนไหนก็ได้ที่เป็นเสวียนอ๋องนางไม่ขัด
“ถวายบังคมท่านอ๋องเพคะ”
สองบุรุษหันมามองสำรวจสตรีตรงหน้าอย่างพิจารณา ก่อนที่ลมหายใจของพวกเขาจะสะดุด ภายในใจเต้นยิบยับขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ นางงดงามมากแม้จะอยู่ในชุดที่ราบเรียบไร้สีสัน ผมที่เกล้าเอาไว้แค่ครึ่งศีรษะปักปิ่นธรรมดาทั่วไป ผิวของนางกระจ่างใสปราศจากเครื่องแต่งหน้าใด ๆ จึงเผยให้เห็นแก้มใสขาวอมชมพูอย่างสุขภาพดี
หว่านชิงยืนก้มหน้าอยู่นานเพราะไม่ได้ยินเสียงทักทาย ก่อนจะเงยหน้ามามองคนนั้นทีคนนี้ทีอย่างแปลกใจ เอาแต่มองหน้าแล้วไม่พูดอะไร นางก็เขินอายเป็นเหมือนกันนะ
“เอ่อ…เชิญนั่ง”
“หม่อมฉันยืนดีกว่าเพคะ ท่านอ๋องเชิญกล่าวออกมาได้เลยเพคะ หม่อมฉันจะได้รีบกลับ” เอ่ยจบหว่านชิงก็หันไปมองอี๋เหยาที่ยืนรออยู่
“ข้าได้ข่าวว่าเจ้ากำลังคิดหางานทำ ข้าก็เลยคิดว่าอยากจะจ้างเจ้ามาทำงาน” หว่านชิงได้ยินก็ตาเป็นประกายงานคือเงิน หากมีงานทำชีวิตนางและทุกคนก็รอดแล้ว “งานอะไรหรือเพคะ?
“คัดตำรา”
ไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยางพอได้ยินก็ยกยิ้มขึ้นมา เพราะเขาพอจะมองแผนการของเสวียนอ๋องออก นี่เขาคิดดึงนางมากลั่นแกล้งเล่นอย่างนั้นหรือ เพราะดูเหมือนว่าเขาจะให้ความสนใจคุณหนูใหญ่กู้ซินหยาน คงอยากช่วยนางแก้แค้นใช่หรือไม่ แค่คิดก็สนุกแล้วเรื่องนี้เช่นนี้เขาจะพลาดได้อย่างไร
“ใช่คัดตำรา” เสวียนอ๋องชะงักที่ไท่จื่อเอ่ยขึ้นมาหน้าตาเฉย อย่าบอกนะว่าเขาจะร่วมสนุกด้วย หว่านชิงมองท่าทีของพวกเขาอย่างหวาดระแวง ไม่ชอบมาพากลเสียแล้ว นางขอพิสูจน์หน่อยแล้วกัน
หว่านชิงจึงเสแสร้งมีอาการหน้ามืดขึ้นมา นางยกมือขึ้นมากุมขมับ จากนั้นร่างของนางก็ซวนเซทำท่าจะล้มลงไปกับพื้น พวกเขาจึงรีบลุกขึ้นมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นก็ช่วยกันจับแขนของนางคนละข้างเพื่อไม่ให้นางล้มลงไป ภาพที่หว่านชิงเห็นตรงหน้า ทำให้นางถึงกับแสยะยิ้มออกมาอย่างเย้ยหยัน หน้าตาดีแต่นิสัยไม่ผ่าน คิดจะเอานางไปกลั่นแกล้งเล่นอย่างนั้นหรือ มันก็ไม่ง่ายขนาดนั้นหรอกนะ
“คัดตำราหรือเพคะ หม่อมฉันลายมือไม่ค่อยงดงาม อาจจะคัดออกมาได้ไม่มีดีพอนะสิเพคะ”
“ไม่เป็นไรหากคัดไม่งดงาม ข้าก็มีงานอื่นให้เจ้าทำอย่างเช่น ฝนหมึกและชงชา” หว่านชิงได้ฟังก็ยกยิ้ม
