บทที่ 6
ชิงเหอมองไปที่เด็กชายสองคนที่แอบดูอยู่หลังประตูบ้าน ต้าเป่ามองเหม่ยหลินด้วยสายตาขอบคุณ ส่วนเสี่ยวเป่าท้องร้องเสียงดังจนได้ยินมาถึงข้างนอก
"พี่เหม่ยหลินคะ" ชิงเหอเอ่ยขึ้น น้ำเสียงของเธอเปลี่ยนไป มันมีความหนักแน่นและเย็นเยียบจนเหม่ยหลินต้องชะงักคำบ่น "ขอบคุณสำหรับผักนะคะ ต่อไปนี้... ฉันจะไม่ยอมให้ใครมาเอาของของลูกฉันไปอีกแล้ว ไม่ว่าคนคนนั้นจะเป็นใครก็ตาม"
เหม่ยหลินเบิกตากว้าง มองหญิงสาวตรงหน้าที่ดูเหมือนจะเป็นคนเดิม แต่แววตาและท่าทางกลับเปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง "เธอ...เธอพูดจริงเหรอชิงเหอ? ถ้าเธอคิดได้แบบนี้ฉันก็เบาใจ แต่ยายแก่นั่นมีลูกชายคนอื่นๆ คอยหนุนหลังนะ เธอตัวคนเดียวจะสู้ไหวเหรอ?"
ชิงเหอยกยิ้มที่เป็นเอกลักษณ์ของประธานหลิน "คนเราไม่ได้สู้กันที่กำลังอย่างเดียวหรอกค่ะพี่... สู้กันที่สมองต่างหาก"
เหม่ยหลินรู้สึกขนลุกขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก เธอไม่เคยเห็นชิงเหอในมุมนี้มาก่อน มุมที่ดูทรงอำนาจและน่าเกรงขาม "เอ่อ...จ๊ะ... ถ้าเธอต้องการความช่วยเหลืออะไรก็บอกนะ ฉันต้องรีบไปซักผ้าที่ลำธารแล้ว เดี๋ยวจะค่ำมืดเสียก่อน"
"ขอบคุณมากค่ะพี่" ชิงเหอยืนส่งเพื่อนบ้านจนลับสายตา
เมื่อเหม่ยหลินจากไป ความเงียบสงบก็กลับคืนสู่กระท่อมอีกครั้ง ชิงเหอหันกลับไปมองผักกาดขาวสองต้นและหัวไชเท้าในมือ มันอาจดูมีค่าเพียงน้อยนิดในสายตาคนเมืองในอนาคต แต่ในยุค 80 ที่ขัดสนนี้ นี่คือวัตถุดิบชั้นเลิศที่จะช่วยต่อลมหายใจ
เธอกวักมือเรียกต้าเป่า "ต้าเป่า ไปหาฟืนมาเพิ่มอีกหน่อย แม่จะทำ 'ซุปผักกาดขาวกับแผ่นแป้งข้าวโพด' ให้พวกเรากินมื้อนี้"
"ครับแม่!" ต้าเป่าตอบรับด้วยความกระตือรือร้น เขาเริ่มรู้สึกว่าแม้วันนี้แม่จะดูแปลกไป แต่แม่คนนี้กลับทำให้เขารู้สึก 'ปลอดภัย' อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
ชิงเหอเดินกลับเข้าครัวที่แสนซอมซ่อ สายตาของเธอกวาดมองไปที่เตาไฟดินเหนียว ในหัวเริ่มวางแผนการตลาดก้อนแรก ไม่ใช่การขายหุ้นหมื่นล้าน แต่เป็นการบริหารจัดการทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
'ขั้นแรกคืออิ่มท้อง...ขั้นที่สองคือสร้างตัว...และขั้นที่สาม...คือการชำระล้างเรื่องในตระกูลหลินให้เรียบร้อย'
รอยยิ้มเย็นชาปรากฏบนใบหน้าผอมซูบของเธออีกครั้ง สงครามในยุค 80 ของหลินชิงเหอ... เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้นเท่านั้น!
บทที่ 5 คืนแรกในกระท่อมเก่าซอมซ่อ
หลังจากมื้อค่ำที่เรียบง่ายที่สุดในชีวิตผ่านพ้นไป ซุปผักกาดขาวใสๆ กับแผ่นแป้งข้าวโพดเนื้อหยาบที่ฝาดคอ หลินชิงเหอก็ได้เห็นรอยยิ้มที่เปี่ยมไปด้วยความสุขของเด็กน้อยทั้งสอง ต้าเป่าและเสี่ยวเป่ากินจนหยดสุดท้ายก่อนจะช่วยกันเช็ดถูถ้วยดินเผาอย่างทะนุถนอม ราวกับว่ามันเป็นภาชนะล้ำค่า
"แม่ครับ... วันนี้ซุปอร่อยที่สุดเลย" เสี่ยวเป่าพึมพำขณะที่หนังตาเริ่มหย่อนคล้อยเพราะความอิ่มและความเหนื่อยล้า
ชิงเหออุ้มเด็กชายตัวเล็กขึ้นมาแนบอก ร่างกายของเขาเบาหวิวราวกับปุยเมฆจนเธอรู้สึกสะท้อนใจ เธอนำเด็กทั้งสองไปนอนบน 'คัง' หรือเตียงเตาที่เริ่มมีความอุ่นจางๆ จากฟืนที่ต้าเป่าไปหามา เธอจัดแจงห่มผ้าห่มผืนบางที่มีรอยปะชุนนับไม่ถ้วนให้พวกเขา
"นอนซะนะ พรุ่งนี้แม่จะพาไปหาของอร่อยกว่านี้" เธอประทับจูบเบาๆ บนหน้าผากของเด็กทั้งสอง ซึ่งเป็นท่าทางที่เธอไม่เคยทำกับใครมาก่อนในโลกอนาคต
เมื่อเสียงลมหายใจที่สม่ำเสมอดังขึ้นในความเงียบ ชิงเหอก็ทรุดตัวลงนั่งข้างเตียง ความเงียบของหมู่บ้านในชนบทปี 1983 นั้นช่างน่าประหลาดใจ มันไม่มีเสียงรถยนต์ ไม่มีเสียงแอร์ มีเพียงเสียงแมลงกลางคืนและเสียงลมที่พัดผ่านรอยแตกของฝาผนัง