“ถ้าเช่นนั้นท่านอ๋องและเอ่อ…ท่าน”
“เขาคือไท่จื่อเสวียนฮ่าวหยาง” องครักษ์เลี่ยงซูเอ่ยแนะนำขึ้น หว่านชิงนึกสาปแช่งพวกเขาในใจ เป็นถึงไท่จื่อและท่านอ๋องแต่คิดจะรังแกสตรีตัวเล็ก ๆ อย่าหวังเลยว่านางจะให้ทำได้ง่าย ๆ ดีมาดีกลับ ร้ายมานางก็จะร้ายกลับเช่นกัน แต่ว่าสถานการณ์ของนางยามนี้คงต้องอดทนไปก่อน
“หม่อมฉันยอมรับว่ากำลังตกอับไร้ทรัพย์สินเงินทอง หากท่านอ๋องและไท่จื่อจะจ้างงานหม่อมฉัน หม่อมฉันจะคิดคนละหนึ่งตำลึงต่อวันเพคะ หากไม่ตกลงหม่อมฉันจะไปหางานที่อื่นทำเพคะ” ในเมื่อพวกเขาเเค่ต้องการเรียกนางไปแกล้งเล่น นางก็จะแกล้งเรียกราคาบ้างเหมือนกัน
อะไรนะ! คนละหนึ่งตำลึงต่อวัน นางบ้าไปแล้วหรืออย่างไร พวกเขาหันไปมองหน้ากัน ก่อนจะเป็นไท่จื่อที่เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเยียบเย็น
“ถ้าเช่นนั้นข้าให้เจ้า100ตำลึงต่อเดือน แต่ไปทำงานที่จวนของข้าแต่เพียงผู้เดียว” เสวียนอ๋องได้ฟังก็หรี่ตามองไท่จื่ออย่างเริ่มจะไม่พอใจ
“ข้าให้เจ้า120ตำลึง แต่ต้องไปทำงานที่จวนของข้าแต่เพียงผู้เดียว” เสวียนอ๋องเอ่ยจบก็ส่งสายตาเย้ยหยันไปให้ไท่จื่อ ฉือหว่านชิงมองพวกเขาสองคนสลับกันไปมา พวกเขาสองคนไม่ถูกกันหรอกหรือ แต่ก็ดีเข้าทางนางพอดี ใครให้มากก็ไปทำงานให้คนนั้นเลือกง่ายจะตาย
อีหมิงองครักษ์ของไท่จื่อหันไปมองเลี่ยงซูองครักษของหมิงอ๋อง เขาไม่เข้าใจเหตุใดพวกเขาสองคนถึงชอบเอาชนะกันนัก พวกเขาที่เป็นองครักษ์เห็นแล้วก็ปวดหัวและก็แสนจะเหนื่อยใจ
“ข้าให้150ตำลึง” ไท่จื่อเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
“ข้าก็ให้150ตำลึงเช่นกัน เจ้าเลือกมาว่าจะไปทำงานให้กับคนไหน “เสวียนอ๋องหันมาเอ่ยกับหว่านชิงและให้นางเป็นคนเลือก หว่านชิงฉีกยิ้มหวานออกมาทันที
“ให้ราคาเท่ากัน หม่อมฉันก็ทำงานให้ทั้งสองพระองค์ดีหรือไม่เพคะ หม่อมฉันรับปากว่าจะทำงานอย่างเต็มที่เพคะ ถ้าเช่นนั้นหม่อมฉันทูลลาเพคะ” หว่านชิงรีบชิงหนีทันที เดือนละ300ตำลึงสบายแล้วเรา
ไท่จื่อและเสวียนอ๋องตั้งตัวไม่ทัน นางพูดเองเออเองแล้วก็จากไป นี่พวกเขาตกหลุมพรางของนางแล้วอย่างนั้นหรือ จากคนละหนึ่งตำลึงต่อวัน กลายเป็นคนละ150ต่อเดือน นี่มันบ้าไปแล้ว! นางจะร้ายและเจ้าเล่ห์เกินไปแล้ว พวกเขาไม่หลงกลของนางเลย
